<br /><div style="background-color: #c7c7ff;"></div> <p></p>

ข่าวทองคำ

Subscribe to ข่าวทองคำ feed
Updated: 39 min 54 sec ago

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (07-10-14 | 09:35)

Tue, 10/07/2014 - 11:11
สรุปเศรษฐกิจประจำวันที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,991.91 จุด ลดลง 17.78 จุด หรือ -0.10% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,454.80 จุด ลดลง 20.82 จุด หรือ -0.47% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,964.82 จุด ลดลง 3.08 จุด หรือ -0.16%(+ทองคำ) • ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอดูรายงานการประชุมกำหนดนโยบายการเงินครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2619 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2511 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ปรับขึ้นที่ 1.6049 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5967 ดอลลาร์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 109.01 เยน เทียบกับระดับ 109.84 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9614 ฟรังค์ จาก 0.9674 ฟรังค์(+ทองคำ) • ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหลังจากที่มีแรงเทขายในช่วงที่ผ่านมา โดยมองว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยอย่างมาก ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้น โดยมีอัตราผลตอบแทน 2.432%(+ทองคำ) • รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้ตัดสินใจที่จะส่งเครื่องบิน F-16 จำนวน 8 ลำและบุคลากรสนับสนุน 250 คน เพื่อเข้าร่วมภารกิจทางทหารและสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดินของชาวเคิร์ด(+ทองคำ) • US Dollar Index ปรับลดลง -0.91 หรือคิด 1.05% ปิดที่ 85.77 จุด(+ทองคำ) • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 48 เซนต์ ปิดที่ 92.79 ดอลลาร์/บาร์เรล(+ทองคำ) ข่าวเศรษฐกิจในประเทศ • ธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 1.5% โดยการส่งออกยังหดตัวลงต่อเนื่องจากความอ่อนแอของภาคสินค้าและบริการ โดยคาดว่าการส่งออกปีนี้จะโตได้เพียง 0.7%(-SET/เงินบาทอ่อนค่า) • ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบันลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนโดยดัชนีปรับตัวลดลงจากเดือนสิงหาคม ที่อยู่ที่ 59.5 สู่ระดับ 58.6 ทั้งนี้ในเดือนกันยายน 2557 ผู้บริโภคเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ประมาณ 3.3% 52.0% และ 44.7% ตามลำดับ ขณะที่เดือนสิงหาคมผู้บริโภคเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ประมาณ 3.6% 52.4% และ 44.0% ตามลำดับ การที่ดัชนีมีค่าอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงให้เห็นว่าโดยภาพรวมแล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังมีภาวะไม่ดีนัก(-SET/เงินบาทอ่อนค่า) Highlight ปัจจัยที่ต้องจับตามองวันนี้ คือ ตำแหน่งงานใหม่ที่เปิดรับสมัครเดือน ก.ย.ที่จะประกาศในตอน 21.00 น. ของคืนนี้ Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -มองจุดที่น่าเล่น Short คือ กรอบบนของแนวโน้มขาลงในราย H1 ที่ราคา 1209-1213 เป้าการซื้อกลับที่ 1203-1200$/oz จุดตัดขาดทุน 1215$/oz -ราคาทองคำที่น่าเสี่ยงซื้อที่โซน 1200-1204$/ozเป้าทำกำไร1210/1213$/oz จุดตัดขาดทุน 1197$/oz Market Summary เมื่อคืนราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 14.4 $/oz ขึ้นไปสูงสุดที่ 1208$/oz เนื่องจากUS Dollar Index ปรับลดลง -0.91 หรือคิด 1.05% ปิดที่ 85.77 จุด การอ่อนค่าของ US Dollar Index สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,991.91 จุด ลดลง 17.78 จุด ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,454.80 จุด ลดลง 20.82 จุด ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,964.82 จุด ลดลง 3.08 จุด สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในวันนี้เรามองจากปัจจัยพื้นฐานต้องจับตามองปัจจัยของทางสหรัฐฯและปัจจัยต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.เวลา 13.00 น.เยอรมนีประกาศการผลิตภาคอุตสาหกรรมมองว่าจากการที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานลดลงสู่ระดับ -5.7%ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ที้งนี้ปัจจัยดังกล่าวจะส่งให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวและทำให้ค่าเงินยุโรอ่อนค่า เงินค่าดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า รวมการส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้น 2.เวลา 21.00 น.สหรัฐประกาศตำแหน่งงานใหม่ที่เปิดรับสมัครเดือน ก.ย.มองว่าจะการที่อัตราการว่างงานสหรัฐประกาศที่ 5.9% นับเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี นับตั้งแต่ เดือนสิงหาคม 2008 ซึ่งน่าจะทำให้ตำแหน่งงานใหม่ที่เปิดรับสมัครลดลง ถ้าเป็นไปตามที่กล่าวมาขั้นตันสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา คือ ปัจจัยนี้ทำให้ผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรและปัจจัยมีโอกาสทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ Market Focus 13.00น. ยุโรป การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีเดือน ก.ย. 21.00 น. สหรัฐฯ ตำแหน่งงานใหม่ที่เปิดรับสมัครเดือน ก.ย.สหรัฐ 21.00 น. สหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน ก.ย.โดย IBD/TIPP คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (07-10-14 | 09:32)

Tue, 10/07/2014 - 11:05
คำแนะนำ ถือสถานะซื้อหากราคาไม่หลุด $1,200 ทั้งนี้อาจต้องติดตามค่าเงินบาทประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำเริ่มดีดตัวขึ้นหลังจากลงทำจุดต่ำสุดในบริเวณ 1,183 ดอลลาร์ต่อออนซ์วานนี้ ซึ่งโซนดังกล่าวเป็นฐานของราคารวมถึงเป็นจุดต่ำสุดในรอบที่ผ่านมา ขณะที่ราคาทองคำยังได้รับแรงผลักดันจากการอ่อนค่าของเงินสกุลดอลลาร์ หลังจากที่ ดัชนีดอลลาร์(Dollar index) ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี อย่างไรก็ตามการชะลอการแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์ยังต้องตามต่อไป เนื่องจากในช่วงกลางสัปดาห์ยังจะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมของเอฟโอเอมซี(FOMC Meeting Minutes) ซึ่งอาจเป็นประเด็นในการเคลื่อนไหวของเงินสกุลดอลลาร์ ทั้งนี้ค่าเงินบาทที่ค่อนข้างอ่อนยังช่วยชะลอการปรับตัวลงของราคาทองคำในประเทศไปได้บ้าง ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำดีดตัวขึ้นยืนเหนือ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้นานมีโอกาสปรับตัวทดสอบ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้หากหลุด 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังต้องระวังแรงขายกดดันให้ราคากลับมาเคลื่อนไหวในโซน 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลยุทธการลงทุน หากราคายืนเหนือ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังแนะนำถือสถานะซื้อต่อไป โดยเป้าหมายทำกำไรในโซน 1,214-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งการเปิดสถานะขายออกต้องชะลอออกไป จนกว่าราคาจะหลุด 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ข่าวสารประกอบการลงทุน • (+)ดอลล์อ่อนค่าจากแรงขายทำกำไร ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันจันทร์จากแรงขายทำกำไรหลังการเปิดเผยรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ได้ตอกย้ำมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลางปี 2015 ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 12 สัปดาห์ติดต่อกันนับตั้งแต่ต้นเดือนก.ค.ซึ่งยาวนานที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบ 6 สกุลเงินสำคัญร่วงลง 0.87% สู่ 85.942 โดยร่วงลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. หลังพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 86.746 เมื่อวันศุกร์ และปรับตัวขึ้นราว 7.7% ในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา • (+)น้ำมันดิบปรับขึ้นขณะดอลล์ดิ่งลง ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันจันทร์ หลังจากดิ่งลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่แล้ว โดยราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากการดิ่งลงของดอลลาร์ในวันจันทร์ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ปรับขึ้น 60 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 90.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 88.76-90.74 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย.ที่ตลาดกรุงลอนดอนปรับขึ้น 48 เซนต์ สู่ 92.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง91.25-93.21 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันจันทร์ถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2012 • (-)โพลล์รอยเตอร์ชี้ดีลเลอร์ส่วนใหญ่คาดเฟดขึ้นดบ.ภายในมิ.ย.ปีหน้า รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า บริษัทพันธบัตรชั้นนำในย่านวอลล์สตรีทส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นสุดเดือนมิ.ย.2015 และบริษัทกลุ่มนี้ระบุว่า ตลาดพันธบัตรได้ปรับตัวรับในระดับที่น้อยเกินไปต่อความเสี่ยงที่ว่า เฟดอาจจะดำเนินการในเชิงรุกมากขึ้นเมื่อใดก็ตามที่เฟดเริ่มต้นวงจรคุมเข้มนโยบายการเงิน มีบริษัทดีลเลอร์ชั้นนำทั้งหมด 22 แห่งในสหรัฐ โดยบริษัทกลุ่มนี้คือธนาคารที่ทำธุรกิจโดยตรงกับเฟด และบริษัท 19 จาก 22แห่งในกลุ่มนี้ได้ตอบแบบสอบถามของรอยเตอร์ในครั้งนี้ ซึ่ง 15 จาก 19 แห่งระบุว่า เฟดจะเริ่มต้นปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นสุดเดือนมิ.ย. 2015 คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (07-10-14 | 09:32)

Tue, 10/07/2014 - 10:45
- ทองฟื้นหลังร่วงหนักคืนวันศุกร์ - ดอลลาร์อ่อนค่าลดแรงกดดันต่อราคาทอง - คาดแรงซื้อทองจริงหนุนราคาทองเริ่มฟื้นตัว  รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนซึ่งออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมิน ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากมุมมองของนักลงทุนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่อาจเร็วกว่าที่เคยประเมิน และเป็นปัจจัยลบที่กดดันให้ราคาทองคำในช่วงนี้ปรับตัวลง แต่เงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ จึงมีผลให้ราคาทองในประเทศปรับตัวลดลงในปริมาณน้อยกว่าปกติ อย่างไรก็ตามในการซื้อขายวานนี้เงินดอลลาร์เริ่มกลับอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองที่ปรับตัวลงมามากเริ่มฟื้นตัว  สัปดาห์นี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐไม่มีประเด็นที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมากนัก และด้วยราคาทองที่ปรับตัวลงมามาก คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้มีแรงซื้อทองจากความต้องการใช้จริงกลับเข้ามา ส่วนในวันนี้การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นคาดว่าคงยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆเพิ่มเติม จึงไม่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแต่อย่างใด  ราคาทองอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณ 1,180 ดอลลาร์ ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามา จนราคาทองเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาปิดเหนือ 1,200 ดอลลาร์ ภาพเทคนิคของราคาทองซึ่งราคาปรับตัวลงมามากจึงมีสัญญาณการฟื้นตัว และหากกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,210 ดอลลาร์ ได้ ก็จะเป็นสัญญาณซื้อสำหรับการเก็งกำไรการฟื้นตัวขึ้นไปยังแนวต้านบริเวณ 1,230 ดอลลาร์ ต่อไป  ราคาโลหะเงินฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับบริเวณ 16.80 ดอลลาร์ โดยปิดตลาดวานนี้ทรงตัวใกล้แนวต้านบริเวณ 17.40 ดอลลาร์ หากสามารถผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณนี้ได้ จะเป็นสัญญาณซื้อสำหรับเก็งกำไรการปรับตัวขึ้นไปยังแนวต้านบริเวณ 18.0 ดอลลาร์ ต่อไป โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนต.ค.57 Close chg. Support Resistance 18,650 +60 18,500/18,350 18,750/19,800 ราคาทองซึ่งปรับตัวลงมามากจึงเริ่มมีการดีดตัวกลับในทางเทคนิค การเก็งกำไรในระหว่างวันสามารถกลับเข้าเปิดสถานะซื้อจากแนวรับบริเวณ 1,195-1,200 ดอลลาร์ และ 1,180 ดอลลาร์ ตามลำดับ ตลาดโลหะ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐดิ่งลง 22.60 ดอลลาร์ หรือ 1.86 % สู่ 1,190.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ โดยร่วงผ่านระดับ 1,200 ดอลลาร์ลงไปเป็นครั้งแรกในปีนี้ ในขณะที่ดอลลาร์พุ่งขึ้น หลังจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2015 ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดดิ่งลง 1.83 % สู่ 1,192.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,190.30-1,215.70 ดอลลาร์ ราคาทองดิ่งลงมาแล้ว 11 % จากจุดสูงสุดของเดือนก.ค.ที่ 1,345ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับว่าราคาทองได้เข้าสู่ช่วงของการปรับฐานแล้ว เนื่องจากการปรับฐานคือการที่ราคาดิ่งลง10 % จากจุดสูงสุดในระยะนี้ นอกจากนี้ ราคาทองยังอยู่ใกล้กับจุดต่ำสุดรอบ 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 1,180 ดอลลาร์ด้วย ราคาพลาตินั่มดิ่งลง 3 % พร้อมกับราคาโลหะมีค่าประเภทอื่นๆและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 4 ปีที่ 86.746 ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.12 % หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรในสหรัฐเพิ่มขึ้น 248,000 รายในเดือนก.ย. และอัตราการว่างงานดิ่งลง 0.2 % สู่ 5.9 % ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2008 นักลงทุนกล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้ทองลดความน่าดึงดูดลงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงแม้เศรษฐกิจเอเชียและยุโรปเติบโตอย่างไม่ราบรื่น ราคาพลาตินั่มในตลาดสปอตดิ่งลงเกือบ 3 % สู่ 1,216.40 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2009 คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (07-10-14 | 09:17)

Tue, 10/07/2014 - 10:41
Today Strategy : Gold ราคาดีดกลับได้แรงไม่หลุดแนวรับ 1,180 แนะนำ เก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้นใกล้ 1,220 โดยมีจุด Stop loss ที่ 1,230 SET50 ร่วงสวนหุ้นโลก เหตุสถาบันขายหนัก หลัง World Bank คาดไทยโตต่ำสุดในอาเซียนทั้งปีนี้และปีหน้า กดหุ้นไทยเข้าสู่ขาลง แนะให้ short เมื่อดีดขึ้น Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีราคาปิดเพิ่มขึ้น 15.95 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,206.65 USDต่อออนซ์ ราคาทองปรับขึ้น 1.34% เนื่องจากเงินดอลล่าร์อ่อนค่าลง และมีคำสั่งซื้อเพื่อปิดสถานะ Short เข้ามามาก ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้แรงหลังลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบนี้ที่บริเวณ 1,184 ไม่หลุดแนวรับสำคัญบริเวณใกล้ 1,180 อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลล่าร์ซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นยังเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ แต่ในระยะสั้นหากค่าเงินดอลล่าร์มีการอ่อนตัวต่อเนื่องอาจมีผลช่วยสนับสนุนราคาทองคำในช่วงนี้ แต่ถ้าค่าเงินดอลล่าร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเร็วราคาทองคำจะร่วงลงได้อีก สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์นี้มีไม่มากนัก ได้แก่ วันพุธการรายงานผลการประชุมเฟด ซึ่งนักลงทุนจับตาในรายละเอียดของรายงานและท่าทีของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย วันพฤหัส จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ และคำกล่าวปราศรัยของประธาน ECB • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลดลง 17.78 จุด ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน และเทรดเดอร์จับการการเริ่มฤดูการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 นักลงทุนกังวลต่อค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งค่า และการที่เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปที่อ่อนแอจะมีผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน • USD/THB ปิดที่ 32.60 บาทต่อUSD เงินบาทอ่อนค่าลง และเงินดอลล่าร์อ่อนค่าจากที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี จากแรงขายทำกำไร • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปรับขึ้น หลังจากที่ดิ่งลงแรงในสัปดาห์ก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์ Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,206.65 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,183.46 – 1,208.70 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,205 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,195/1,185 แนวต้านบริเวณ 1,210/1,220 • USD/THB ปิดที่ 32.60 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.59 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.6/32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3/32.1 • ICE Brent ปิดที่ 92.79 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 93.0/94.0 และให้แนวรับบริเวณ 92.0/91.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,170 – 1,250 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,150 –1,350 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,100 – 1,450 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในราย 60 นาที ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้แรง หลังจากลงไปทำ low ไม่หลุดแนวรับสำคัญ 1,180 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,210/1,220 ส่วนแนวรับมีที่บริเวณ 1,195/1,185 • Strategy : แนะนำ นักลงทุนระยะยาว ทยอยสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้น Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน หรือเก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้นใกล้ 1,220 โดยมีจุด Stop loss ที่ 1,230 Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 1.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS • ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตาม • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. เคลื่อนไหวแบบ sideway up moving average และ MACD บ่งบอกว่าราคายังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้แนวต้านบริเวณ 32.6 / 32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3 / 32.1 Strategy: trading long Exclusive News เศรษฐกิจยุโรป การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป(EU) ยังคงเปราะบาง และความคืบหน้าด้านการจ้างงานในอนาคตก็ยังคงไม่แน่นอน รายงานรายไตรมาสว่าด้วยการจ้างงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมาธิการยุโรป(EC) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวดีขึ้นไม่มากนัก แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวยังคงเปราะบาง แม้เศรษฐกิจมีการขยายตัว แต่การว่างงานยังคงใกล้เคียงระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มีผู้ว่างงานระยะยาวจำนวนมาก และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมด โดยมีผู้ว่างงานมามากกว่า 1 ปีแล้วเกือบ 13 ล้านคน ขณะที่ 1 ใน 3 ของผู้ว่างงานทั้งหมด ไม่มีงานทำมามากกว่า 2 ปี เศรษฐกิจยุโรป คำสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีในเดือน ส.ค.หดตัวลง 5.7% ร่วงหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2552 หลังจากเพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือน ก.ค. บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจเยอรมนีจะชะลอตัวลง เศรษฐกิจเอเชีย ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนลงเหลือ 7.4% ในปี 2557 และ 7.2% ในปี 2558 ขณะที่จีนเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาความเปราะบางทางการเงินและข้อจำกัดต่าง ๆ โดยระบุว่า มาตรการในการควบคุมหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น การจำกัดระบบธนาคารเงา การแก้ปัญหาศักยภาพที่มากเกินไป อุปสงค์พลังงานในระดับสูง และปัญหามลภาวะที่รุนแรงนั้น จะส่งผลให้การลงทุนและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง แต่เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ทรุดตัวลงรุนแรง และจะไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อประเทศอื่น เศรษฐกิจเอเชีย มูดีส์ชี้ว่า การที่จีนผ่อนคลายเงื่อนไขในการปล่อยกู้จำนอง จะส่งผลดีต่อบรรดาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ภาคที่อยู่อาศัยจะยังคงมีแนวโน้มในเชิงลบ โดยมูดีส์ระบุในรายงานแนวโน้มอันดับเครดิตว่า มาตรการใหม่ที่ธนาคารกลางจีนได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะช่วยบรรเทาแรงกดดันช่วงขาลงต่อยอดขายอสังหาริมทรัพย์ได้บางส่วน ด้วยการขอสินเชื่อจำนองที่ง่ายขึ้นและต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลง โดยกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เช่น ไชน่า โอเวอร์ซีส์ แลนด์ แอนด์ อินเวสท์เมนท์, โพลี เรียล เอสเตท กรุ๊ป และไชน่า แวงก์ จะได้รับประโยชน์มากที่สุด เศรษฐกิจเอเชีย ยอดขายรถยนต์นำเข้าของญี่ปุ่นในเดือน ก.ย. ซึ่งรวมถึงรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่นในต่างประเทศ ปรับตัวลง 1.4% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 36,927 คัน ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทต่างชาติ ปรับตัวขึ้น 3.4% แตะที่ 32,806 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่น ร่วงลง 28.2% แตะที่ 4,121 คัน โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดขายสูงสุดถึง 8,010 คัน เพิ่มขึ้น 10.8% มีส่วนแบ่งตลาด 21.69% โฟล์คสวาเกนมียอดขาย 6,588 คัน เพิ่มขึ้น 6.6% มีส่วนแบ่งตลาด 17.84% และบีเอ็มดับเบิลยูมียอดขาย 5,452 คัน ลดลง 6.7% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 14.76% ขณะที่แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นนั้น ยอดขายของนิสสันหดตัวลง 40.1% แตะที่ 1,942 คัน ยอดขายของโตโยต้าดีดขึ้น 25.5% แตะที่ 1,599 คัน คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 07 Oct 2014

Tue, 10/07/2014 - 07:35
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1188.93   1221.08   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนที่ผ่านมาปิดตลาดที่ระดับ 1208 ภาพทางเทคนิคยังคงเป็นทิศทางขาลงต่อไป โดยดัชนีแนวโน้มและดัชนีโมเมนตัมยังคงแสดงทิศทางเชิงลบ อย่างไรก็ตาม เราทราบว่าการปรับตัวลดลงเริ่มชลอตัว โดยระยะสั้นราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ บริเวณ 1200 โดยที่เรามองแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1182 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเมื่อ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา ในขณะที่การดีดกลับในระยะสั้นอาจถูกจำกัด หากราคาทองคำไม่สามารถยืนปิดเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 9 วัน (1212) ได้   …  Forex Pros   1201,1203,1204   1208,1210,1212   Moving Averages:NEUTRAL,Technical Indicators:BUY   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (06-10-14 | 17:38) รอบค่ำ

Mon, 10/06/2014 - 17:57
Night Trade Report สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ แนวรับสำคัญ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ อาจฟื้นตัวระยะสั้น • ราคาทองคำในช่วงการซื้อ-ขายกลางวันของวันนี้เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา หลังจากที่ปรับตัวลงต่อเนื่องจากการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยช่วงเช้าวันนี้ราคาทองคำลงไปใกล้แนวรับสำคัญ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้สัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณภาวะขายมากเกินไป (Oversold) หลังจากที่ปรับตัวลงแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐเดือนกันยายนออกมาดีเกินคาด ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน • สัปดาห์นี้ไม่ค่อยมีประเด็นที่กระทบต่อราคาทองคำทำให้คาดราคาทองคำจะแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ยังต้องระวังแรงเทขายจากการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16-17 กันยายน ทั้งนี้ถ้าเจ้าหน้าที่ เฟดบางรายมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีอาจทำให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดและอาจจะกดดันต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ดีในกรณีที่รายงานการประชุมไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำบ้าง ทั้งนี้การเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐมีความเห็นว่าตลาดการจ้างงานฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาดและมีผลให้ราคาทองคำปรับฐานลง • ระยะสั้นอาจเข้าซื้อเก็งกำไรที่แนวรับบริเวณ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ เพื่อหวังการฟื้นตัวทางเทคนิค โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุน (cut loss) ที่ 1,175 ดอลลาร์/ออนซ์ อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวของราคาทองคำมีกรอบที่จำกัด กรณีที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาที่แนวต้านที่ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนำขายทำกำไรสำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อที่บริเวณ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือเปิดสถานะขายเก็งกำไร คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (06-10-14 | 17:38) รอบค่ำ

Mon, 10/06/2014 - 17:54
Strategic Review ราคาทองคำทำ Technical Rebound หลังลงทดสอบใกล้ low เดิม บริเวณ US$1,180-1,185 หลังจากการหลุดต่ำกว่าระดับ US$1,200 โดยกรอบการ Rebound มีแนวต้าน US$1,200 ซึ่งเป็นระดับแนวรับเดิม โดยถ้าไม่สามารถ Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ยังมีโอกาสพักตัวต่อกลยุทธ์จุดตัดสินใจใหม่ US$1,200 ไม่ผ่าน Short ผ่านได้ Long สั้น ๆ News Update ราคาทองคำฟื้นตัวระหว่างวันหลังจากได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะสินทรัพย์เสี่ยงได้รับแรงหนุนโดยตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเกือบหนึ่งเปอร์เซ็น ด้านธนาคารจีนยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายผ่านเครื่องมือทางการเงินต่อไปเพื่อหนุนยอดสินเชื่อและเศรษฐกิจให้เติบโต ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (06-10-14 | 16:44)รอบค่ำ

Mon, 10/06/2014 - 16:55
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Spot Gold) วิเคราะห์ทางเทคนิค-ตามวิธีเส้นค่าเฉลี่ย ราคาทองคำปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วันที่ $1,202.41/Oz และ $1,209.82/Oz ตามลำดับโดยราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลงเนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน กลยุทธ์ ให้ทยอยเปิดสถานะขายเมื่อราคารีบาวด์ทดสอบแนวต้านที่ $1,200-1,210/Oz หรือหากราคาปิดต่ำกว่า $1,178/Oz ก็ให้เปิดสถานะขายตาม สรุปราคาทองคำระหว่างวัน ราคาทองคำในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ $3.09/Oz หรือ 0.26% มาอยู่ที่ $1,193.72/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศอยู่ที่ $1,183.00-1,195.04/Oz) ราคาทองคำมีการรีบาวด์ตามปัจจัยทางเทคนิคแต่หากไม่สามารถสร้างฐานในกรอบ $1,200-1,210/Oz ได้ยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ โดยในช่วงบ่ายเยอรมนีประกาศคำสั่งซื้อโรงงานประจำเดือนก.ย. ที่ -5.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน เม.ย. 2009 แต่ไม่ได้กดดันราคาทองคำมากนักจากมีแรงซื้อกลับทางเทคนิค สำหรับแนวโน้มราคาทองคำคืนนี้ ราคาทองคำปรับตัวลงสร้างจุดต่ำใหม่ของปีและเป็นการสร้าง Lower Low หากราคาปิดต่ำกว่า $1,178/Oz ให้ระวังแรงขายเพิ่มเติมจากผู้ที่มีสถานะอีกทั้งเส้นค่าเฉลี่ยก็เรียงตัวในลักษณะ Bearish เป็นการกดดันราคาเพิ่มเติมในระยะกลาง ในคืนนี้มองกรอบราคาทองคำที่ $1165,-1,2/Oz Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 18,470 จำนวน 50 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 6/10/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 18,620 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 6/10/57) อัตราผลตอบแทน -0.48% ต่อปี (อัตราผลตอบแทนนี้คำนวณจากทองคำแท่ง Globlex) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

GTWM : สรุปภาวะ Precious Metals Futures (06-10-14 | 10:44)

Mon, 10/06/2014 - 11:48
สรุปภาวะ Gold Futures By GT Wealth Management 6 ต.ค. 57 (ภาคเช้า) ราคาทองคำปรับตัวลงหนักหลังการรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด โดยราคาทองคำปรับตัวลดลง US$22.60 ต่อออนมาปิดที่ระดับ US$1,190.70 ต่อออนซ์(Gold Spot) ราคาทองคำอ่อนตัวลงหนักหลังการรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่ลดลง 0.2% สู่ระดับ 5.9% หรือต่ำสุดตั้งแต่ปี 2008 ด้านการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นกว่าหนึ่งจุดสู่ระดับ 86.694 จุด เทียบสกุลเงินหลักการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กดดันราคาทองคำ ค่าเงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลลาร์ ตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำคงที่ 767.47 ตัน ราคาทองคำโลกเช้านี้ (Gold Spot) เคลื่อนไหวบริเวณ US$1,185 โกลด์ฟิวเจอร์สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนตุลาคม 2557 (GFV14) ราคาเปิดใกล้ระดับ 18,520 บาท ส่วนราคาทองคำที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ราคาเสนอซื้อ 18,350 บาท ราคาเสนอขาย 18,450 บาท แนวโน้มทองคำ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัดและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังการรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีกว่าที่คาด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ราคาจะอ่อนตัวลงค่อนข้างมากในช่วงคืนวันศุกร์ และต้องไม่ลืมว่าในช่วงปลายเดือนนี้จะมีการประชุม FOMC ซึ่งจะต้องพิจารณาบนโยบาย QE ก็จะมีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะกังวลว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ในทางเทคนิคแนวรับ US$1,180 แนวต้าน US$1,200 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (06-10-14 | 10:12)

Mon, 10/06/2014 - 10:15
แนวรับ US$1,180 Low เดิม Strategy Today ราคาทองคำร่วงหนักหลังรายงานตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง โดยปรับตัวลงหลุดต่ำกว่า US$1,200 ซึ่งเป็นแนวรับทางจิตวิทยาทำให้มีแนวรับถัดไป US$1,180 บริเวณ Low เดิม สรุปกลยุทธ์ :จุดตัดสินใจ US$1,175-80 Fundamental Summary ราคาทองคำปรับตัวลงหนักหลังการรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงUS$22.60ต่อออนมาปิดที่ระดับUS$1,190.70ต่อออนซ์(Gold Spot) ราคาทองคำอ่อนตัวลงหนักหลังการรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่ลดลง 0.2% สู่ระดับ 5.9% หรือต่ำสุดตั้งแต่ปี 2008 ด้านการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นกว่าหนึ่งจุดสู่ระดับ 86.694 จุด เทียบสกุลเงินหลักการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กดดันราคาทองคำ ค่าเงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ32.60 บาทต่อดอลลลาร์ ตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำคงที่767.47ตัน Technical Summary ราคาทองคำย่อตัวหลุดต่ำกว่าUS$1,200 ทำให้มีการปรับตัวลงแรงมาใกล้ระดับแนวรับที่เป็นบริเวณ Low เดิม US$1,180 แต่กรอบแนวรับอยู่ในกรอบ US$1,175-80 โดยแนวโน้มยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่องจากหลุดแนวรับสำคัญ จึงยังคงต้องระมัดระวัง ด้านแนวต้านอยู่ที่บริเวณ US$1,200 ถ้าสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ US$1,200 ได้จึงจะเห็นสัญญาณฟื้นตัว คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

MTS : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย เอ็มทีเอส โกลด์ฯ (06-10-14 | 10:01)

Mon, 10/06/2014 - 10:12
สรุปราคาซื้อขายทองคำ และ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 9.00 น. ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,213 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,194 เหรียญ/ออนซ์ (22.30 น.) ค่าเงินบาทปิด 32.61 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 18,600 บาท กับ 18,700 บาท และกลับมาปิดที่ 18,550 บาท กับ 18,650 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 1,132 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 7,001 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 9.37% แบบ10 บาท เพิ่มขึ้น 14.16% GFV14 ปิด 18,600 บาท และ GFZ14 ปิด 18,680บาท GF10V14 ปิดที่ 18,590 บาท GF10Z14 ปิดที่ 18,670 บาท สัญญา Comex ลดลง 22.2 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,192.9 ดอลลาร์/ออนซ์ NYMEX ลดลง 1.27 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ระดับ 89.74 ดอลลาร์/บาร์เรล SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 767.47 ตัน (เท่าเดิม) ข่าวที่สำคัญ -ทองคำได้รับแรงกดดันจากข้อมูลภาคแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ รวมไปถึงการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์และการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นนิวยอร์ก ส่งผลให้ในคืนวันศุกร์ราคาทอคำปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีและต่ำกว่าระดับ1,190 เหรียญ/ออนซ์ -นาย เอมอน เชอริดัน นักวิเคราะห์จากฟอเร็กซ์ไลฟ์ กล่าวว่า ในเชิงเทคนิคและภาพรวมปัจจัยพื้นฐานจะแสดงให้เห็นว่าทองคำกำลังลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และราคาได้หลุดจุดต่ำสุดในเดือนธันวาคมปี 2013 บริเวณ 1,187 เหรียญ/ออนซ์ และอาจกำลังไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมในเดือนมิถุนายนที่ระดับ 1,179.4 เหรียญ/ออนซ์ได้ -อย่างไรก็ดี แรงกดดันที่สำคัญของทองคำคือ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งสหรัฐฯ จึงทำให้ทองคำถูกลดความน่าดึงดูดใจในการลงทุนและเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างรุนแรง -ขณะที่นักวิเคราะห์จาก INTL ระบุว่า ในเดือนตุลาคมนี้ทองคำมีโอกาสลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,150 เหรียญ -นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ ระบุว่า ปริมาณความต้องการทองคำของจีนและอินเดียจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาทองคำได้ แต่ ณ ขณะนี้ยังคงพบว่ามีการซื้อขายอย่างจำกัดเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงมีแรงสนับสนุนไม่เพียงพอจะช่วยผลักดันราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น -ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 1.2511 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับ 1.2674 ยูโร/ดอลลาร์ หลังจากรายงานตัวเลขคนว่างงานปรับตัวลดลง และตลาดแรงงานมีการจ้างงานสูงขึ้นเกินคาด รวมไปถึงยอดขาดดุลการค้าสหรัฐฯที่ออกมาดีขึ้น ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าเฟดจะกลับมาพิจารณาเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนด -กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่าตัวเลขการจ้างงานนอกการเกษตรปรับตัวสูงขึ้น 68,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 248,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ระดับ 5.9% -ทางด้านยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯประจำเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลง 0.5% สู่ระดับ -4.01หมื่นล้านดอลลาร์ฯ จากระดับ -4.03 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า -นาย วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กำลังใช้ความคิดตัดสินใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่กำลังเจอวิกฤตการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกที่บีบคั้น ซึ่งผู้นำรัสเซียกำลังให้ความสำคัญไปที่นโยบายของนานาชาติและการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยใช้วิธีการโน้มน้าวจูงใจ -กองทัพยูเครนเตรียมปืนใหญ่และเตรียมกำหนดพื้นที่เข้าปะทะทางตะวันออกของยูเครน หลังจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยังคงพยายามโจมตีเพื่อยึดครองบริเวณสนามบินโดเนสก์อย่างต่อเนื่อง -ในคืนวันศุกร์กลุ่มกองกำลัง ISIL ได้เผยแพร่คลิปฆ่าตัดศีรษะชาวอังกฤษ เพื่อตอบโต้รัฐสภาอังกฤษที่อนุมัติเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มพวกนักรบญิฮัดกลุ่มนี้ในอิรัก พร้อมขู่จะตัดคอตัวประกันชาวสหรัฐฯเพิ่มอีกราย หากสหรัฐฯยังไม่หยุดโจมตีทางอากาศเพื่อกำจัดกลุ่ม ISIL -ขณะเดียวกันหลังจากรัฐสภาตุรกีลงมติเห็นชอบให้อำนาจรัฐบาลใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มรัฐอิสลามในซีเรียและอิรัก รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรียออกมาเตือนตุรกีว่าการแทรกแซงทางทหารใดๆในซีเรียจะถือว่าเป็นพฤติกรรมรุกราน พร้อมเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติขัดขวางความเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวของตุรกี -หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและตำรวจในฮ่องกง ส่งผลให้กลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงเรือนแสนออกมารวมตัวกันเพิ่มขึ้นบริเวณทำเนียบรัฐบาลฮ่องกง หลังจากนายเหลียง ชุน-หยิง ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ขอให้ผู้ชุมนุมเปิดทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ -ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิด +1.24% ในคืนวันศุกร์ และทำสถิติปรับตัวขึ้นสูงสุดในการซื้อขายระหว่างวันในรอบ 7 เดือนที่ระดับ 17,009.69 จุด หลังจากข้อมูลภาคแรงงานสหรัฐฯออกมาสดใส -เช้านี้ตลาดหุ้นนิเกอิ เปิด +1.11% เพราะได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในคืนวันศุกร์ -นักบริหารเงิน ประเมินว่า สัปดาห์นี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.65 บาท/ดอลลาร์ โดยต้องติดตามทิศทางค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งในต้นสัปดาห์จะยังอยู่ในช่วงรับข่าวของข้อมูลภาคแรงงาน ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืน -Non-Farm Employment Change ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 142K ตัวเลขจริงเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 248K - Trade Balance ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ -40.5 B ตัวเลขจริงเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -40.1 B - Unemployment Rate ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 6.1% ตัวเลขจริงลดลงสู่ระะดับ 5.9% - ISM Non-Manufacturing PMI ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 59.6 ตัวเลขจริงลดลงสู่ระดับ 58.6 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในคืนนี้ -ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจ ทิศทางราคาทองคำ ราคาทองคำหลุดระดับ 1,200 เหรียญ และทำ New Low ใหม่ในรอบ 9 เดือน ทำให้ยังคงมีแรงเทขายต่อเนื่องและไปทำจุดต่ำสุดเมื่อคืนวันศุกร์ประมาณ 1,190 เหรียญ และปิดตลาด COMEXที่ระดับ 1,192.9 เหรียญ/ออนซ์ อย่างไรก็ดีในเช้าวันนี้เปิดตลาด Sydney ราคาทองคำยังคงทำจุดต่ำสุดใหม่อีกบริเวณ 1,183 เหรียญ/ออนซ์ และมีการ Rebound บ้างเล็กน้อยในช่วงสายๆ ภาพรวมปัจจัยหลักคือการที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯดีขึ้นอย่างมากมาอยู่ที่ระดับ 248,000 ตำแหน่ง จากเดิม 180,000 ตำแหน่ง ขณะที่ Unemployment Rate ดีขึ้นสู่ระดับ 5.9% รวมไปถึง Trade Balance ปรับตัวลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จึงผลักดันให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดย Dollar Index ทำจุดสูงสุดสุดใหม่ในรอบ 10 เดือนที่ระดับ 86.69 และได้ส่งผลกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าบริเวณ 32.65 บาท/ดอลลาร์ ภาพรวมของราคาทองคำจึงยังคงถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งแม้ว่าจะมีความไม่สงบในยูเครนและอิสราเอลก็ตาม โดยที่ SPDR ยังคงถือครองทองคำเท่าเดิมที่ระดับ 767.47 ตัน วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำยังเป็นแนวโน้มขาลงตามที่ได้วิเคราะห์มาโดยตลอด ซึ่งแนวรับที่สำคัญทางจิตวิทยา ณ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 1,180 เหรียญซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเดิมในช่วงเดือนมิถุนายนปี 2013 หากราคาทองคำหลุดระดับ 1,180 เหรียญ อาจลงไปทดสอบ 1,150 เหรียญได้เช่นเดียวกัน ขณะที่ Oscillators ในเชิงเทคนิคต่างๆยังเป็นลักษณะทิศทางขาลง ซึ่งคาดว่าจะมีการ Rebound บ้างเล็กน้อย และการ Rebound น่าจะเป็นจุดที่นักลงทุนที่ถือ Long ควรปิดสถานะ ในเชิงเทคนิคจึงยังคงแนะนำให้ลงทุนตามแนวโน้มขาลง กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ คาดว่าวันนี้จะแกว่งตัวในกรอบ 1,180-1,200 เหรียญ โดยที่ยังคงแนะนำให้ทำกำไรในระยะสั้น - นักลงทุนที่ถือ Long Position หาจังหวะปิดสถานะเมื่อราคามีการ Rebound ขึ้นมา - นักลงทุนที่ถือ Short Position ทำกำไรในระยะสั้น หาจังหวะเปิดสถานะ Short บริเวณแนวต้าน กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading ทำกำไรระยะสั้นเป็นช่วงๆ โดยถือสถานะ Short Position ในระยะยาวเนื่องจากภาพหลักยังคงเป็นทิศทางขาลง Gold Futures V14 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,480 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,680 บาท Gold Futures Z14 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,560 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,760 บาท คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.mtsgold.co.th www.gold.in.th

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (06-10-14 | 09:33)

Mon, 10/06/2014 - 10:07
คำแนะนำ เสี่ยงซื้อเก็งกำไรในโซน $1,180(ตัดขาดทุนหากหลุด) ขณะที่การเปิดสถานะขายรอบริเวณ $1,200-$1,206 ทั้งนี้อาจต้องติดตามค่าเงินบาทประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลง 28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้งในบริเวณ 1,189.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงย้ำถึงการฟื้นตัว โดยเฉพาะตัวเลขในตลาดแรงงาน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯปรับตัวขึ้นไปยืนที่ 248,000 ตำแหน่ง จากครั้งก่อนที่ 180,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 5.9% เป็นจุดต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี การปรับตัวของตัวเลขดังกล่าวผลักดันให้เงินสกุลดอลลาร์ซึ่งใช้ดัชนีดอลลาร์(Dollar index) เป็นตัวแทน ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่สุดในรอบ 4 ปี กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวจนหลุด 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทค่อนอ่อนตัวค่อนข้างมากช่วยชะลอการปรับตัวลงของราคาทองคำในประเทศไปได้บ้าง ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำหลุดแนวสำคัญทางจิตวิทยาในบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมาแล้ว หากวันนี้ไม่สามารถกลับขึ้นยืนได้ มีโอกาสที่ราคาทองคำจะทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากหลุดลงมาจะเกิดแรงขายตามมาอีกครั้ง กลยุทธการลงทุน หากราคาไม่หลุด 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ(ตัดขาดทุนหากหลุดลงมา) ขณะที่หากเกิดแรงดีด ให้พิจารณาโซน 1,200-1,206 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะขาย (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงแตะ 5.9% กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง หลังจากปรับตัวขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ 142,000 ตำแหน่ง สำหรับอัตราว่างงานนั้นลดลงต่ำกว่าระดับ 6% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2551 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 6.1% • (+)สื่อรัสเซียปูดสหรัฐชักใยม็อบฮ่องกง สื่อรัสเซียประโคมข่าว สหรัฐชักใยอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง พร้อมย้ำการประท้วงใหญ่ในมอสโกและยูเครนช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นฝีมือชาติตะวันตกที่ต้องการบ่อนทำลายความมั่นคงรัฐบาลรัสเซีย บรรดาสื่อของรัฐบาลรัสเซีย รวมถึง รัสซียา 24 และ เฟิสต์ แชนเนล ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับชมข่าวสารของประชาชนในประเทศ ต่างนำเสนอข่าวการประท้วงฮ่องกงว่าเป็นฝีมือขององค์กรต่างๆ ที่สหรัฐจัดตั้งขึ้นมา เพื่อทำการปฏิวัติรัฐบาลจีน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเคียฟของยูเครน • (+)สหรัฐขาดดุลการค้าต่ำสุดในรอบ7เดือน พาณิชย์สหรัฐ เผยยอดขาดดุลการค้าสหรัฐเดือนส.ค.ลดลง0.5% ระบุต่ำสุดในรอบ7เดือน เหตุส่งออกขยายตัวมากกว่านำเข้า กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ รายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนส.ค. ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557 หรือในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลการค้าเดือนส.ค.จะอยู่ที่ 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับระดับ 4.03 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ค. • (+/-)กสิกรฯชี้บาทสัปดาห์เคลื่อนไหว32.35/.65 กสิกรไทยคาดเงินบาทสัปดาห์เคลื่อนไหว 32.35-32.65 บาท/ดอลลาร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดแนวโน้มสัปดาห์ (6-10 ต.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องติดตามทิศทางเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งน่าจะยังอยู่ในช่วงรับข่าวตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ขณะที่ ตลาดคงจับตาบันทึกการประชุมเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เพื่อประเมินสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดการเงินอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่ตัวเลขภาคการเงินเดือนก.ย. ของจีนเช่นกัน คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (06-10-14 | 09:21)

Mon, 10/06/2014 - 10:03
Today Strategy : Gold ราคาร่วงลงแรงมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 แนะนำ เก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้น SET50 หุ้นโลกฟื้นช่วงสั้น ขณะที่กูรูกังวลดาวโจนส์ปรับฐานใหญ่ จึงยังกดดันหุ้นไทย แนะให้ long เก็งกำไรการ rebound Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวันศุกร์มีราคาปิดลดลง 22.60 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,190.70 USDต่อออนซ์ ราคาทองร่วงลงแรงหลังจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 248,000 รายและอัตราการว่างงานลดลง 0.2% มาที่ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2008 เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มทีแข็งแกร่งขึ้นทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลง และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2015 แนวโน้มราคาทองคำในช่วงนี้ลงมาใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 – 1,185 ที่เคยลงไปทำ low ในวันที่ 28 มิ.ย. 2013และในเดือนธ.ค. 2013 หากว่าหลุดแนวรับบริเวณนี้อาจลงไปทำ low ใหม่บริเวณ 1,157 อย่างไรก็ตามแนวรับบริเวณ 1,180 ถ้าไม่หลุดมีโอกาสดีดกลับได้เหมือนกับที่เคยลงไปทดสอบใกล้บริเวณนี้ในเดือนธ.ค.แล้วมีการดีดกลับ สำหรับกรอบความเคลื่อนในสัปดาห์นี้มีแนวรับบริเวณ 1,180/1,157 แนวต้านบริเวณ 1,200/1,220 แนะนำ นักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้น wait & see หรือเก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้น • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 208.64 จุด หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดีกว่าคาด แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวสดใส • USD/THB ปิดที่ 32.62 บาทต่อUSD เงินบาทอ่อนค่าลง และเงินดอลล่าร์แข็งค่าทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ดัชนีค่าเงินดอลล่ารพุ่งขึ้นแตะระดับ 86.74 ในระหว่างการซื้อขาย • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปรับลดลง เมื่อค่าเงินดอลล่ารแข็งค่าขึ้น และมีสัญญาณชี้ว่าอุปทานน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูง Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,190.70 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,189.64 – 1,215.40 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,187 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,180/1,170 แนวต้านบริเวณ 1,200/1,208 • USD/THB ปิดที่ 32.62 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.60 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.6/32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3/32.1 • ICE Brent ปิดที่ 92.31 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 93.0/94.0 และให้แนวรับบริเวณ 92.0/91.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,170 – 1,250 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,150 –1,350 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,100 – 1,450 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในรายวัน ราคาทองคำร่วงลงแรงเข้ามใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 ซึ่งเคยลงมาทำ low ในเดือนมิ.ย.2013 และธ.ค. 2013 ภาพกราฟในรายเดือนมีแนรวรับที่เส้น MA 100 บริเวณ 1,178 หากถึงบริเวณนี้มีโอกาสดีดกลับจากบริเวณนี้ RSI ในรายวันอยู่ในเขต over sold แต่ถ้าหากหลุดจะลงไปทำ low ใหม่บริเวณ 1,157 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,200/1,208 ส่วนแนวรับมีที่บริเวณ 1,180/1,170 • Strategy : แนะนำ นักลงทุนระยะยาว ทยอยสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้น wait & see หรือเก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้น โดยมีจุด Stop loss บริเวณ 1,240 Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 1.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS • ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตาม • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. เคลื่อนไหวแบบ sideway up moving average และ MACD บ่งบอกว่าราคายังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้แนวต้านบริเวณ 32.6 / 32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3 / 32.1 Strategy: trading long Exclusive News เศรษฐกิจสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง ในเดือน ก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งนี้ ตัวเลขจ้างงานเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีภาคบริการ เดือน ก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน(ISM) ร่วงลงแตะ 58.6 จากระดับ 59.6 ในเดือน ส.ค. และดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจร่วงลงแตะ 62.9 ลดลงจากระดับ 65.0 ในเดือน ส.ค. ในขณะที่ดัชนีการจ้างงานเพิ่มขึ้นแตะ 58.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.2548 และสูงขึ้นจากระดับ 57.1 ในเดือน ส.ค. ทั้งนิ้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เศรษฐกิจสหรัฐ ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการในเดือน ส.ค.ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า โดยยอดการส่งออกโต 0.2% สู่ระดับ 1.985 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งยอดส่งออกสินค้าทุน สินค้าอุปโภคบริโภค และวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรม ล้วนปรับตัวดีขึ้น แต่ยอดส่งออกอาหารและยานยนต์ปรับตัวลดลง ขณะที่ยอดการนำเข้าโต 0.1% แตะ 2.386 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งยอดนำเข้าปิโตรเลียมและยานยนต์ปรับตัวลดลง แต่ยอดนำเข้าสินค้าทุนพุ่งทำสถิติสูงสุด เศรษฐกิจยุโรป ยอดค้าปลีกยูโรโซนในเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือน ก.ค. และยอดค้าปลีกของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป(EU) เพิ่มขึ้น 1.4% ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการขยายตัวของความต้องการบริโภค และเมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกในยูโรโซนเพิ่มขึ้น 1.9% และใน EU เพิ่มขึ้น 2.5% ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากยอดขายเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 1.7% และยอดขายนอกภาคธุรกิจอาหารที่เพิ่มขึ้น 1.5% เศรษฐกิจยุโรป ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนในเดือน ก.ย. ปรับตัวลงแตะ 52.0 จากระดับ 52.5 ในเดือน ส.ค. และต่ำกว่าตัวเลข 52.3 เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. บ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคเอกชนของยูโรโซนเดือน ก.ย.ชะลอตัวลงมากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้เบื้องต้น เนื่องจากฝรั่งเศสและอิตาลีที่ยังคงอ่อนแรงลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เยอรมนีเป็นเพียงประเทศเดียวที่ขยายตัวเร็วขึ้น เนื่องจากภาคบริการที่แข็งแกร่งช่วยชดเชยการชะลอตัวในกลุ่มผู้ผลิตได้ ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการ ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 52.4 จากระดับ 53.1 ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 52.8 ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิต ปรับตัวลงแตะ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน จากระดับ 50.7 ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 50.5 เศรษฐกิจเอเชีย ธนาคารจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีกำไรสุทธิชะลอลงในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีกำไรสุทธิ 6.759 แสนล้านหยวน (1.1080 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 10.67% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ชะลอลง 2.86% เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ ธนาคารจีนชั้นนำ 5 ใน 16 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกรวมกัน 5.137 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.32% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ชะลอลง 3.53% เมื่อเทียบรายปี คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (06-10-14 | 09:19)

Mon, 10/06/2014 - 09:42
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ • นักลงทุนระยะสั้น(เล่น 1-2 วัน) ให้ทยอยเปิดสถานะขายเมื่อราคารีบาวด์ทดสอบแนวต้านที่ $1,200-1,210/Oz หรือหากราคาปิดต่ำกว่า $1,178/Oz ก็ให้เปิดสถานะขายตาม • นักลงทุนระยะกลาง-ยาว หลังปิดสถานะซื้อไปแล้วให้หาจังหวะเปิดสถานะขายเมื่อราคาหลุดแนวรับที่ $1,178/Oz ภาพรวมตลาดทองคำคืนวานนี้ Gold – ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลง $24.05/Oz หรือ 1.98% มาอยู่ที่ $1,190.85/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในรอบวันอยู่ที่ $1,-1,) ทองคำปรับตัวลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในเดือนก่อนที่ระดับ 142,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นกดดันทองคำ แม้ว่าดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ร่วงลงแตะระดับ 58.6 จากระดับเดือนส.ค.ที่ 59.6 ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM จะขยายตัวในช่วง 56 - 60.2 แต่นักลงทุนเชื่อว่าตัวเลขจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้นจะส่งผลให้เฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ภายในปีหน้าที่จะถึงนี้ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าในระยะกลางและเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำเพิ่มเติม แนวโน้มตลาดวันนี้ Gold – ราคาทองคำปรับตัวลงสร้างจุดต่ำใหม่ของปีและเป็นการสร้าง Lower Low หากราคาปิดต่ำกว่า $1,178/Oz ให้ระวังแรงขายเพิ่มเติมจากผู้ที่มีสถานะอีกทั้งเส้นค่าเฉลี่ยก็เรียงตัวในลักษณะ Bearish เป็นการกดดันราคาเพิ่มเติมในระยะกลาง ในวันนี้มองกรอบราคาทองคำที่ $1165,-1,200/Oz ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประจำวันนี้ • คำสั่งซื้อโรงงานเยอรมนี เวลา 13.00 น. • ความเชื่อมั่นนักลงทุนยูโรโซน เวลา 15.30 น. ปัจจัยบวก • ดัชนีภาคบริการของสหรัฐของ ISM ร่วงแตะ 58.6 ในเดือนก.ย. ปัจจัยลบ • สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงแตะ 5.9% • ดาวโจนส์ปิดบวก 208.64 จุด ขานรับยอดจ้างงานสหรัฐ • น้ำมัน WTI ลบ 1.27 ดอลลาร์ จากคาดการณ์อุปทานสูงเกินไป • ดอลล์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร • หุ้นยุโรปปิดบวก รับยอดจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 18,590 จำนวน 50 บาท (ณ เวลา 15.00 3/10/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 18,790 บาท (ณ เวลา 15.00 3/10/57) ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำ ปัจจัยบวก ดัชนีภาคบริการของสหรัฐของ ISM ร่วงแตะ 58.6 ในเดือนก.ย. (+)ดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ร่วงลงแตะระดับ 58.6 จากระดับเดือนส.ค.ที่ 59.6 ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM จะขยายตัวในช่วง 56 - 60.2 ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 นี้ บ่งชี้ถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจ (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ปัจจัยลบ สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงแตะ 5.9% (-)กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง หลังจากปรับตัวขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ 142,000 ตำแหน่ง (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดาวโจนส์ปิดบวก 208.64 จุด ขานรับยอดจ้างงานสหรัฐ (-)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) ทั้งดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ต่างก็ทำสถิติปรับตัวขึ้นสูงสุดในการซื้อขายระหว่างวันในรอบ 7 เดือน หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 208.64 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 17,009.69 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 21.73 จุด หรือ 1.12% ปิดที่ 1,967.90 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 45.43 จุด หรือ 1.03% ปิดที่ 4,475.62 จุด (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) น้ำมัน WTI ลบ 1.27 ดอลลาร์ จากคาดการณ์อุปทานสูงเกินไป (-)สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) เนื่องจากตลาดคาดว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่าอุปสงค์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 1.27 ดอลลาร์ ปิดที่ 89.74 ดอลลาร์/บาร์เรล (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดอลล์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (-)สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) หลังสหรัฐรายงานอัตราว่างงานที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ในขณะที่ตลาดแรงงานเพิ่มตำแหน่งงานสูงเกินคาดการณ์ ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ค่าเงินยูโรปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2511 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2674 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ลดลงแตะ 1.5967 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6145 ดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) หุ้นยุโรปปิดบวก รับยอดจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง (-)ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) หลังจากมีแรงเทขายสูงสุดในรอบ 15 เดือนก่อนหน้านี้ หลังจากรายงานของสหรัฐบ่งชี้ถึงการจ้างงานที่สูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้อัตราว่างงานของประเทศ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1% ปิดที่ 335.19 จุด หลังจากที่ร่วงลง 2.4% เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกที่ว่า โครงการซื้อทรัพย์สินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจยุโรปให้กลับมาขยายตัว (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (06-10-14 | 09:01)

Mon, 10/06/2014 - 09:35
- ทองร่วงหลุด 1,200 ดอลลาร์ - คนว่างงานสหรัฐต่ำสุดรอบ 6 ปี - บาทอ่อนค่าลดแรงกดดันราคาทองในประเทศ  มีแรงขายทองคำกลับออกมามากในการซื้อขายวันศุกร์หลังจากมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในตลาดแรงงานของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด กดดันให้ราคาทองปรับตัวลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแนวรับที่ใช้เป็นจุดดีดตัวกลับในการซื้อขายช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเกิดเป็นสัญญาณขายในทางเทคนิคกดดันให้ราคาทองยังมีแนวโน้มอ่อนตัว  รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนกันยายนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.48 แสนตำแหน่ง มากกว่าผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 2.13 แสนราย หลังจากปรับตัวขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ 142,000 ตำแหน่ง ในขณะที่อัตราการว่างงานเดือนกันยายนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 5.9% เทียบกับผลสำรวจที่ประเมินว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 6.1% โดยอัตราการว่างงานเดือนกันยายนเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี  ภาพเทคนิคของราคาทองหลังจากไม่สามารถทรงตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ได้ เกิดเป็นสัญญาณขายกดดันให้ราคาทองคำยังมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยคาดว่าราคาทองจะปรับตัวลงไปยังแนวรับบริเวณ 1,180 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่ทำไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของปีก่อน และด้วยราคาทองที่ปรับตัวลงมามาก จึงคาดว่าน่าจะเริ่มมีการดีดตัวกลับในทางเทคนิคในช่วงที่ราคาทองอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณนี้ โดยมีแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 1,200 ดอลลาร์  ราคาโลหะเงินอ่อนตัวลงมาปิดที่แนวรับบริเวณ 16.80 ดอลลาร์ หลังจากมีการดีดตัวเกิดขึ้นในระหว่างวัน การเคลื่อนไหวของราคาโลหะเงินในกรณีที่ไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 16.80 ดอลลาร์ คาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมามากกดดันให้ราคาปรับตัวลงไปยังแนวรับบริเวณ 16.50 ดอลลาร์ ต่อไป โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนต.ค.57 Close chg. Support Resistance 18,590 -170 18,500/18,350 18,750/19,800 ราคาทองอ่อนตัวลงต่ำกว่าจุดปิดสถานะซื้อตัดขาดทุนบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มอ่อนตัว หากราคาทองยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,200-1,205 ดอลลาร์ สามารถเลือกเปิดสถานะขายเก็งกำไรโดยมีแนวรับของวันอยู่ที่บริเวณ 1,180 ดอลลาร์ ตลาดโลหะ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐดิ่งลง 22.60 ดอลลาร์ หรือ 1.86 % สู่ 1,190.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ โดยร่วงผ่านระดับ 1,200 ดอลลาร์ลงไปเป็นครั้งแรกในปีนี้ ในขณะที่ดอลลาร์พุ่งขึ้น หลังจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2015 ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดดิ่งลง 1.83 % สู่ 1,192.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,190.30-1,215.70 ดอลลาร์ ราคาทองดิ่งลงมาแล้ว 11 % จากจุดสูงสุดของเดือนก.ค.ที่ 1,345ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับว่าราคาทองได้เข้าสู่ช่วงของการปรับฐานแล้ว เนื่องจากการปรับฐานคือการที่ราคาดิ่งลง10 % จากจุดสูงสุดในระยะนี้ นอกจากนี้ ราคาทองยังอยู่ใกล้กับจุดต่ำสุดรอบ 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 1,180 ดอลลาร์ด้วย ราคาพลาตินั่มดิ่งลง 3 % พร้อมกับราคาโลหะมีค่าประเภทอื่นๆและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 4 ปีที่ 86.746 ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.12 % หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรในสหรัฐเพิ่มขึ้น 248,000 รายในเดือนก.ย. และอัตราการว่างงานดิ่งลง 0.2 % สู่ 5.9 % ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2008 นักลงทุนกล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้ทองลดความน่าดึงดูดลงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงแม้เศรษฐกิจเอเชียและยุโรปเติบโตอย่างไม่ราบรื่น ราคาพลาตินั่มในตลาดสปอตดิ่งลงเกือบ 3 % สู่ 1,216.40 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2009 คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (06-10-14 | 08:45)

Mon, 10/06/2014 - 09:28
สรุปเศรษฐกิจประจำวันที่ 06ตุลาคม พ.ศ. 2557 ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ • รัฐสภาตุรกีได้ลงคะแนนเสียงอนุมัติให้ใช้กองกำลังทหารกับกลุ่มรัฐอิสลามในประเทศซีเรียและอิรัก ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้ตุรกีร่วมมือกับกองกำลังร่วมภายใต้การนำของสหรัฐ ภายหลังจากที่กลุ่ม ISIS ได้ยึดพื้นที่ในเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ทางตอนใต้ของชายแดนจุรกี(+ทองคำ) • กระทรวงการจ้างงานและสวัสดิการสังคมของสเปนรายงานว่า จำนวนผู้ว่างงานในสเปนเพิ่มขึ้น 19,720 คนในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น 0.45% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทำให้ผู้ว่างงานในประเทศมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4,447,650 คน(-ทองคำ) • ผลสำรวจของมาร์กิตแสดงให้เห็นว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนในเดือนก.ย. ปรับตัวลงแตะ 52.0 จาก 52.5 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นเดือนก.ย.ที่ 52.3(-ทองคำ) • สหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) และสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนก.ย. อยู่ที่ 54 ลดลง 0.4 จุด จากเดือนส.ค.(-ทองคำ) • กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี(-ทองคำ) • กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐรายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนส.ค. ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557 หรือในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า(-ทองคำ) • ดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ร่วงลงแตะระดับ 58.6 จากระดับเดือนส.ค.ที่ 59.6 ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM จะขยายตัวในช่วง 56 - 60.2(+ทองคำ) • นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวเตือนว่าเศรษฐกิจโลกอ่อนแอกว่าที่ได้ประเมินไว้ในช่วงต้นปีนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการลงทุน 6 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกในช่วง 15 ปีข้างหน้า(+ทองคำ) • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 208.64 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 17,009.69 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 21.73 จุด หรือ 1.12% ปิดที่ 1,967.90 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 45.43 จุด หรือ 1.03% ปิดที่ 4,475.62 จุด(-ทองคำ) • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 1.11 ดอลลาร์ ปิดที่ 92.31 ดอลลาร์/บาร์เรล(-ทองคำ) ข่าวเศรษฐกิจในประเทศ • บอร์ดบีโอไออนุมัติ18โครงการใหญ่ เม็ดเงินลงทุนเฉียด9หมื่นล้าน(+SET/เงินบาทแข็งค่า) Highlight สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุน SPDR ได้ลดการถือรวมทั้งสัปดาห์ที่ -4.78 ตัน และถือรวมที่ 767.47ตัน Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -ราคาทองคำที่น่าเสี่ยงซื้อที่โซน 1183-1186$/ozลุ้นรีบาวด์ที่ 1193/1198$/oz จุดตัดขาดทุน 1179$/oz Market Summary ภาพรวมราคาทองคำในช่วงต้นสัปดาห์แนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยบวกกับลบที่ค้านกันอยู่ระหว่างปัจจัยบวกต่อทองคำ คือ กองทัพยูเครนเผยทหารของยูเครนเสียชีวิต 9 รายในเหตุปะทะกับกลุ่มกบฎที่ฝักใฝ่รัสเซีย แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงสงบศึกกันแล้วก็ตาม โดยการปะทะที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้เกิดขึ้นวันที่ 30/09/14 โดยหนึ่งในการปะทะเกิดขึ้นใกล้กับสนามบินของเมืองโดเนทสค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบ ขณะที่ปัจจัยลบต่อทองคำ คือ กระแสคาดการณ์ที่ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ บวกกับการที่กระแสคาดการณ์ ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ราคาทองคำปรับขึ้นที่ 1219 $/oz เนื่องจากมีรายงานว่ารัฐบาลเยอรมนีกล่าวเรื่องที่รัสเซียเสี่ยงที่จะถูกสหภาพยุโรปคว่ำบาตรเพิ่มเติม หากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียได้รับชัยนะเพิ่มในการสู้รบกับกองกำลังของรัฐบาลยูเครนส่วนปลายสัปดาห์ราคาทองคำลดลงที่ 1189 $/oz ซึ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2553 เนื่องจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งนี้การที่นักลงทุนนำเม็ดเงินที่อยู่ในทองคำออกมาไปที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะการที่อัตราการว่างงานลดลงที่ 5.9% เป็นเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดจะเกิดเร็วขึ้น หลังจากการประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 ก.ย. เฟดที่กล่าวว่า ถ้าอัตราการการว่างงานสหรัฐฯลดลงที่ 5.2%-5.5% จะปัจจัยที่ทำให้เฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์นี้เรายังมองว่าเป็นขาลงระยะสั้นๆจากการที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น จากการที่ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯนอกจากนี้ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง คือตำแหน่งงานใหม่ที่เปิดรับสมัครเดือน ก.ย.สหรัฐดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน ก.ย.โดย IBD/TIPPนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป พูดถึงการพัฒนาของธนาคารกลางทั่วโลกดัชนีราคาสินค้านำเข้าสหรัฐฯเดือน ก.ย.สหรัฐ Market Focus 13.00 น. ยุโรป ยอดคำสั่งซื้อโรงงานเยอรมนีเดือน ก.ย. 15.10 น. ยุโรป ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคค้าปลีกเดือน ก.ย. 15.30 น. ยุโรป ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนยุโรปเดือน ก.ย. คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 06 Oct 2014

Sat, 10/04/2014 - 11:40
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1180.61   1213.39   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงหลุดแนวรับสำคัญ 1200 ปิดตลาดที่ระดับ 1193 โดยการปิดต่ำกว่าระดับ 1200 ทำให้ราคาทองคำมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 1182.57 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเมื่อ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา และเป็นระดับต่ำสุดเมื่อเดือน มิ.ย. 2013 ที่ระดับ 1180.57 โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ไฮไลท์อยู่ที่การปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าแม้ว่าจะเกิดสัญญาณ bearish shooting star ในกราฟแท่งเทียน เมื่อพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์แล้วพบว่าดัชนีแนวโน้มและดัชนีโมเมนตัมยังคงเป็นทิศทางขาลงต่อเนื่อง    …  Forex Pros   …   …   …   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (03-10-14 | 19:45) รอบค่ำ

Sat, 10/04/2014 - 11:23
ข่าวสารสำคัญประกอบการลงทุน สรุป นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โครงการซื้อพันธบัตรรอบที่ 3 ของเฟดส่งผลดีเกินคาดต่อตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งทำให้มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่เฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในแดนลบ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อาจจะแข็งค่าขึ้นอีก เมื่อกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานประจำเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางวายแอลจีแนะนำว่าหากราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำทดสอบโซนดังกล่าวยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งขายบางส่วนในลักษณะทยอยขายออกมา โดยในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวอีกครั้ง ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยทางเทคนิค แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังสามารถไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้งโดยราคายังคงแกว่งตัวในทิศทางที่อ่อนตัวลง กลยุทธ์ Gold Futures: Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,190-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำรจากการแกว่งตัวในทิศทางทางขาลง โดยรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความผันผวนของราคา ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์แนะขึ้นดบ.เร็วขึ้น ขณะ QE3 ส่งผลดีเกินคาดต่อตลาดแรงงาน นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โครงการซื้อพันธบัตรรอบที่ 3 ของเฟดส่งผลดีเกินคาดต่อตลาดแรงงาน ของสหรัฐ ซึ่งทำให้มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่เฟดจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น นายบูลลาร์ดระบุว่า เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตสูงเกินตัวเลขคาดการณ์ที่เฟดได้ ระบุไว้ในเดือนก.ย.2012 นายบูลลาร์ดระบุ เขากล่าวว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ มาตลอดทั้งปีนี้ ได้ล่าช้ากว่าที่นโยบายการเงินมาตรฐานได้บ่งชี้ไว้ นายบูลลาร์ดไม่ได้เป็นกรรมการที่มีสิทธิลงมติในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของเฟด (FOMC) และเขากล่าวด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% ของ FOMC เขายังกล่าวว่า FOMC จะต้องเปลี่ยนแปลงถ้อยคำในการชี้แนะอัตราดอกเบี้ยในการประชุม ครั้งต่อไป นับตั้งแต่เดือนมี.ค. FOMC ระบุว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ "ต่อไปอีกระยะหนึ่ง" หลังจากโครงการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลง โดยโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือนนี้ • (-)สถาบันวิจัยเผยแรงกดดันเงินเฟ้อยูโรโซนพุ่งสูงสุดรอบ 29 เดือนในส.ค. แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 29 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่า มาตรการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจป้องกันภาวะเงินฝืดได้ ทั้งนี้ ดัชนีประเมินภาวะเงินเฟ้อในอนาคตของยูโรโซน (EZFIG) ของสถาบัน วิจัยวัฏจักรเศรษฐกิจ (ECRI) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 97.7 ในเดือนส.ค. จาก 97.5 ในเดือนก.ค. ตัวเลขคาดการณ์ขั้นต้นพบว่า อัตราเงินเฟ้อลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่ 0.3% ในเดือนก.ย. ซึ่งต่ำกว่าอย่างมากจากเป้าหมายของอีซีบีที่ต่ำกว่าระดับ 2% เล็กน้อย และต่ำกว่าระดับ 1% ที่อีซีบีเตือนว่าเป็น "เขตอันตราย" เมื่อวานนี้ นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี กล่าวว่า อีซีบีจะเข้าซื้อสินเชื่อ และหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ตั้งแต่กลางเดือนหน้าเป็นต้นไป • (-)ผลสำรวจดัชนี PMI ชี้ภาคธุรกิจยูโรโซนร่วงต่ำสุดในปีนี้ในเดือนก.ย. ผลสำรวจพบว่า ภาคธุรกิจในยูโรโซนขยายตัวในอัตราต่ำสุดในปีนี้ในเดือนก.ย. ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลงในภูมิภาค ซึ่งยอดสั่งซื้อใหม่อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ทั้งนี้ ดัชนีคอมโพสิตผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) แบบรวมของมาร์กิต ซึ่งอ้างอิง ตามผลสำรวจความเห็นบริษัทหลายพันแห่งทั่วสหภาพยุโรป และถือเป็นดัชนีวัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 52.0 ลดลงมากจากระดับ 52.5 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าข้อมูลขั้นต้นที่ 52.3 แต่ก็ยังคงสูงกว่า ระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัว และการหดตัวเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน บริษัทต่างๆได้ลดราคาลงในอัตราที่เร็วขึ้นในเดือนที่แล้ว ซึ่งตอกย้ำความยากลำบากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะเผชิญในการหนุนให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น หลังจาก อยู่ในระดับต่ำมานาน โดยเฉพาะภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวสำหรับสินค้าและบริการ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะงักงัน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 0.3% เท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจของยูโรโซนประสบภาวะหยุดชะงักในไตรมาส 2 • (+)บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายอ่อนค่าสุดกว่า 3 เดือน เหนือ 32.50,หลายกลุ่มเข้าซื้อดอลล์ บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบกว่า 3 เดือนที่ 32.525โดยถูกกดดันจากการเข้าซื้อดอลลาร์ ของทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการหลังมองว่า ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐจะออกมาดี และสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เผยว่าในช่วง 2 สัปดาห์นี้ เงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว 0.6% โดยปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศไม่ได้มีผลมากนัก แต่เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับภูมิภาค 17.13 น. บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 32.51/54 จาก 32.44/47 ช่วงเช้า ขณะที่ใน offshore อยู่ที่ 32.51/53 จาก 32.415/485 ช่วงเช้า " ดีลเลอร์ กล่าวว่า เงินบาทในวันนี้แกว่งตัวในทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากขาดปัจจัยบวกเข้ามาในช่วงนี้ ทำให้ตลาดมุ่งความสนใจไปที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งแม้เป็นที่คาดการณ์ของตลาดอยู่แล้ว แต่ในภาวะที่ตลาดขาดปัจจัยใหม่ ก็ทำให้เรื่องดังกล่าวยังเป็นตัวชี้นำ และกดดันเงินบาทต่อไป คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (03-10-14 | 17:02) รอบค่ำ

Fri, 10/03/2014 - 17:19
Strategic Review ราคาทองคำมีการย่อตัวลงมาใกล้ทดสอบแนวรับสำคัญที่ US$1,200 อีกครั้ง แต่ยังมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากที่ MACD มีการตัดเส้น Signal ขึ้นโดยหากยังไม่หลุดแนวรับดังกล่าว ราคามีโอกาส Rebound ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ US$1,222 บริเวณ Retracement 23.6% และแนวต้านถัดไปที่ US$1,240 บริเวณ Retracement 38.2% แต่หากหลุด US$1,200 จะมีแนวรับที่ US$1,180 กลยุทธ์ จุดตัดสินใจ US$1,200 หากไม่หลุด เปิด Long หรือเปิด Short หากหลุดแนวรับดังกล่าว News Update ราคาทองคำมีการย่อตัวลงในช่วงบ่าย กลับมาเคลื่อนไหวใกล้บริเวณ US$1,205 ต่อออนซ์(Gold Spot) หลังจากที่ดัชนี PMI ภาคบริการของยุโรปที่ประกาศในช่วงบ่ายออกมาต่ำกว่าที่คาดเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโรแข็งค่าขึ้นมา กดดันราคาทองคำ และในคืนนี้ยังมีประเด็นสำคัญให้ต้องติดตามกันต่ออย่างตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ในอนาคต โดยหากออกมาดีกว่าที่คาด อาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด เป็นผลลบต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าในประเด็นการตรวจพบผู้ติดเชื้ออีโบล่าในสหรัฐฯ ด้านค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ อ่นอค่าลงอย่างต่อเนื่อง หนุนราคาทองคำในประเทศ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (03-10-14 | 17:01) รอบค่ำ

Fri, 10/03/2014 - 17:17
Night Trade Report ค่ำนี้ติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐ ตลาดคาดว่าออกมาดี คาดราคาทองคำคืนนี้ผันผวนในกรอบ 1,190-1,225 ดอลลาร์/ออนซ์ • ราคาทองคำในช่วงการซื้อ-ขายกลางวันของวันศุกร์นี้เริ่มปรับตัวลงในช่วงบ่ายเข้าใกล้ระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเคลื่อนไหวกรอบระหว่าง 1,206 – 1,215 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเมื่อเย็นวานนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.05% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ประธาน ECB กล่าวว่า ECB จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมถ้าหากมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี มาตรการเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสินทรัพย์ (ABS) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพียงไม่กี่อย่างที่ ECB ยังคงเหลืออยู่ ก่อนที่ ECB อาจจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอนาคต ECB จะเริ่มซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ (covered bonds) ในช่วงกลางเดือนนี้ และจะซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ( ABS- Asset-backed securities) ก่อนสิ้นปีนี้ แนวโน้มนโยบายการเงินของ ECB ที่ผ่อนคลายลงมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของยูโรโซน ยังเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่อค่าเงินยูโรและราคาทองคำให้เคลื่อนไหวในทิศทางขาลง (bearish) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจะผลักดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (bullish) ได้ต่อไป • ค่ำนี้สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสำคัญภาคแรงงานของสหรัฐ ซึ่งน่าติดตามว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.จะออกมาเพิ่มขึ้นสูงถึง 216,000 ตำแหน่ง ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ จากที่ตัวเลขการจ้างงานเดือนส.ค.ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 142,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานเดือนก.ย. ตลาดประเมินว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 6.1% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน นอกจากนี้แล้วยังมีดัชนี ISM ภาคบริการเดือนก.ย.ของสหรัฐ ซึ่งจากผลสำรวจประเมินว่าจะออกมาลดลงกว่าเดือนก่อน ซึ่งตัวเลขที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จะกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงได้ต่อไป หรืออาจฟื้นตัวปรับตัวขึ้นได้ในกรอบที่จำกัดเท่านั้น • คาดว่าราคาทองคำคืนนี้จะผันผวนในกรอบระหว่าง 1,190 – 1,225 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนำเข้าซื้อที่แนวรับสำคัญบริเวณ 1,180-1,190 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุน (cut loss) ที่ 1,175 ดอลลาร์/ออนซ์ กรณีที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาที่แนวต้านแรกที่ระดับ 1,225-1,235 ดอลลาร์/ออนซ์ ยังแนะนำให้ขายทำกำไรหรือเปิดสถานะขายเก็งกำไร โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุน (cut loss) ที่ 1,240 ดอลลาร์/ออนซ์ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

Pages

Gold Spot

ForexProsThe Forex Charts Powered by Investing.com - The Leading Financial Portal.

2013 © Copyright information viewpoint