<br /><div style="background-color: #c7c7ff;"></div> <p></p>

ข่าวทองคำ

Subscribe to ข่าวทองคำ feed
Updated: 2 hours 32 min ago

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (10-08-14 | 09:26)

Fri, 08/01/2014 - 09:43
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ • นักลงทุนระยะสั้น(เล่น 1-2 วัน) ให้เปิดสถานะขายเมื่อราคารีบาวด์ทดสอบแนวต้านที่ $1,297/Oz โดยมีจุดซื้อกัลป์ทำกำไรที่ $1,275/Oz • นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ให้รอดูสถานการณ์ไปก่อนหลังราคาหลุดแนวรับที่ $1,285/Oz ลงมา ภาพรวมตลาดทองคำคืนวานนี้ Gold – ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลง $14.28/Oz หรือ 1.10% มาอยู่ที่ $1,281.50/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในรอบวันอยู่ที่ $1,280.70-1,297.27) ราคาทองคำปรับตัวลงแม้ว่าตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ก.ค. เพิ่มขึ้น 23,000 ราย แตะที่ 302,000 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 305,000 ราย นอกจากนี้การผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลอาร์เจนตินาและนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผยกองทัพของอิสราเอลจะทำลายเครือข่ายอุโมงค์ของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาต่อไป เนื่องจากอุโมงค์ดังกล่าวถือเป็นช่องทางในการก่อเหตุโจมตีภายในดินแดนของอิสราเอล โดยล่าสุดจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอลเป็นเวลา 72 ชั่วโมงแต่ยังคงเป็นตัวสนับสนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แนวโน้มตลาดวันนี้ Gold – หลังราคาปรับตัวลงสร้าง Lower Low ทำให้เข้าสู่แนวโน้มขาลงโดยมีแนวรับต่อไปที่ $1,275/Oz หากไม่สามารถยืนได้มีโอกาสปรับตัวลงต่อจากแรงกดดันของเส้นแนวโน้มขาลง มองกรอบราคาทองคำในวันนี้ที่ $1,275-1,297/Oz ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประจำวันนี้ • ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน เวลา 15.00 น. • ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ เวลา 19.30 น. • อัตราว่างงานสหรัฐ เวลา 19.30 น. • ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ เวลา 21.00 น. ปัจจัยบวก • อิสราเอลลั่นเดินหน้าทำลายเครือข่ายอุโมงค์ในฉนวนกาซาต่อ • สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 23,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา • ดาวโจนส์ปิดร่วง 317.06 จุด จากข่าวอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้ • จีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ค.เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ปัจจัยลบ • วิตกผลประกอบการเอกชน ฉุดตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วง • ยูโรอ่อนค่า เหตุวิตกภาวะเงินฝืดในยูโรโซน Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 19,600 จำนวน 50 บาท (ณ เวลา 15.00 30/7/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 19,820 บาท (ณ เวลา 15.00 30/7/57) ปัจจัยบวก อิสราเอลลั่นเดินหน้าทำลายเครือข่ายอุโมงค์ในฉนวนกาซาต่อ (+)นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผยกองทัพของอิสราเอลจะทำลายเครือข่ายอุโมงค์ของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาต่อไป ไม่ว่าจะมีการทำข้อตกลงสงบศึกหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากอุโมงค์ดังกล่าวถือเป็นช่องทางในการก่อเหตุโจมตีภายในดินแดนของอิสราเอล (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 23,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา (+)กระทรวงแรงงานของสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ก.ค. เพิ่มขึ้น 23,000 ราย แตะที่ 302,000 ราย หลังจากลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปีในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 305,000 ราย(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดาวโจนส์ปิดร่วง 317.06 จุด จากข่าวอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้ (+)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจในต่างประเทศ รวมถึงข่าวการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลอาร์เจนตินา และตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,563.30 จุด ร่วงลง 317.06 จุด หรือ -1.88% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,369.77 จุด ลดลง 93.13 จุด หรือ -2.09% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,930.67 จุด ลดลง 39.40 จุด หรือ -2.00%(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) จีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ค.เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี (+)สหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) และสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.ค.ขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 51.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 51 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนกำลังขยายตัวแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาล(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ปัจจัยลบ วิตกผลประกอบการเอกชน ฉุดตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วง (-)ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ดิ่งลงหนักสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทต่างๆ รวมถึงอาดิดาส ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กีฬารายใหญ่ของเยอรมนี ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,246.14 จุด ลดลง 66.16 จุด หรือ -1.53% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,407.48 จุด ร่วงลง 186.20 จุด หรือ -1.94% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,730.11 จุด ลดลง 43.33 จุด หรือ -0.64% (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ยูโรอ่อนค่า เหตุวิตกภาวะเงินฝืดในยูโรโซน (-)สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันหลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.ของประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบในรอบเกือบ 5 ปี ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่ายูโรโซนกำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืด(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (01-08-14 | 09:22)

Fri, 08/01/2014 - 09:39
Today Strategy: Gold ราคาหลุดเส้น MA 200 วันลงมา แนะนำ Trading Short เมื่อราคาดีดตัวขึ้น SET50 ฝรั่งขายปรับพอร์ตหุ้นไทยต่อเนื่อง อาร์เจนตินาเบี้ยวหนี้มีผลลบต่อหุ้นโลก ส่งผลบาทอ่อนวูบ แนะแบ่งส่วนทยอยปิดทำกำไรสถานะ short ในจังหวะอ่อนตัว Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีราคาปิดลดลง 12.61 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,282.09 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการรายงานตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมา 302,000 รายดีกว่าคาดที 306,000 ราย ทำให้คาดว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในคืนนี้จะออกมาดีเช่นกัน แสดงถึงตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง รวมถึงการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีหน้า และค่าเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นมากเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าเส้น MA 200 วัน ถ้าหากไม่สามารถดีดกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น MA 200 วันได้ จะส่งสัญญาณ bearish เพิ่มขึ้น และอาจปรับตัวลงสู่ระดับ 1,275/1,265 • ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 317.06 จุด ซึ่งเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับจากเดือนเม.ย. และเป็นการร่วงลงรายเดือนเป็นครั้งแรกนับจากเดือนม.ค. โดยดาวโจนส์ร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด รวมถึงข่าวอาร์เจนติน่าผิดนัดชำระหนี้ • USD/THB ปิดที่ 32.17 บาทต่อUSD เงินบาทอ่อนค่าลงเร็ว ในขณะที่ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น จากข้อมูลในตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ทำให้คาดว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปิดร่วงลงแรง 2.10 USD/บาร์เรล ปิดที่ 98.17 USD/บาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากข่าว โรงกลั่นน้ำมันในรัฐแคนซัสปิดทำการเป็นเวลานาน Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,282.09 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,281.36 – 1,297.30 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,283 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,280/1,270 แนวต้านบริเวณ 1,290/1,297 • USD/THB ปิดที่ 32.17 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.14 ต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.2/32.4 ให้แนวรับบริเวณ 32.1/32.0 • ICE Brent ปิดที่ 106.02 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 106.5/107.5 และให้แนวรับบริเวณ 105.0/104.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,240 – 1,370 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,180 –1,425 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,180 – 1,485 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในรายวันราคาปรับตัวลงต่ำกว่าเส้น MA 200 วัน หากกลับไปยืนไม่ได้จะลงมาที่ 1,265 ในขณะที่ RSI อ่อนตัวลงมาที่ระดับ 36.7 ส่วน MACD histogram เป็นลบ ส่งสัญญาณ bearish วันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,280/1,270 ส่วนแนวต้านมีที่บริเวณ 1,290/1,297 • Strategy : นักลงทุนระยะสั้น Trading Short เมื่อราคาดีดตัวขึ้น Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • คาด Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 3.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE และลดดอกเบี้ยลงอีก • ค่าเงิน USD ปัจจัยที่ต้องติดตาม • สถานการณ์ความใม่สงบในตะวันออกกลางและยูเครน • การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกต่อรัสเซีย USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. อ่อนค่าขึ้นทดสอบแนวต้านที่เส้น moving average 200 ประกอบกับ RSI อยู่ใน overbought จึงคาดว่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าได้อีกไม่มาก ให้แนวต้านบริเวณ 32.2 / 32.4 ให้แนวรับบริเวณ 32.1 / 32.0 Strategy: trading ในกรอบ Exclusive News เศรษฐกิจสหรัฐ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 26 ก.ค. เพิ่มขึ้น 23,000 ราย แตะที่ 302,000 ราย หลังจากในสัปดาห์ก่อนหน้ามีการลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ปรับตัวลดลง 3,500 ราย มาอยู่ที่ 297,250 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.2549 เศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) เขตชิคาโก ปรับตัวลดลงแตะ 52.6 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 62.6 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2556 อย่างไรก็ดี ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของกิจกรรมการผลิต เศรษฐกิจยุโรป อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอ่อนตัวลงแตะ 0.4% ในเดือน ก.ค. ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี จากระดับ 0.5% ในเดือน มิ.ย. ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางยุโรป(ECB) ให้เร่งดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางอัตราว่างงานที่ทรงตัวอยู่ใกล้กับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันมานานหลายเดือน เศรษฐกิจยุโรป จำนวนคนว่างงานของเยอรมนีในเดือน ก.ค.ลดลง 12,000 คน สู่ระดับ 2.9 ล้านคน โดยเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ส่วนอัตราว่างงานยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 6.7% ส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีความแข็งแกร่งมากขึ้นหลังจากเผชิญกับภาวะชะลอตัวในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจเอเชีย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7.5% ในปีนี้ และอัตราเงินเฟ้อจะยังคงต่ำกว่าระดับ 3% แม้ว่าการลงทุนชะลอตัวลงและอาจมีการปรับเปลี่ยนเชิงลึกมากขึ้นในกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลจะช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ขยายตัวสอดคล้องกับเป้าหมายที่ราว 7.5% โดยความท้าทายอยู่ที่การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ การลดความผันผวนที่ก่อตัวขึ้น และการผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้ IMF ระบุว่า การใช้แผนปฏิรูปจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ และครอบคลุมยิ่งขึ้น เศรษฐกิจเอเชีย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) ภาคการผลิตของจีนในเดือน ก.ค.ขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 51.7 สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี และสูงกว่าระดับ 51 ในเดือน มิ.ย. เป็นสัญญาณว่า เศรษฐกิจจีนกำลังขยายตัวแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาล เศรษฐกิจเอเชีย ค่าแรงพื้นฐานโดยเฉลี่ยของบริษัทในญี่ปุ่นที่มีพนักงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะที่ 243,019 เยน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี 3 เดือน สำหรับรายได้ต่อเดือนทั้งหมดโดยเฉลี่ย ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% แตะที่ 437,362 เยน ทำสถิติเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนค่าจ้างไม่ประจำ เพิ่มขึ้น 1.9% แตะที่ 19,058 เยน ทำสถิติเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน แต่รายได้ที่แท้จริงที่ปรับค่าเงินเฟ้อแล้ว ลดลง 3.8% ทำสถิติลดลงมากกว่า 3% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากการปรับขึ้นภาษีในเดือน เม.ย. ตลาดน้ำมัน อังกฤษนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันสูงกว่าส่งออกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ทั้งนี้ ในปีที่แล้ว อังกฤษมียอดส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน 26.2 ล้านตัน ในขณะที่มียอดนำเข้า 28.2 ล้านตัน เนื่องจากการปิดดำเนินงานของโรงกลั่นน้ำมันที่สำคัญ 2 แห่ง ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง 6% อื่น ๆ อาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 12 ปี หลังความพยายามเจรจานาทีสุดท้ายกับเจ้าหนี้ประสบความล้มเหลว ทั้งนี้ อาร์เจนตินาต้องต่อสู้ทางกฎหมายกับบรรดากองทุนบริหารความเสี่ยง(hedge fund) ที่ปฏิเสธการปรับโครงสร้างหนี้มาอย่างยาวนานหลังจากการผิดนัดชำระหนี้เมื่อปี 2002 โดยก่อนหน้าที่การเจรจาดังกล่าวจะสิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลว อาร์เจนตินาได้ร้องขอการสนับสนุนทางการเงินแก่ธนาคารต่าง ๆ เพื่อนำไปจ่ายหนี้แก่ผู้ถือตราสารหนี้ที่ปรับโครงสร้างแล้ว แต่ศาลสหรัฐสั่งห้ามดำเนินการจนกว่าจะมีการจ่ายหนี้ให้แก่กองทุนบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ ศาลสูงของสหรัฐก็ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของอาร์เจนตินา โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ว่าให้ชำระหนี้แก่กองทุนบริหารความเสี่ยง 2 กองทุนที่ไม่ร่วมเห็นชอบการปรับโครงสร้างหนี้ของอาร์เจนตินาด้วย ทำให้ S&P ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอาร์เจนตินาลงมาอยู่ที่ผิดนัดชำระหนี้บางส่วน(selective default) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (01-08-14 | 09:14)

Fri, 08/01/2014 - 09:30
- ทองร่วงต่อเนื่องจากต้นสัปดาห์ - ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนักกังวลอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้ - ค่ำนี้ติดตามรายงานจ้างงานสหรัฐ  ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องในการซื้อขายสัปดาห์นี้ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยลบกดดันการเคลื่อนไหวของราคาทอง นักลงทุนต่างประเมินว่าหลังมีการปรับลดปริมาณเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารกลางสหรัฐ ก็มีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐจะเริ่มปรับตัวขึ้น  ค่ำวันนี้จะมีการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ ซึ่งผลสำรวจประเมินว่าจะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นราว 2.3 แสนตำแหน่ง จากเดือนก่อนหน้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.88 แสนตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานของสหรัฐในเดือนเดียวกันนั้น ผลสำรวจประเมินว่าจะอยู่ที่ 6.1% ทรงตัวจากเดือนก่อน ส่วนรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐประจำสัปดาห์นี้ปรากฏว่ามีจำนวน 3.02 แสนราย ใกล้เคียงผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 3.03 แสนราย  นอกจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐแล้ว ช่วงเช้าจะมีการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งประเมินว่าจะขยายตัวขึ้นมากกว่าการรายงานครั้งก่อน แต่คาดว่าผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคงมีค่อนข้างน้อย การเคลื่อนไหวของราคาทองยังคงได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ายังเป็นปัจจัยลบกดดันราคาทอง  ราคาทองอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับบริเวณ 1,285 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ภาพเทคนิคของราคาทองยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อ ในระหว่างวันหากราคาทองดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,295-1,300 ดอลลาร์ คาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมาและกดดันให้ราคาทองปรับตัวลงต่อไป แนวรับสำหรับกลับเข้าเก็งกำไรในระหว่างวันอยู่ที่บริเวณ 1,270-1,275 ดอลลาร์  ราคาโลหะอ่อนตัวลงมาปิดใกล้จุดต่ำสุดของวันและยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อ โดยมีแนวรับของวันอยู่ที่บริเวณ 20.0 ดอลลาร์ หากอ่อนตัวลงไปต่ำกว่าแนวรับบริเวณนี้คาดว่าจะมีแรงขายออกมามากขึ้น โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.57 Close chg. Support Resistance 19,730 -70.00 19,650/19,550 19,850/20,000 หากราคาทองไม่สามารถประคองตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,280-1,285 ดอลลาร์ ควรปิดสถานะซื้อออกไปก่อนและอาจกลับมาเลือกเปิดสถานะขายเก็งกำไร เช่นเดียวกับกรณีที่ราคาทองดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,295 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะมีแรงขายสลับออกมาจึงสามารถเปิดสถานะขายเก็งกำไรได้เช่นกัน โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,300 ดอลลาร์ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (01-08-14 | 08:42)

Fri, 08/01/2014 - 09:10
Highlight การที่ราคาทองคำลงไปทดสอบ 1280$/oz พิจารณาทางเทคนิค คือ ราคาหลุดแนวรับสำคัญ 1290$/oz Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -เสี่ยงซื้อที่ราคาทอง1280$/oz เป้า 1300/1305$/oz ตัดขาดทุนS/L 1278 $/oz Market แนวรับ แนวต้าน Spot Gold 1280/1275/1265$/oz 1285/1290/1295$/oz 96.5% 18,850/18,775/18,630 18,925/18,995/19,070 99.99% 19,535/19,455/19,305 19,610/19,685/19,760 Market Focus 15.00น. ยุโรป ดัชนีฝ่ายจัดซื้อผู้จัดการภาคการผลิตยุโรปรายเดือน 19.30 น. สหรัฐฯ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรรายเดือนสหรัฐฯ 19.30 น. สหรัฐฯ อัตราการการว่างงานสหรัฐฯ 20.45 น. สหรัฐฯ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคผลิตรายเดือนสหรัฐฯ 20.55 น. สหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค(สรุป)รายเดือนโดย ม.มิชิแกน 20.55 น. สหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์(สรุป)รายเดือนโดย ม.มิชิแกน 21.00 น. สหรัฐฯ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตสหรัฐฯรายเดือนโดย ISM 21.00 น. สหรัฐฯ ค่าใช่จ่ายด้านการก่อสร้างรายเดือนสหรัฐฯ Market Summary เมื่อวานราคาทองคำลง 1280$/oz ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ จากปัจจัยที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์(นับตั้งแต่ 10 ก.ค. – 31 ก.ค.) ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ปรับตัวลดลง 3,500 ราย มาอยู่ที่ 297,250 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2549บวกกับการแถลงการณ์เฟดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2557ว่า "กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีในไตรมาส 2 ขณะที่ภาวะในตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้น โดยอัตราว่างงานปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 6.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2551 ส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้นปานกลาง และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจก็ขยายตัวได้ดีเช่นกัน"ปัจจัยทั้งสองนี้ทำให้นักลงทุนกลัวว่า การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯที่จะประกาศในวันนี้ขยายตัวขึ้น ส่งผลนักลงทุนเทขายทองคำตอนตลาดสหรัฐฯเปิด สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในวันนี้เรามองจากปัจจัยพื้นฐานต้องจับตามองปัจจัยของทางสหรัฐฯและปัจจัยต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.เวลา 19.30น. กระทรวงแรงงานสหรัฐฯประกาศมองว่าจากการที่ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจสหรัฐฯเปิดเผยว่า ตลาดแรงงานสหรัฐได้ฟื้นตัว 83% จากช่วงที่เกิดวิกฤติการเงินรุนแรงสุด บวกกับอัตราว่างงานในปัจจุบันของสหรัฐได้ปรับตัวลดลงแตะ 6.1% จากปัจจัยนี้ทำให้คาดว่าการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือน ก.ค. จะขยายตัวส่งทองร่วง 2.เวลา 20.55 น. ม.มิชิแกน ประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มองว่าจากการที่คอนเฟอเรนซ์ บอร์ดเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน มิ.ย.สหรัฐฯประกาศที่ 90.9 จุด ขยายตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 6ปี 7 เดือน ปัจจัยนี้จะส่งให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ประกาศจากม.มิชิแกน จะขยายตัวตามปัจจัยนี้ส่งให้ทองมีโอกาสลดลง คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 01 Aug 2014

Fri, 08/01/2014 - 06:54
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1273.78   1296.91   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ปรับตัวลดลงไปทำระดับทำสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ 1282 ดัชนี้ชี้วัดราคาทองคำยังคงเป็นทิศทางขาลง อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ที่ระดับ 38 และจึงมีโอกาสเพียงพอที่ราคาจะปรับตัวลงได้ต่อ โดยเราคาดการณ์ว่าราคาน่าจะลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 1277 ซึ่งในระหว่างวันอาจมีแนวรับแรกอยู่ที่ 1281 (ุ61.8% Fibo ของช่วงราคาทองคำเดือน มิ.ย.-ก.ค.) การหลุดลงต่ำกว่าระดับ 1277 จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะลงไปทดสอบระดับต่ำสุดเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ระดับ 1240   …  Forex Pros   1274,1278,1279   1285,1288,1290   Moving Averages:STRONG SELL,Technical Indicators:STRONG SELL   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (31-07-14 | 16:51) รอบค่ำ

Thu, 07/31/2014 - 18:08
Strategic Review ช่วงบ่ายราคามีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง แต่ยังคงสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ US$1,290 (Low เดิม) มุมมอง Downside เริ่มจำกัด ราคามีโอกาส Rebound สั้น ๆ ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ US$1,300 (แนวต้านจิตวิทยา) , US$1,310 (Retracement 61.8% และ EMA 200 วัน) แต่หากหลุด US$1,290 รอดูรับถัดไป US$1,270 กลยุทธ์ ข้าง Short Take profit บริเวณ US$1,290-95 ถ้าหลุด US$1,290 Short อีกครั้ง News Update ราคาทองคำในตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ US$1,295 ต่อออนซ์ (Gold spot) ระหว่างวันราคาทรงตัวเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ภายหลังเมื่อวานนี้ปรับตัวลดลงจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่ง หลังฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ย่ำแย่จากภาวะภัยหนาวในช่วงต้นปี ขณะที่ช่วงบ่ายทางฝั่งยุโรปมีการรายงานอัตราเงินเฟ้อลดลงสู่ระดับ 0.4% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ บ่งชี้ถึงเศรษฐกิจฝั่งยุโรปยังคงอ่อนแอ ทำให้กดดันค่าเงินยูโร หนุนดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งผลลบต่อราคาทองคำ ทางด้านราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่วนทิศทางกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้น คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (31-07-14 | 16:39) รอบค่ำ

Thu, 07/31/2014 - 18:04
Night Trade Report คืนนี้สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ราคาทองคำคาดยังแกว่งตัวในกรอบ 1,290-1,310 ดอลลาร์/ออนซ์ • การซื้อขายทองคำในช่วงกลางวันที่ตลาดเอเชียเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เนื่องจากไม่มีประเด็นใหม่ที่เข้ามากระทบตลาด หลังจากที่เมื่อวานมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างเข้มข้นทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ จีดีพีไตรมาส 2 และการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ค.ของสหรัฐ ซึ่งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิมและลดวงเงิน QE อีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน เหลือ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และรายงานการประชุมเฟดไม่สัญญาณที่ชัดเจนถึงจังหวะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ขณะที่จีดีพีไตรมาส 2 ขยายตัว 4% หลังจากไตรมาส 1 หดตัวลง 2.1% ส่วนการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ค.ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ • คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 19,000 ราย เป็น 303,000 ราย หลังจากที่สัปดาห์ก่อนเปิดเผยตัวเลขออกมาต่ำสุดในรอบ 8 ปี ทำให้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เป็นตัวเลขตลาดแรงงานที่ตลาดจับตามองในขณะนี้เช่นกัน • หลังจากการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ค.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดรอดูการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. ที่จะประกาศออกมาในวันศุกร์ ทำให้ราคาทองคำในคืนนี้คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1,290-1,310 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนำซื้อขายตามกรอบดังกล่าวไปก่อน โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,290 และ 1,280-1,285 ดอลลาร์/ออนซ์ตามลำดับ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนที่ 1,275 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านระยะสั้นที่บริเวณ 1,310 และ 1,325 ดอลลาร์/ออนซ์ตามลำดับ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

MTS : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย เอ็มทีเอส โกลด์ฯ (31-07-14 | 11:18)

Thu, 07/31/2014 - 18:01
สรุปราคาซื้อขายทองคำ และ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 9.00 น. ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,299 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,294 เหรียญ/ออนซ์ (22.30 น.) ค่าเงินบาทปิด 31.91 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 19,550 บาท กับ 19,650 บาท และกลับมาปิดที่ 19,550 บาท กับ 19,650 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 764 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 5,755 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 0.6% แบบ 10 บาท ลดลง 1.6 % GFQ14 ปิด 19,720 บาท และ GFV14 ปิด 19,780 บาท GF10Q14 ปิดที่ 19,720 บาท GF10V14 ปิดที่ 19,780 บาท สัญญา Comex ลดลง 3.6 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,296.9 ดอลลาร์/ออนซ์ NYMEX ลดลง 70 เซนต์ ปิดตลาดที่ระดับ 100.27 ดอลลาร์/บาร์เรล SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 801.84 ตัน (คงทองคำเท่าเดิม) ข่าวที่สำคัญ สรุปการประชุม FOMC 29-30 ก.ค. 57 - เฟดมีมติลดปริมาณเข้าซื้อพันธบัตรลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน จากเดิมที่ระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ - เฟดยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 0-0.25% และจะยังคงไว้ที่ระดับนี้ต่อไป ถึงแม้จะสิ้นสุด QE ตามที่กำหนดไว้ - เจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนมิถุนายนสะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวได้ดีในไตรมาสที่ 2 รวมถึงข้อมูลภาคแรงงานก็มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าภาคที่อยู่อาศัยยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่นัก - ทั้งนี้เฟดยังคงยืนยันว่า ณ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีการฟื้นตัวขึ้นอย่าต่อเนื่อง เพราะยังคงมีความกังวลว่าการฟื้นตัวของภาคแรงงานยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่กำลังค่อยๆปรับตัวสู่ระดับเป้าหมายที่ตังไว้ นักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับลด QE ของเฟดส่งสัญญาณว่า เฟดจะยังเดินหน้าปรับลด QE จนกว่าจะสิ้นสุดมาตรการในปีนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันจากการเทขายของนักลงทุน หลังจากที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อันได้แก่ GDP ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 นักวิเคราะห์ ประเมินว่า GDP สหรัฐฯ ประจำไตรมาสที่ 2/57 ที่ขยายตัวสู่ระดับ 4% ของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เฟดกลับมาพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ตลาดทองคำเปลี่ยนประเด็นความสนใจไปยังรายงานตัวเลขการจ้างงานของรัฐบาลที่จะประกาศในคืนวันศุกร์ เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมินว่าจะมีการจ้างงานลดลงประมาณ 58,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 230,000 ตำแหน่ง จิม เวคคอฟ นักวิเคราะห์จาก Kitco ระบุว่า หากทองคำยืนอยู่เหนือจุดสูงสุดเดิมในรอบสัปดาห์ที่ระดับ 1,312.1 เหรียญ/ออนซ์ได้ ก็จะส่งสัญญาณทิศทางขาขึ้นในระยะสั้นๆ แต่เน้นให้จับตาบริเวณจุดต่ำสุดเดิมของสัปดาห์ 1,287.5 เหรียญ เพราะหากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวจะส่งผลให้ทองคำเข้าสู่ทิศทางขาลงอย่างเห็นได้ชัด Kitco ประเมินแนวรับทองคำสัปดาห์นี้ที่ระดับ 1,291 เหรียญ และ 1,287.5 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,300 เหรียญ และ 1,303 เหรียญ ตามลำดับ สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า รัสเซียส่งสารเตือนถึงชาติตะวันตกว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของชาติตะวันตกจะกดดันให้ราคาพลังงานของอียูปรับตัวสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของยูโรโซนอย่างสาหัสเช่นเดียวกับที่กระทำต่อรัสเซีย อย่างไรก็ดี รัสเซียยอมรับว่าไม่พอใจต่อการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ และจะไม่ดำเนินการตอบโต้กลับในทันที แต่ระบุว่าสหรัฐฯก็ควรรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่ยากลำบากของยูเครน เมื่อคืนนี้ อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศบริเวณตลาดแห่งหนึ่งในเขตฉนวนกาซา เมื่อคืนนี้ อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศบริเวณตลาดแห่งหนึ่งในเขตฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย นายโมฮัมหมัด เดอิฟ ผู้บัญชาการการรบของกลุ่มฮามาสประกาศว่า จะไม่มีการหยุดยิงกับฝ่ายอิสราเอลและจะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ จนกว่าอิสราเอลจะหยุดโจมตีฉนวนกาซ่า โดยเป็นการปฏิเสธท่าทีของนายยัสเซอร์ อาเบ็ด รับโบ เลขาธิการกลุ่มพีแอลโอของปาเลสไตน์ ที่กล่าวว่า มีการปรึกษากับกลุ่มฮามาสและอิสลามิก จีฮัดแล้ว ซึ่งกลุ่มติดอาวุธทั้งสองยินดีที่จะหยุดยิง ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักที่ระดับ 1.3392 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่ GDP ไตรมาสที่ 2/57 ของสหรัฐฯดีขึ้นเกินคาด เมื่อคืนนี้ ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนหลังจากที่เฟดเดินหน้าปรับลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ และไม่ส่งสัญญาณใดๆต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดัชนีนิกเกอิ เปิดตลาดเช้านี้ +0.55% เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นหลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่กรอบบนของค่าเงินเยนที่ระดับ 102 เยนเมื่อคืนนี้ นักบริหารเงิน กล่าวว่า ค่าเงินบาทอยู่ในทิศทางอ่อนค่า และคาดว่าวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80 – 32.30 บาท/ดอลลาร์ สศค. ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ 2% เนื่องจากปัญหาทางการเมืองส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกหดตัว ขณะที่ปี 58 ประเมินว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 5% นักวิเคราะห์ ประเมินภาวะตลาดหุ้นช่วงนี้ที่ปรับตัวลงว่า เป็นการขาย Sale on fact หลังตลาดขึ้นมาเร็วและแรงหลัง คสช.เข้ามา แต่เชื่อว่า มีนักลงทุนรอรับซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวลงแถว 1,500 จุด และมองว่าเงินทุนต่างชาติยังเข้ามาซื้อหุ้นไทย โดยนักลงทุนมองยาวไปถึงปี 58 แล้ว ดังนั้นดัชนีระดับนี้ถือว่าไม่แพงซึ่งนโยบาย คสช.น่าจะเริ่มเห็นผลปีหน้า ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืน - ADP Non-Farm Employment Change ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 281K ตัวเลขจริงปรับตัวลดลงสู่ระดับ 218K - Advance GDP q/q ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ -2.9% ตัวเลขจริงปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.0% - Federal Funds Rate ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (31-07-14 | 09:48)

Thu, 07/31/2014 - 17:51
คำแนะนำ เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณ $1,290-$1,285 ทั้งนี้ควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ได้บ่งบอกว่า เฟดยังคงกังวลกับตลาดแรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดในรอบที่ผ่าน โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบมากนัก ขณะที่ได้มีการลดวงเงินขนาดมาตรการคิวอีให้เหลือ 2.5 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งที่ 6 ประเด็นดังกล่าวจึงกดดันราคาทองคำให้เคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้การเปิดเผยตัวเลขการประมาณการณ์จีดีพี ไตรมาสที่ 2 ครั้งที่ 1 ว่าออกมาถึง 4% จากครั้งก่อนไตรมาสก่อนหน้าที่ -2.9% จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงขายในตลาดทองคำ ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำยังคงย่ำฐานอยู่บริเวณแนวรับ 1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้การดีดตัวขึ้นไปอาจต้องพิจารณาแนวต้านระยะสั้นที่ 1,305 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลยุทธ์การลงทุน รอเปิดสถานะซื้อในโซน 1,290-1,285 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,285 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่าน 1,305 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเสี่ยงเปิดสถานะขาย ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)เฟดมีมติลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เผยยังตรึงดอกเบี้ยระดับต่ำต่อไป คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลด QE ไปจนจบโครงการในปีนี้ แถลงการณ์ภายหลังการประชุมของเฟดระบุว่า "ข้อมูลที่คณะกรรมการเฟดได้รับตั้งแต่การประชุมเมื่อเดือนมิ.ย. สะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีในไตรมาส 2 ขณะที่ภาวะในตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้น โดยอัตราว่างงานปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 6.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2551 ส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้นปานกลาง และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจก็ขยายตัวได้ดีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า" • (-)สหรัฐเผยประมาณการครั้งแรกจีดีพีไตรมาส 2/2557 ขยายตัวแข็งแกร่ง 4% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยการประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2/2557 โดยระบุว่าขยายตัวถึง 4% เนื่องจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจมีการใช้จ่ายมากขึ้นหลังฤดูหนาวที่หนาวเย็นผิดปกติผ่านพ้นไป ก่อให้เกิดความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับจีดีพีไตรมาสแรกซึ่งหดตัวลงน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยจีดีพีไตรมาสแรกได้รับการปรับทบทวนเป็นหดตัวลง 2.1% จากเดิมที่รายงานว่าร่วงลงถึง 2.9% นักวิเคราะห์คาดว่า ข้อมูลดังกล่าวน่าจะยังไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะประชุมเสร็จในวันนี้ หรือเช้าวันพฤหัสบดีที่ 31 ก.ค.ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ • (+)EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่แล้วร่วงลง 3.7 ล้านบาร์เรล สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 ก.ค. ร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ส่งผลให้สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. โดยสต็อกน้ำมันดิบร่วงลง 3.7 ล้านบาร์เรล แตะ 367.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรล ด้านสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึง heating oil และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 789,000 บาร์เรล สู่ระดับ 126.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 365,000 บาร์เรล แตะ 218.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล • (+/-)ADP เผยภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 218,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ADP ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 218,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 238,000 ตำแหน่ง และชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 281,000 ตำแหน่ง แม้อัตราการจ้างงานภาคเอกชนจะชะลอตัวลงในเดือนก.ค. แต่ก็นับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันแล้วที่ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นเกิน 200,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งพอจะทำให้อัตราว่างงานลดลงได้ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (31-07-14 | 09:33)

Thu, 07/31/2014 - 17:45
Today Strategy: Gold ราคาอ่อนตัวลงแต่ยังประคองตัวอยู่เหนือเส้น MA 200 วันได้ แนะนำ Trading ในกรอบ 1,285 – 1,314 SET50 รอเปิด short เมื่อดีดขึ้น Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีราคาปิดลดลง 3.40 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,294.70 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 เติบโต 4.0% หลังจากหดตัวลง 2.9% ในไตรมาสที่ 1 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า GDP ในไตรมาสที่ 2 จะเติบโต 3% นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลล่าร์ ส่วนการแถลงผลการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐ นางเยลเลนกล่าวว่า เฟดยังไม่รีบร้อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ได้เดินหน้าลดวงเงิน QE ลงอีก 1 หมื่นล้านUSD เหลือ 2.5 หมื่นล้านUSD และในการประชุมมีผู้กำหนดนโยบายของเฟดระบุว่า เฟดยังมีความกังวลต่อกำลังการผลิตส่วนเกินในตลาดแรงงาน ซึ่งทำให้ราคาทองคำยังประคองตัวเหนือเส้น MA 200 วันได้ • ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 31.75 จุด ในขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น หลังจากเฟดประเมินภาวะเศรษฐกิจสหรัฐสดใสขึ้น และยืนยันไม่รีบร้อนขึ้นอัตราดอกเบี้ย • USD/THB ปิดที่ 31.94 บาทต่อUSD เงินบาทอ่อนค่าลง ในขณะที่ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้นแต่ได้ลดช่วงบวกลง หลังจากแถลงการณ์ของเฟด เมื่อเฟดยืนยันไม่รีบร้อนขึ้นอัตราดอกเบี้ย • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปิดร่วงลง โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันที่ล้นตลาดในยุโรปและเอเชีย ถึงแม้ว่าสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะดิ่งลงอย่างแรง Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,294.70 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,292.30 – 1,302.41 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,294 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,292/1,285 แนวต้านบริเวณ 1,306/1,314 • USD/THB ปิดที่ 31.94 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 31.99 ต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.0/32.2 ให้แนวรับบริเวณ 31.9/31.8 • ICE Brent ปิดที่ 106.51 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 107.4/108.0 และให้แนวรับบริเวณ 105.8/104.3 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,240 – 1,370 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,180 –1,425 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,180 – 1,485 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในรายวันราคาอ่อนตัวลง แต่ยังยืนเหนือเส้น MA 200 วันบริเวณ 1,285 ได้ ในขณะที่ RSI อ่อนตัวลงมาที่ระดับ 41.6 ส่วน MACD histogram เป็นลบ ส่งสัญญาณ bearish วันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,292/1,285 ส่วนแนวต้านมีที่บริเวณ 1,306/1,314 • Strategy : นักลงทุนระยะสั้น Trading ในกรอบ 1,285 – 1,314 Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • คาด Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 3.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE และลดดอกเบี้ยลงอีก • ค่าเงิน USD ปัจจัยที่ต้องติดตาม • สถานการณ์ความใม่สงบในตะวันออกกลางและยูเครน • การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกต่อรัสเซีย USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. ยังเป็นแนวโน้มขาลง แต่ระยะสั้นราคารีบาวน์ได้จากแรงหนุนของ macd ให้แนวต้านบริเวณ 32.0 / 32.2 ให้แนวรับบริเวณ 31.9 / 31.8 Strategy: trading short เมื่อราคารีบาวน์ Exclusive News เศรษฐกิจโลก IMF แนะญี่ปุ่นและสหรัฐ ถกเรื่องการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งเอเชียกับจีนโดยตรง ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) กล่าวว่า การประชุมร่วมกับจีนเรื่องแผนการจัดตั้งธนาคารด้านโครงสร้างพื้นฐานนั้น จะช่วยคลี่คลายความวิตกกังวลของสหรัฐและญี่ปุ่นเกี่ยวกับโครงการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย ซึ่งจีนเป็นผู้ริเริ่ม ทั้งนี้ ญี่ปุ่นและสหรัฐมีความวิตกว่า จีนอาจจะใช้ธนาคารดังกล่าวขยายอิทธิพลทางการเมืองและละเมิดกฎเกณฑ์ของระบบการเงินโลก แต่ ผอ.IMF มองว่า โครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้เงินกู้แก่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างแท้จริง เศรษฐกิจสหรัฐ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมที่เสร็จสิ้นเมื่อคืนนี้ ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงจาก 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน มาอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น(fed fund rate) ไว้ที่ 0-0.25% พร้อมกับระบุว่า Fed จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเอาไว้ที่ระดับใกล้ศูนย์ต่อไป แม้ว่าโครงการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลงตามกำหนดก็ตาม นอกจากนี้ แถลงการณ์ภายหลังการประชุมยังระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีในไตรมาส 2 ขณะที่ภาวะตลาดแรงงานก็ฟื้นตัวขึ้น โดยอัตราว่างงานปรับตัวลงมาอยู่ที่ 6.1% ในเดือน มิ.ย. ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.2551 ส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้นปานกลาง และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจก็ขยายตัวได้ดีเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า เศรษฐกิจสหรัฐ ตัวเลขประมาณการณ์ครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ประจำไตรมาส 2/2557 ขยายตัว 4% เนื่องจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจมีการใช้จ่ายมากขึ้นหลังฤดูหนาวที่หนาวเย็นผิดปกติผ่านพ้นไป ก่อให้เกิดความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐ ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 218,000 ตำแหน่ง ในเดือน ก.ค. ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.ที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 281,000 ตำแหน่ง แต่นับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ที่ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นเกิน 200,000 ตำแหน่ง เศรษฐกิจยุโรป ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ของยูเครนในไตรมาส 2 หดตัวลง 4.7% จากปีก่อน โดยเป็นการหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่สงบ ขณะเดียวกัน ตัวเลข GDP ก็ดิ่งลง 2.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส ตลาดน้ำมัน สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 ก.ค. ร่วงลง 3.7 ล้านบาร์เรล มาแตะ 367.4 ล้านบาร์เรล ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ส่งผลให้สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ด้านสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึง heating oil และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 789,000 บาร์เรล แตะ 126.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 365,000 บาร์เรล แตะ 218.2 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.3% สู่ระดับ 93.5% คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (31-07-14 | 09:33)

Thu, 07/31/2014 - 17:38
ข้าง Short ได้กรอบเป้าหมาย Take profit Strategy Today หลังการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2557 ของทางสหรัฐฯออกมาดีกว่าที่คาด หนุนดัชนีค่าเงินดอลลาร์ และส่งผลกดดันต่อราคาทองคำ ในขณะที่ผลการรายงานการประชุม FOMC เป็นไปตามหลายฝ่ายคาดการณ์ทางเทคนิคDownside เริ่มจำกัด มีแนวรับสำคัญ US$1,290 แนวต้าน แนวต้านที่ 1 US$1,300 แนวรับจิตวิทยา แนวต้านที่ 2 US$1,310 Retracement 61.8% แนวรับ แนวรับที่ 1 US$1,290 Low เดิม แนวรับที่ 2 US$1,270 Retracement 161.8% สรุปกลยุทธ์ :ข้าง Short Take profit บริเวณ US$1,290-95 ถ้าหลุด US$1,290 Short อีกครั้ง Fundamental Summary ราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลง US$ 3.40 ต่อออนซ์ ปิดที่ระดับ US$1,294.70 ต่อออนซ์ (Gold spot) หลังการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2557 ของสหรัฐฯออกมาดีเกินคาดที่ 4.0% หนุนดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก กดดันราคาทองคำ ส่วนมติการประชุม FOMC เมื่อคืนนี้ เป็นไปตามที่คาดการณ์จึงไม่ได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมากนัก โดย FED มีมติลดวงเงิน QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่ง FED เริ่มมีความเห็นตลาดแรงงานเริ่มดีขึ้น และอัตราเงินเฟ้อได้ขยับใกล้เป้าหมายระยาวที่ FED กำหนดไว้ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ เคลื่อนไหวบริเวณ 31.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ SPDR รายงานการถือครองทองคงที่ระดับ 801.84 ตัน Technical Summary ราคาอ่อนตัวลงต่อตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ วานนี้ลงไปทดสอบแนวบริเวณ US$1,290 (Low เดิม) แต่ยังไม่หลุดแนวรับบริเวณดังกล่าว มุมมอง Downside เริ่มจำกัด ราคามีโอกาส Rebound สั้น ๆ ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ US$1,300 (แนวต้านจิตวิทยา) , US$1,310 (Retracement 61.8% และ EMA 200 วัน) แต่หากหลุด US$1,290 รอดูรับถัดไป US$1,270 คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (31-07-14 | 08:47)

Thu, 07/31/2014 - 17:34
- เฟดตรึงดอกเบี้ยพร้อมลด QE ตามคาด - GDP สหรัฐขยายตัว 4% - คาดทองแกว่งตัวแคบ ระวังแรงขายหากหลุดแนวรับ 1,280 ดอลลาร์  ราคาทองคำอ่อนตัวลงเข้าใกล้จุดต่ำสุดที่ทำไว้ในการซื้อขายสัปดาห์ก่อน และเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นตอบรับสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่มีความตึงเครียดมากขึ้นเป็นปัจจัยลบกดดันการเคลื่อนไหวของราคาทอง  รายงานการจ้างงานทั่วประเทศเดือนกรกฎาคมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.18 แสนตำแหน่ง เทียบกับผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 2.34 แสนตำแหน่ง ส่วนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 2 ขยายตัวขึ้น 4% เทียบกับผลสำรวจที่ประเมินว่าจะขยายตัว 3.5% นักลงทุนต่างยังรอติดตามการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐในช่วงค่ำของวันศุกร์  ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในช่วงค่ำที่ผ่านมามีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0% ต่อไป และมีการปรับลดวงเงินในการผ่อนคลายทางการเงินลงราว 1 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดประเมิน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีสัญญาณการฟื้นตัวในหลายภาคส่วน แต่ในภาคอสังหาริมทรัพย์กลับยังมีการฟื้นตัวที่ไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้ธนาคารกลางสหรัฐคงยังไม่สามารถส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในระยะนี้  ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วัน แต่ยังไม่กลับลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่ทำไว้ในการซื้อขายของสัปดาห์ก่อนบริเวณ 1,285-1,290 ดอลลาร์ จึงยังสามารถเก็งกำไรการฟื้นตัวกลับขึ้นเคลื่อนไหวที่แนวต้านบริเวณ 1,310 และ 1,325 ดอลลาร์ แต่กรณีที่ราคาทองไม่สามารถประคองตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,285 ดอลลาร์ ควรระวังแรงขายที่คาดว่าจะมีออกมามากขึ้น  ราคาโลหะเคลื่อนไหวในกรอบแคบหลังจากแกว่งตัวผันผวนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเทคนิคของราคาโลหะเงินยังคงมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวระหว่างแนวรับและแนวต้านบริเวณ 20.0 และ 20.80 ดอลลาร์ ต่อไป หากราคาอ่อนตัวลงไปต่ำกว่าแนวรับบริเวณ 20.0 ดอลลาร์ ควรระวังแรงขายที่คาดว่าจะมีออกมามาก โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.57 Close chg. Support Resistance 19,720 +20.00 19,650/19,550 19,850/20,000 การเก็งกำไรในระหว่างวันสามารถกลับมาเปิดสถานะซื้อช่วงที่ราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณ 1,290 ดอลลาร์ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,280-1,285 ดอลลาร์ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (31-07-14 | 08:26)

Thu, 07/31/2014 - 17:31
Highlight เฟดมีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้แบ่งเป็นไม้ -ไม้หนึ่งเสี่ยงย่อซื้อที่ราคาทอง1290$/oz เป้า 1305/1310$/oz ตัดขาดทุนS/L 1285 $/oz -ไม้สองรอย่อซื้อที่ราคาทอง1280$/oz เป้า 1300/1305$/oz ตัดขาดทุนS/L 1278 $/oz Market แนวรับ แนวต้าน Spot Gold 1290/1285/1280$/oz 1305/1310/1325$/oz 96.5% 19,485/19,410/19,335 19,710/19,785/20,015 99.99% 20,190/20,115/20,035 20,425/20,505/20,740 Market Focus 10.00 น. ไทย ม. หอการค้าไทยแถลงผลวิจัย “ภาวะเศรษฐกิจไทยปี 57 13.00 น. ยุโรป ยอดค้าปลีกเยอรมนี 13.45 น. ยุโรป การใช้จ่ายของผู้บริโภคของฝรั่งเศสรายเดือน 14.55 น. ยุโรป อัตราการว่างงานเยอรมนีประจำเดือน ก.ค. 16.00 น. ยุโรป ดัชนีราคาผู้บริโภค(เบื้องต้น)ประจำเดือน ก.ค. 16.00 น. ยุโรป ดัชนีราคาผู้ปริโภครายเดือน 16.00 น. ยุโรป อัตราการว่างงานของยุโรป 19.30 น. สหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ 20.45 น. สหรัฐฯ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(ชิคาโก)ประจำเดือน ก.ค. Market Summary เมื่อคืนราคาทองคำลดลงแตะ 1291$/oz หลัง GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯขยายตัวเกินคาดที่ 4% ส่งให้US Dollar Index แข็งค่าต่อเนื่องแตะระดับ 81.63จุด ขณะที่ในช่วง 01.00 น.คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลด QE ไปจนจบโครงการในปีนี้ ปัจจัยนี้ไม่ได้ส่งให้ราคาทองลดลง เนื่องจาก นักลงทุนคาดการณ์ไว้ว่า เฟดจะลด QE 1 หมื่นล้าน สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในวันนี้เรามองจากปัจจัยพื้นฐานต้องจับตามองปัจจัยของทางสหรัฐฯและปัจจัยต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.เวลา 19.30 น.สหรัฐฯประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯมองว่าจากการที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี 5 เดือนที่ 6.1% จะทำให้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาน้อยลง ปัจจัยนี้จะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและทองคำลดลง 2.เวลา 21.45น.สหรัฐฯประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(ชิคาโก)ประจำเดือน ก.ค. มองว่าจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน มิ.ย.สหรัฐฯประกาศที่ 90.9 จุด ขยายตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 6ปี 7 เดือน และขยายตัวขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน ปัจจัยนี้จะเป็นแรงส่งให้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(ชิคาโก)ประจำเดือน ก.ค.ขยายตัวขึ้น ซึ่งจะกดดันราคาทองคำลดลง คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

กับดักสภาพคล่อง -คลื่นแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจ : By Darth Sidious's blog

Thu, 07/31/2014 - 13:45
      สิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงินหรือนโยบายการคลังคาดหวังก็คือ การได้เห็นเศรษฐกิจเติบโตและให้ผู้คนในระบบเศรษฐกิจมีความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาหรือวิกฤตเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายต่างๆเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้จะทำไปด้วยเจตนาดี แต่บางครั้ง ผลที่ได้ก็ไม่ได้เหมือนที่คาดหวัง บางครั้งอาจไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่าที่ควร บางครั้งอยู่ในสภาวะ “ยิ่งแก้ยิ่งแย่”เสียอีก เพราะว่ามันดันเกิด “กับดักสภาพคล่อง” ขึ้นมานั่นเอง             ในช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้น การเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปในระบบเศรษฐกิจถือเป็นวิธีที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจครับเพื่อให้เงินถึงไม้ถึงมือประชาชนมากขึ้น จะได้นำไปใช้จ่ายหรือให้บริษัทเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นแล้วนำเงินดังกล่าวไปลงทุนเพื่อให้เกิดการจ้างงาน โดยวิธีการเพิ่มสภาพคล่องก็มีหลายวิธีครับ ทั้งการใส่เงินเข้าไปในระบบโดยตรง(เช่น มาตรการ QE ) หรือการลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งเปรียบเหมือนการลดต้นทุนของเงินลง หรือลดอัตราภาษี เป็นต้น แต่บางครั้งการเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปมากๆก็อาจทำให้เกิดภาวะ “กับดักสภาพคล่อง”(Liquidity Trap) ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจไม่สามารถหลุดจากภาวะถดถอยได้แม้จะมีการเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปอย่างมากนั่นเอง             สาเหตุสำคัญของภาวะนี้มีหลายอย่าง โดยสาเหตุสำคัญก็คือความไม่เชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจของผู้คนในระบบนั่นเอง ซึ่งถือเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาและหาทางแก้ได้ค่อนข้างยาก ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจขึ้นมาและมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงในครั้งแรก ผู้คนอาจมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นขึ้นมา แต่เมื่อนานเข้าภาวะเศรษฐกิจยังเหมือนเดิม การลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งหลังๆก็อาจไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะเห็นว่าลดแล้วก็ไม่ช่วยอะไร มีเงินมากขึ้น แต่ก็ยังกลัวว่าเศรษฐกิจจะฟุบต่อ สู้เก็บเงินไว้กับตัว ใช้จ่ายพอประมาณจะดีกว่า ส่วนบริษัทที่แม้จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มาก แต่อุปสงค์ที่ต่ำติดดิน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องลงทุนเพิ่มนั่นเอง หนำซ้ำ กรอบของอัตราดอกเบี้ยหลังจากที่ลดมาก่อนหน้ามากๆแล้วก็เหลือน้อย ผลของการลดดอกเบี้ยครั้งหลังๆก็จะไม่มีประสิทธิภาพเหมือนช่วงแรกๆครับ การลดดอกเบี้ย 1% มาเหลือ 0.5% ให้ผลน้อยกว่าการลดจาก 5% มาเหลือ 2.5% มาก แม้จะลดลงครึ่งหนึ่งเหมือนกัน             เศรษฐกิจยุโรปเป็นตัวอย่างสำคัญครับ การเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในช่วง พ.ศ.2555 ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปถดถอยอย่างหนัก ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ก็งัดมาตรการเข้าสู้โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเรื่อยๆ ล่าสุดก็ปรับลดลงจนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ(ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์จะได้กรณีนำเงินมาฝากไว้ที่ธนาคารกลาง) แต่ก็อย่างที่เห็นครับ เศรษฐกิจไม่ได้กระเตื้องขึ้น เพราะหลายๆประเทศยังไม่สามารถระดมทุนในตลาดปกติได้ นโยบายการคลังที่เป็นอีกเครื่องมือสำคัญก็ยังโดนแช่แข็ง แก่นของปัญหาอย่างหนี้สาธารณะในแต่ละประเทศยังไม่ลดลง หลายๆปัญหาไม่เอื้อให้เกิดการบริโภคและการลงทุน การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อเพิ่มสภาพคล่องก็ไม่ได้ช่วยอะไร             อีกตัวอย่างก็คือที่ญี่ปุ่นครับ การเพิ่มสภาพคล่องอย่างหนักจาก BOJ รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายการคลังอย่างหนัก ทำให้ตลาดหุ้นของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็น 2ใน3ของศรที่หวังปลุกญี่ปุ่นให้ฟื้นจากภาวะเงินฝืด แต่อานุภาพของศร 2 ดอกดังกล่าวเริ่มเสื่อมแล้ว เห็นได้จากตลาดหุ้นที่เริ่มพักฐานและตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงหลังๆที่ไม่กระเตื้องมากนัก คงต้องฝากความหวังไว้กับศรดอกที่สามอย่างมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งหากออกมาแล้วทำได้จริง ประชาชนเห็นความหวังในแผนดังกล่าว สภาพคล่องที่ระดมใส่เข้าไปก็จะทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่และหลุดพ้นจากกับดักสภาพคล่องนั่นเอง             กับดักสภาพคล่องเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากครับ เพราะเกิดจากการขาดความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประชาชน การฟื้นคืนความเชื่อมั่นอาจต้องใช้มาตรการที่ยั่งยืนมากกว่าการระดมใส่สภาพคล่องซึ่งอาจก่อให้เกิดกับดักดังกล่าวหากไม่มีการพัฒนาที่ยั่งยืนนั่นเองครับ    ที่มารูปภาพ http://www.commoditytrademantra.com/SG

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 31 July 2014

Thu, 07/31/2014 - 06:14
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1288.19   1308.60   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ปิดตลาดที่ระดับ 1295.50 โดยในระหว่างวัน ราคาทองคำถูกจำกัดกรอบการปรับขึ้นอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ย 9 วัน ดัชนีชี้วัดราคาทองคำเป็นทิศทางขาลง และเรายังคงคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลงต่อเนื่องเพื่อลงไปทดสอบที่ระดับ 1286 และ 1277   …  Forex Pros   1289,1291,1293   1298,1300,1302   Moving Averages:STRONG SELL,Technical Indicators:STRONG SELL   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (30-07-14 | 17:55) รอบค่ำ

Wed, 07/30/2014 - 18:32
Night Trade Report คืนนี้ติดตามการประชุมเฟด จีดีพีไตรมาส 2 และการจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐ ราคาทองคำคาดผันผวนมากขึ้นถ้าผิดจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ • การซื้อขายทองคำในช่วงกลางวันที่ตลาดเอเชียยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยเคลื่อนไหวที่บริเวณ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาราคาทองคำโดนเทขายออกมาจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.ของสหรัฐที่ออกมาสูงสุดในรอบ 7 ปี อย่างไรก็ดีด้วยสถานการณ์ที่ตึงเครียดของยูเครนและตะวันออกกลางทำให้การปรับตัวลงมีกรอบที่จำกัด โดยยุโรปและสหรัฐประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอันเนื่องมาจากสถานการณ์รุนแรงในยูเครน • หลังจากที่ในช่วงต้นสัปดาห์ถึงกลางสัปดาห์ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบแคบ คาดว่าในคืนนี้ราคาทองคำมีโอกาสผันผวนมากขึ้น เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างเข้มข้นทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ จีดีพีไตรมาส 2 และการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ค.ของสหรัฐ ซึ่งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ คาดการณ์ว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิมและลดวงเงิน QE อีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน เหลือ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน สำหรับการแถลงของประธานเฟดคาดการณ์ว่ายังไม่สัญญาณที่ชัดเจนถึงจังหวะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ซึ่งอาจจะไม่มีผลกระทบต่อราคาทองคำ ขณะที่จีดีพีไตรมาส 2 ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.1% หลังจากไตรมาส 1 หดตัวลง 2.9% ส่วนการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ค.ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 234,000 ตำแหน่ง จากที่เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 288,000 ตำแหน่ง • ราคาทองคำจะปรับฐานลงในกรณีที่เฟดส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือกรณีที่จีดีพีไตรมาส 2 และการจ้างงานภาคเอกชน ADP ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,290 และ 1,280-1,285 ดอลลาร์/ออนซ์ตามลำดับ กรณีที่ราคาทองคำปรับฐานลงถึงแนวรับหลังคาดว่าจะมีการฟื้นตัวขึ้นได้ แนะนำเข้าเปิดสถานะซื้อ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนที่ 1,275 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านระยะสั้นที่บริเวณ 1,310-1,315 และ 1,325 ดอลลาร์/ออนซ์ตามลำดับ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (30-07-14 | 17:04) รอบค่ำ

Wed, 07/30/2014 - 17:45
Strategic Review ระหว่างวันราคาทรงตัว โดยมุมมองระยะสั้นราคามีโอกาสอ่อนตัวลงต่อ หลังจากที่ไม่สามารถขึ้นผ่านแนวต้าน US$1,310 ที่บริเวณ Retracement 61.8% อีกทั้งสัญญาณเชิงลบของ Indicator ทั้ง MACD และ RSI ที่อ่อนตัวลง โดยมีแนวรับสำคัญที่ US$1,290 (Low) ส่วนแนวต้านอยู่ที่บริเวณ US$1,310 (Retracement 61.8% และ EMA 200 วัน) ,US$1,325 (High ล่าสุด) และ US$1,335 กลยุทธ์ ข้าง Short รอปิดทำกำไรบริเวณ US$1,290-95 News Update ราคาทองคำในตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ US$1,295 ต่อออนซ์ (Gold spot) ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยตลาดรอการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯในคืนนี้ ทั้งตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 2/2557 ขยายตัว 3% หลังติดลบ 2.9% ในไตรมาส 1 จากผลกระทบจากภาวะภัยหนาว และมติการประชุม FOMC คาด FED ปรับลดวงเงิน QE อีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ที่สำคัญคือการหาสัญญาณบ่งชี้ถึงช่วงเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED หลังช่วงที่ผ่านมาตลาดคาด FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีหน้า ทั้ง 2 ประเด็นนี้จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องที่ 81.29 จุด ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางการแข็งค่าของดอลลาร์ เคลื่อนไหวที่บริเวณ 31.88 บาทต่อดอลลาร์สหัรฐฯ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (30-07-14 | 16:31)รอบค่ำ

Wed, 07/30/2014 - 17:41
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Spot Gold) วิเคราะห์ทางเทคนิค-ตามวิธีเส้นค่าเฉลี่ย ราคาทองคำปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วันที่ $1,301.18/Oz และ $1,304.13/Oz ตามลำดับโดยราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลงเนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน กลยุทธ์ ให้ผู้ที่มีสถานะถือสถานะขายออกหากราคาหลุดแนวรับที่ $1,295/Oz ในคืนนี้ สรุปราคาทองคำระหว่างวัน ราคาทองคำในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ $0.13/Oz หรือ 0.00% มาอยู่ที่ $1,298.92/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศอยู่ที่ $1,297.50-1,300.35/Oz) ราคาทองคำได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากการประกาศผลผลิตมวลรวมสเปนที่ออกมาปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 0.6% ในไตรมาส 2 ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ระดับ 0.4% แต่อย่างไรก็ตามให้ระวังแรงขายหลังประกาศผลการประชุมเฟดในคืนนี้เนื่องจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดจะลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งจะเป็นผลลบในเชิงจิตวิทยา สำหรับแนวโน้มราคาทองคำคืนนี้ ราคายังพยายามสร้างฐานที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน แต่หากราคายังยืนเหนือแนวรับที่ $1,295/Oz มีโอกาสปรับตัวขึ้นเพื่อจบรูปแบบกลับตัว W Shape มองกรอบราคาทองคำในคืนนี้ $1,285-1,325/Oz Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 19,600 จำนวน 50 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 30/7/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 19,820 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 30/7/57) อัตราผลตอบแทน 0.57% ต่อปี (อัตราผลตอบแทนนี้คำนวณจากทองคำแท่ง Globlex) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

GTWM : สรุปภาวะ Precious Metals Futures (30-07-14 | 10:23)

Wed, 07/30/2014 - 17:26
สรุปภาวะ Gold Futures By GT Wealth Management 30 ก.ค. 57 (ภาคเช้า) ราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลง US$ 5.89 ต่อออนซ์ ปิดที่ระดับ US$1,298.10 ต่อออนซ์ (Gold spot) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ายังคงเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำในช่วงนี้ ภายหลังการประกาศดัชนีความเชื่อผู้บริโภคของ Conference Board ที่พุ่งสูงเกินคาดที่ระดับ 90.9 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2007 อย่างไรก็ตามนักลงทุนรอติดตามการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2557 ของสหรัฐฯ และที่สำคัญมติการประชุม FOMC ในค่ำคืนนี้ ซึ่งความกังวลว่า FED อาจมีการสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดแรงงานสหรัฐฯมีการขยายตัว ขณะที่สหรัฐฯและ EU เตรียมคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซียในเร็วๆนี้ ส่วนค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวใกล้บริเวณ 31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ SPDR รายงานการถือครองทองคงที่ระดับ 801.84 ตัน ราคาทองคำโลกเช้านี้ (Gold Spot) เคลื่อนไหวบริเวณ US$1,300 โกลด์ฟิวเจอร์สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนสิงหาคม 2557 (GFQ14) ราคาเปิดเช้านี้ที่ 19,790 บาท ส่วนราคาทองคำที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ราคาเสนอซื้อ 19,550 บาท ราคาเสนอขาย 19,650 บาท ลดลง 100 บาท แนวโน้มทองคำ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัดและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ราคาอ่อนตัวตามความวิตกการลดขนาดมาตรการของ FED ในการประชุม FOMC ในช่วงหนึ่งนาฬิกาวันพฤหัสบดี จะเห็นว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีการอ่อนตัวลงสะท้อนการเข้าเก็งกำไรในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกดดันราคาทองคำ ในทางเทคนิคราคายังมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อ แนวรับ US$1,290 แนวต้าน US$1,310 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (30-07-14 | 10:00)

Wed, 07/30/2014 - 10:04
คำแนะนำ เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณ $1,293-$1,285 ทั้งนี้ควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำสปอตสหรัฐฯปรับตัวลง 5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากการคาดการณ์ถึงผลการประชุมของFOMC โดยประเมินว่าขนาดวงเงินจะถูกลดต่อไปอีก หลังจากที่มีการลดติดต่อกัน 5 ครั้ง ครั้งละ 1 หมื่นล้านเหรียญ อีกทั้งประเด็นนโยบายอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นที่ติดตาม เพราะแม้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะเคยแถลงต่อสภาคองเกรสไปแล้วว่า ยังไม่คิดว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ถูกเปิดเผยออกมาในระยะนี้ ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดังนั้นการประชุมดังกล่าวจะส่งผลต่อทิศทางของราคาทองคำ นอกจากนี้จะมีการเปิดเผยการประมาณการจีดีพีไตรมาสที่2/2014 ครั้งที่1 ซึ่งเป็นตัวเลขอีกตัวที่ค่อนข้างสำคัญ ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำปรับตัวลงจนเข้าสู่เขตแนวรับระดับ 1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เบื้องต้นการดีดตัวขึ้นหากไม่ผ่าน 1,305 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเกิดแรงขายทำกำไรออกมาอีกครั้ง กลยุทธ์การลงทุน รอเปิดสถานะซื้อในโซน 1,293-$1,285 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,285 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่าน 1,305 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเสี่ยงเปิดสถานะขาย อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาความเสี่ยงจากผลประชุมของ FOMC ด้วยเช่นกัน ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)ดอลล์แข็งค่ารับแนวโน้มศก.สหรัฐแกร่ง ดอลลาร์แตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 8 เดือนเมื่อเทียบกับยูโรในวันอังคาร และปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยนและฟรังก์สวิสจากการคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในเชิงบวก และแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายมากขึ้นจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนี้ ยูโรอ่อนลง 0.22% สู่ 1.3410 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.27% สู่ 102.12 เยน และบวก 0.32% สู่ 0.9069 ฟรังก์สวิส ส่วนดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.22% สู่ระดับ 81.202 • (-)คอนเฟอเรนซ์บอร์ดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 90.9 จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 86.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2550 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ลินน์ ฟรังโก ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจของคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด กล่าวว่า "ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนก.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และยืนอยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2550 เพราะได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของตัวเลขจ้างงาน นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย โดยผู้บริโภคคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงขยายตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้" การเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐโดยคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด มีขึ้นก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 • (+)สหรัฐเผยราคาบ้านเดือนพ.ค.ขยายตัวช้าลง ส่งสัญญาณตลาดที่อยู่อาศัยซบเซา สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.3% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งขยายตัวช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.ที่ 10.8% นอกจากนี้ ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ค.ยังขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2556 และขยายตัวได้น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 10%ข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐกำลังส่งสัญญาณซบเซาลงในช่วงครึ่งปีแรก อันเนื่องมาจากราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของชาวสหรัฐไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้จึงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อบ้าน นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับรายงานที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายปรับตัวลงสวนทางคาดการณ์ในเดือนมิ.ย. และเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสี่เดือน นับเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐยังไม่ราบรื่น • (+/-)เงินบาทเปิดที่31.84/85จับตาผลปช.เฟด ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 31.84-31.85 บาท/ดอลลาร์ ลุ้นประชุมเฟด คาดวันนี้เคลื่อนไหวกรอบ 31.80-31.90 บาท/ดอลลาร์ นักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 31.84-31.85 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังตัวเลขการบริโภคในสหรัฐออกมาค่อนข้างดี ส่งผลให้มีแรงซื้อดอลลาร์กลับ ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่นักลงทุนรอการประชุม FOMC และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพฤหัสบดีนี้ด้วย คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

Pages

Gold Spot

ForexProsThe Forex Charts Powered by Investing.com - The Leading Financial Portal.

2013 © Copyright information viewpoint