บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ธ.ค.64 by GCAP YLG

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์ปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ท่ามกลางการซื้อขายเบาบางก่อนถึงช่วงวันหยุดท้ายปี    อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงเชื่อมั่นว่าดอลลาร์จะมีทิศทางดีดตัวขึ้นในระยะยาว โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมี.ค.2565 และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้าเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ   

มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) โดยถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.5%  การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย  และนอกจากนี้ นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวันทำการ   โดยล่าสุดดาวโจนส์ปิดทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ หลังจากผลการวิจัยของหลายสถาบันระบุว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนมีความเสี่ยงน้อยในการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เมื่อเทียบกับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา

นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ได้แก่  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน  ดัชนีจัดซื้อจัดจ้าง ชิคาโก เป็นต้น 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์ปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ท่ามกลางการซื้อขายเบาบางก่อนถึงช่วงวันหยุดท้ายปี    อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงเชื่อมั่นว่าดอลลาร์จะมีทิศทางดีดตัวขึ้นในระยะยาว โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมี.ค.2565 และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้าเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,791-  1,785- 1,780

แนวต้าน  1,816–1,821– 1,826

ดอลลาร์ปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ท่ามกลางการซื้อขายเบาบางก่อนถึงช่วงวันหยุดท้ายปี    อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงเชื่อมั่นว่าดอลลาร์จะมีทิศทางดีดตัวขึ้นในระยะยาว โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมี.ค.2565 และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้าเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น โดยรอจังหวะการอ่อนตัวลงเข้าใกล้โซน1,789-1,772 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,820-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไร แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,789 1,772 1,753  แนวต้าน : 1,834 1,849 1,863

จจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.60ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลอดทั้งวันราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างจำกัด  โดยมีระดับสูงสุดเพียง 1,807.59  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนจะปรับตัวลดลงตลอดทั้งวันโดยได้รับแรงกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 1.558% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 29 พ.ย. จากแรงขายพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ดีมานด์ในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 7 ปีที่อ่อนแอหนุนบอนด์ยีลด์เพิ่ม  สะท้อนจากดีมานด์ในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 7 ปีมูลค่า 5.6 ล้านดอลลาร์เป็นไปอย่างอ่อนแอ โดย Bid coverage ratio ที่เป็นมาตรวัดความต้องการครั้งนี้อยู่ที่ 2.21 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการประมูลที่ระดับ 2.31 ปัจจัยดังกล่าวกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงหลุดแนวรับจิตวิทยา  และโซนเส้นค่าเฉลี่ยทุกระยะจนเกิดแรงขายตามทาเทคนิคเพิ่ม  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาทองคำร่วงลทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,789.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง -2.2% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบรายเดือนสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้น 0.5%ในเดือนพ.ย. ปัจจัยนี้กดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงจนเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,800  ดอลลาร์ต่อออนซ์ในที่สุด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนธ.ค.

ปัจจัยทางเทคนิค :

ราคาทองย่อตัวลงมาพยายามทรงตัวเหนือระดับ 1,789-1,772 ดอลลาร์ต่อออนซ์ราคาอาจมีการดีดตัวกลับ แต่หากการดีดตัวกลับราคายังไม่สามารถดีดตัวกลับไปทดสอบหรือยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,820-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำซื้อขายทำกำไรระยะสั้นในกรอบจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซน 1,789-1,772ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,772 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,820-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของการขาดดุลการค้าสหรัฐพุ่งขึ้น 17.5% สู่ระดับ 9.78 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 8.32 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค.  ก่อนหน้านี้ สหรัฐขาดดุลการค้ามากเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ย. โดยอยู่ที่ระดับ 9.70 หมื่นล้านดอลลาร์ทั้งนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.7% ในเดือนพ.ย. ขณะที่การส่งออกลดลง 2.1%
  • (+) จีนเตือนดำเนินมาตรการขั้นรุนแรง หากไต้หวันปลุกปั่นแยกตัวเป็นอิสระจากจีน  เจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยว่า จีนจะดำเนินมาตรการขั้นรุนแรง หากไต้หวันยังเดินหน้าไปสู่การแยกตัวเป็นอิสระจากจีน พร้อมเสริมว่าการกระทำอันยั่วยุของไต้หวันและการแทรกแซงกิจการจากภายนอกอาจทวีความรุนแรงขึ้นในปีหน้า  นายหม่า เซียวกวง โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนระบุว่า “หากกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในไต้หวันดำเนินการกระทำอันยั่วยุ ใช้กำลัง หรือแม้กระทั่งล้ำเส้นของจีน เราจะต้องดำเนินมาตรการขั้นรุนแรง”
  • (+) ดอลล์อ่อนค่า นลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยหลังคลายกังวลโอมิครอน  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง เช่นดอลลาร์ออสเตรเลียและเงินปอนด์ หลังคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.27% แตะที่ 95.9435 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9148 ฟรังก์ จากระดับ 0.9175 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2795 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2816 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 114.97 เยน จากระดับ 114.81 เยน  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1340 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1302 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3485 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3423 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7250 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7229 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ฝรั่งเศสติดโควิดรายวันทะลุ 200,000 ราย ทำนิวไฮระดับประเทศและยุโรป  กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 208,000 ราย ซึ่งเป็นการทำสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดของฝรั่งเศสและของยุโรป โดยทำลายสถิติเดิมที่ 180,000 รายที่มีการรายงานวานนี้
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดเหนือ 1.5% นักลงทุนขายพันธบัตร หลังคลายกังวลโอมิครอน  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 1.50% ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันเทขายพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังคลายกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน  ณ เวลา 21.12 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.522% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.943%
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 90.42 จุดทำนิวไฮ มั่นใจโอมิครอนไม่กระทบศก.  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) โดยดาวโจนส์และ S&P500 ต่างก็ปิดทำ

ที่มา : gold.in.th 30 ธ.ค. 64