<br /><div style="background-color: #c7c7ff;"></div> <p></p>

ข่าวทองคำ

Subscribe to ข่าวทองคำ feed
Updated: 1 hour 46 min ago

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 18 Aug 2014

Mon, 08/18/2014 - 06:49
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1291.18   1319.39   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ระดับ 1305.50 โดยการซื้อขายระหว่างวันราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับ 1300 และต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน (1296.56) ดัชนีชี้วัดราคามีความขัดแย้งกันโดย RSI ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ในทางตรงข้าม MACD ชี้เป็นขาขึ้น โดยเมื่อพิจารณาจากแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน อยู่ที่ 1304.28 และเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ อยู่ที่ 1294.28 ดังนั้น เราจึงยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อราคาทองคำและคาดว่าราคาจะอ่อนตัวลงต่อไป   …  Forex Pros   1276,1284,1294   1311,1319,1329   Moving Averages:STRONG SELL,Technical Indicators:STRONG SELL   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (15-08-14 | 17:05) รอบค่ำ

Fri, 08/15/2014 - 17:10
Strategic Review ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มเป็นเชิงบวก หลังจากที่ MACD มีการตัดเส้น Signal ขึ้นอีกครั้ง โดยมีแนวต้านสำคัญที่ US$1,325 ซึ่งเป็นจุด High ก่อนหน้า หากผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ US$1,345 ที่จุด High เดิมแต่หากไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าว จะมีแนวรับสำคัญที่ US$1,308 ที่เส้น EMA 200 วันและ US$1,300 ที่แนวรับจิตวิทยา กลยุทธ์ ข้าง Long หาจังหวะปิดสถานะทำกำไร ไม่มีสถานะ หากย่อไม่หลุด US$1,300-1,308 เปิด Long News Update ราคาทองคำปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงบ่ายมาอยู่ที่บริเวณ (Gold Spot) US$ 1,315 ต่อออนซ์ หลังจากที่ช่วงเช้าได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด ขณะที่ปัจจัยลบในช่วงนี้อยู่ที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะรัสเซียกับยูเครน จากถ้อยแถลงของนายวลาดิเมียร์ ปูตินที่มีท่าทีอ่อนลง ขณะที่คืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อย่างดัชนี PPI อัตราการใช้กำลังการผลิตและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหากตัวเลข ดังกล่าวออกมาดีกว่าที่คาด อาจกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง ด้านค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าอีกครั้ง ตามภูมิภาค โดยสัปดาห์หน้าติดตามตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของไทย ซึ่งจะมีผลต่อค่าเงินบาท คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GTWM : สรุปภาวะ Precious Metals Futures (15-08-14 | 10:08)

Fri, 08/15/2014 - 17:03
สรุปภาวะ Gold Futures By GT Wealth Management 15 ส.ค. 57 (ภาคเช้า) ราคาทองคำปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (Gold Spot) 0.38 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ มาปิดที่ระดับ 1,312.74 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยมีแรงหนุนจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สะท้อนความอ่อนแอต่อเนื่องทั้งในฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ โดยเฉพาะยุโรปที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไม่มีการเติบโตประกอบกับอัตราเงินเฟ้อ (CPI) อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ด้านสหรัฐฯ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ อย่างไรก็ดีราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากท่าทีของประธานาธบดีรัสเซียที่ลดท่าทีแข็งกร้าวต่อชาติตะวันตกลงทำให้ความกังวลวิกฤตในยูเครนผ่อนคลายและทำให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเมื่อวาน ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ โดยลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ใกล้ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 795.60 ตัน คงที่ ราคาทองคำโลกเช้านี้ (Gold Spot) เคลื่อนไหวบริเวณ US$1,310 โกลด์ฟิวเจอร์สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนสิงหาคม 2557 (GFQ14) ราคาเปิดเช้านี้ที่ 19,930 บาท ส่วนราคาทองคำที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ราคาเสนอซื้อ 19,750 บาท ราคาเสนอขาย 19,850 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง แนวโน้มทองคำ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัดและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่ผ่านกรอบ US$1,320-25 ทำให้มีการย่อตัว ประกอบกับการเล่นประเด็นที่ประธานาธบดีรัสเซียกล่าวถึงท่าทีต่อต่างชาติทำให้อาจจะเป็นแรงกดดันต่อ กรอบการย่อตัว US$1,300-1,308 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

MTS : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย เอ็มทีเอส โกลด์ฯ (15-08-14 | 10:00)

Fri, 08/15/2014 - 16:59
สรุปราคาซื้อขายทองคำ และ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 9.00 น. ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,311 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,311 เหรียญ/ออนซ์ (22.30 น.) ค่าเงินบาทปิด 31.86 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 19,750 บาท กับ 19,850 บาท และกลับมาปิดที่ 19,750 บาท กับ 19,850 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 489 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 2,040 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 9.2 % แบบ 10 บาท เพิ่มขึ้น 2.06 % GFQ14 ปิด 19,960 บาท และ GFV14 ปิด 20,040 บาท GF10Q14 ปิดที่ 19,960 บาท GF10V14 ปิดที่ 20,040 บาท สัญญา Comex เพิ่มขึ้น 1.2 เซนต์ ปิดที่ระดับ 1,315.7 ดอลลาร์/ออนซ์ NYMEX ลดลง 2.01 เซนต์ ปิดตลาดที่ระดับ 95.58ดอลลาร์/บาร์เรล SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 795.60 ตัน (เท่าเดิม) ข่าวที่สำคัญ ทองคำปิดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากตัวเลข Jobless Claims ที่ออกมาสูงขึ้นกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าถือครองทองคำในฐานะ Save Heaven นักวิเคราะห์จาก Kitco ระบุว่า ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างจำกัด และอาจกลับมาอยู่ในทิศทางขาลงอีกครั้ง จากสถานการณ์ในยูเครนและเขตฉนวนกาซ่าส่งสัญญาณผ่อนคลายลง หลังจากนายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระบุว่า รัสเซียจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ขณะที่ อิสราเอลและปาเลสไตน์ ตัดสินใจ ยอมรับข้อเสนอการขยายเวลาหยุดยิงเพิ่มขึ้น 5 วัน ตามข้อเสนอของอียิปต์ นอกจากนี้ หลังจากที่นายนูรี อัล มาลิกี อดีตนายกรัฐมนตรีอิรัก ประกาศ ถอนการร้องเรียนประธานาธิบดีอิรัก และยอมสละตำแหน่ง ส่งผลให้แรงกดดันทางการเมืองของอิรักเริ่มผ่อนคลายลง สภาทองคำโลก (World Gold Council) เปิดเผยรายงานประจำไตรมาสที่ 2 ว่า อุปสงค์ทองคำทั่วโลกปรับตัวลดลง 16%โดยในเดือน เม.ย. – มิ.ย. มีอุปสงค์ทองคำรวมทั้งหมดที่ระดับ 964 ล้านตัน จากเดิม 1,148 ตันในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแรงซื้อของประเทศผู้ใช้ทองคำรายใหญ่ อันได้แก่ จีนและอินเดีย เริ่มกลับสู่ระดับทรงตัวมากขึ้น อย่างไรก็ดี สภาทองคำโลก ยังระบุว่า ธนาคารกลางหลายประเทศมีการเข้าซื้อทองคำสุทธิ 118 ตัน หรือคิดเป็น 28% เมื่อ เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งธนาคารกลางรัสเซียและคาซัคสถานยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด แสดงให้เห็นว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากอิทธิพลของค่าเงินดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรที่ระดับ 1.3367 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับ 1.3369 ดอลลาร์/ยูโร เพราะได้รับแรงกดดันจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ขณะที่ความแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางเริ่มมีความผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ หลังจากข้อมูลราคานำเข้าสินค้าประจำเดือนกรกฎาคมปรับตัวลดลง 0.2% เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างเชื่อว่า ข้อมูลภาคแรงงานของสหรัฐฯยังคงมีความผันผวน อาจส่งผลให้เฟดชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ สำนักงานสถิติยุโรป เปิดเผยว่า จีดีพีของยูโรโซน ประจำไตรมาสที่ 2/2557 ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 0.0% จากเดิม 0.2% บ่งชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงชะลอตัว เนื่องจากอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเกินไป อย่างไรก็ดี จีดีพียูโรโซนปรับตัวลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากภาวการณ์หดตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนี อันจะเห็นได้ว่า จีดีพีประจำไตรมาส 2 ของเยอรมนีออกมาที่ระดับ -0.2% จากระดับ 0.8% ในไตรมาสก่อนหน้า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อีซีบีอาจดำเนินการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังมีข้อมูลบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนที่ไม่มีการขยายตัวในไตรมาสที่ 2 รวมถึงวิกฤตยูเครนและเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงของยูโรโซน อาจส่งผลให้เศรษฐกิจยูโรโซนชะงักงัน นายบารัค โอบามา นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การโอบล้อมของกลุ่มกบฏไอซิล (ISIL) บริเวณภูเขา ซินจาร์ จะต้องถูกสลายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการทหารของสหรัฐฯกำลังประเมินสถานการณ์ เพื่อช่วยให้อิรักกลับสู่สันติสุขเร็ววัน ธนาคารกลางเกาหลีใต้ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง 0.25% สู่ระดับ 2.25% จากเดิม 2.5% ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในยูเครนและฉนวนกาซาเริ่มคลี่คลายลง เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นโตเกียว เปิดบวกเพียงเล็กน้อย 0.02% เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากการปิดบวกของตลาดหุ้นดาวโจนส์ และความผ่อนคลายที่เพิ่มขึ้นของสถานการณ์ในยูเครนและตะวันออกกลาง นักบริหารเงิน ประเมินว่า ค่าเงินบาทในวันนี้ 31.80 – 31.90 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากมองว่าประเด็นหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า คือ Fund Flow ที่ยังคงเข้ามาต่อเนื่อง และคาดว่าจะหมดประมาณกลางสัปดาห์หน้า นักวิเคราะห์ ระบุว่า ปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามสำหรับตลาดหุ้นไทย ได้แก่ การกำหนดนโยบายต่างๆของคสช. ที่วางโรดแมพไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปและจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ความตึงเครียดทางการเมืองในหลายๆประเทศเริ่มผ่อนคลาย อย่างไรก็ดี รายงานประจำเดือนกรกฎาคม 2557 พบว่าต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทย 13,900 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกหลังจากประสบปัญหาทางการเมือง และได้รับอานิสงค์จากโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ เป็นต้น รองประธาน สนช. คาดการณ์ว่า สนช. จะสามารถเปิดประชุมสภาได้ในสัปดาห์หน้า 19 ส.ค. 57 ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืน -Unemployment Claims ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 290K ตัวเลขจริงที่ออกมาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 311K -Import Prices m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.1% ตัวเลขจริงออกมาลดลงอยู่ที่ระดับ -0.2% ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญคืนนี้ PPI m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.4% ตัวเลขที่คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 0.1% Core PPI m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.2% ตัวเลขที่คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 0.2% Empire State Manufacturing Index ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 25.6 ตัวเลขที่คาดการณ์อยู่ 20.3 TIC Long-Term Purchases ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 19.4 B ตัวเลขที่คาดการ์ณ์อยู่ที่ระดับ 27.3 B Prelim UoM Consumer Sentiment ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 81.8 ตัวเลขที่คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 82.7 ทิศทางราคาทองคำ ราคาทองคำยังคงมีการแกว่งตัวค่อนข้างมากในตลาด COMEX โดยราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในกรอบ 1,310-1,320 เหรียญ ข่าวโดยส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องของสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความสงบมากขึ้น รวมถึงตัวเลขคนว่างงานที่สูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์มาอยู่ที่ระดับ 311,000 ราย ขณะที่ SPDR ยังคงทองคำเท่าเดิมที่ระดับ 795.6 ตัน สำหรับคืนนี้จะมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯได้แก่ PPI และ Core PPI คาดว่าจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยและยังคงทรงตัว วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบตามการแกว่ง 1,300 – 1,320 เหรียญเช่นเดิม โดยที่ยังคงมีความผันผวนค่อนข้างมาก และเล่นไปตามข่าวของตะวันออกกลาง ในเชิงเทคนิคขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในทิศทาง จึงคาดว่าวันนี้จะเคลื่อนตัวในกรอบ 1,305 – 1,320 เหรียญ ถ้าหลุดแนวใดแนวหนึ่งให้ Follow ตาม กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แนะนำให้เป็นลักษณะลงซื้อ-ขึ้นขาย โดยวางจุด Stop Loss เอาไว้บริเวณ 1,321 และ 1,304 เหรียญ - นักลงทุนที่ถือ Long Position และ นักลงทุนที่ถือ Short Position ยังคงแนะนำให้ทำกำไรในกรอบตามการแกว่งในระยะสั้น กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading ยังเป็นการลงทุนในลักษณะแนวโน้มขาลง Gold Futures Q14 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,820 บาท และแนวต้านที่ระดับ 20,020 บาท Gold Futures V14 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,890 บาท และแนวต้านที่ระดับ 20,090 บาท คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.mtsgold.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (15-08-14 | 09:48)

Fri, 08/15/2014 - 16:54
ข้าง Short ตามแนะนำเมื่อวานรอปิดทำกำไร US$1,300-1,308 Strategy Today ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปสหรัฐฯ หนุนราคาทองคำเล็กน้อย แต่การผ่อนคลายความตึงเครียดของยูเครนอาจจะลดความน่าสนใจทองคำในระยะสั้น ทางเทคนิคฟื้นไม่ผ่านกรอบแนวต้าน US$1,320-25 ตามแนะนำเมื่อวานจึงอาจจะมีการย่อตัวตามกรอบ US$1,300-1,308 แนวต้าน แนวต้านที่ 1 US$1,325 ใกล้บริเวณ high เดิม แนวต้านที่ 2 US$1,330 แนวต้านเดิม แนวรับ แนวรับที่ 1 US$1,308 EMA200 วัน แนวรับที่ 2 US$1,300 Retracement 50% สรุปกลยุทธ์ : นักลงทุนที่สะสม Short เมื่อวานตามแนะนำเมื่อไม่ผ่าน US$1,320-25 วันนี้รอปิดทำกำไรอีกครั้ง ในกรอบ US$1,300-1,308 Fundamental Summary ราคาทองคำปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (Gold Spot) 0.38 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ มาปิดที่ระดับ 1,312.74 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยมีแรงหนุนจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สะท้อนความอ่อนแอต่อเนื่องทั้งในฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ โดยเฉพาะยุโรปที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไม่มีการเติบโตประกอบกับอัตราเงินเฟ้อ (CPI) อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ด้านสหรัฐฯ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ อย่างไรก็ดีราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากท่าทีของประธานาธบดีรัสเซียที่ลดท่าทีแข็งกร้าวต่อชาติตะวันตกลงทำให้ความกังวลวิกฤตในยูเครนผ่อนคลายและทำให้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเมื่อวาน ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ โดยลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ใกล้ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 795.60 ตัน คงที่ Technical Summary ราคาทองคำปรับตัวขึ้นใกล้ระดับเป้าหมาย US$1,320-1,325 เมื่อวานก่อนมีการย่อตัว แม้สัญญาณทางเทคนิคยังเป็นเชิงบวกแต่ถ้ายังขึ้นไม่ผ่านแนวต้านในกรอบ US$1,320-1,325 อาจจะได้เห็นการย่อตัวอีกครั้งใกล้ระดับ US$1,300 และ US$1,308 ซึ่งเป็นระดับ EMA200 วัน แต่ถ้าขึ้นผ่าน US$1,325 ต้านถัดไป US$1,330 คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (15-08-14 | 09:47)

Fri, 08/15/2014 - 16:42
คำแนะนำ เปิดสถานะซื้อในบริเวณ $1,305-$1,297(ตัดขาดทุนหากหลุด$1,287) ทั้งนี้อาจต้องติดตามค่าเงินบาทประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำตลอดทั้งสัปดาห์เคลื่อนไหวในกรอบที่ไม่กว้างนัก โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่าง 1,305-1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยทั้งสัปดาห์ปรับตัวขึ้นเพียง 2 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังคงไม่เปลี่ยนมากนัก โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯกลับเป็นปัจจัยบวกในสัปดาห์นี้ เมื่อผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 21,000 ราย มาอยู่ที่ 311,000 ราย ส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำได้บ้าง ขณะที่ประธานาธิบดีของรัสเซียได้กล่าวต่อรัฐมนตรีรัสเซียว่าจะไม่ปะทะกับโลกภายนอก ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลไปได้บ้าง อย่างไรก็ตามวายแอลจียังคงแนะนำให้ติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิดเนื่องจาก ประเด็นดังกล่าวส่งผลต่อทิศทางของราคาทองคำค่อนข้างชัดเจน ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบราคาเช่นเดิม โดยยังคงรูปแบบการ sideway ในกรอบ 1,300-1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างชัดเจน เบื้องต้นหากหลุดด้านล่าง โซน 1,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์จะเป็นแนวรับต่อไป ขณะที่หากทะลุด้านบนแนวต้านต่อไปจะอยู่ที่ 1,327 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรในกรอบ 1,300-1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิมจนกว่าจะเกิดการ break out อีกครั้ง หรือหากไม่อยากรับความเสี่ยงมากนัก อาจเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ข่าวสารประกอบการลงทุน • (+)สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 21,000 ราย สูงกว่าคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. เพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 311,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับเพียง 295,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 295,750 ราย อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานปรับตัวสูงขึ้น แต่นักวิเคราะห์มองว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากภาคเอกชนชะลอการเลย์ออฟพนักงาน และยังคงมีการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง • (+)สหรัฐเผยราคานำเข้าสินค้าเดือนก.ค.ลดลง 0.2% บ่งชี้แรงกดดันเงินเฟ้อยังต่ำ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ราคานำเข้าสินค้าเดือนก.ค.ปรับตัวลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวลดลง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ราคานำเข้าสินค้าเดือนก.ค.ปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ของวอลล์สตรีท เจอร์นัลคาดว่าจะปรับตัวลง 0.3% รายงานของกระทรวงระบุว่า ราคานำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ลดลง 1.2% ในเดือนก.ค. ขณะที่ราคานำเข้าอาหารปรับตัวขึ้น 1% และราคาสินค้าผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 0.1% ราคานำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนก.ค. ขณะที่ราคานำเข้าสินค้าจากจีนลดลง 0.2% ราคานำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นลดลง 0.3% และราคานำเข้าสินค้าจากละตินอเมริกาลดลง 0.5% • (-)ยูโรสแตทเผยอัตราเงินเฟ้อกลุ่มยูโรโซนเดือนก.ค.ปรับตัวลดลงแตะ 0.4% สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีเดือนก.ค.ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 0.4% จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 0.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีของ 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.6% ในเดือนก.ค. จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 0.7% รายงานของยูโรสแตทระบุว่า ในบรรดาสมาชิก 28 ประเทศของอียูนั้น อัตราเงินเฟ้อรายปีปรับตัวลงใน 13 ประเทศ ขณะที่ 6 ประเทศมีอัตราเงินเฟ้อรายปีทรงตัว และอีก 8 ประเทศมีอัตราเงินเฟ้อรายปีสูงขึ้น สำหรับประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อรายปีลดลงมากที่สุดในเดือนก.ค.นั้น คือบัลกาเรียและกรีซ ส่วนประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อรายปีสูงสุดคือออสเตรียและโรมาเนีย • (-)จีดีพียูโรโซนไม่ขยายตัวในไตรมาส 2/2557 หลังศก.เยอรมนีหดตัว, ฝรั่งเศสหยุดนิ่ง สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนไม่ขยายตัวในไตรมาส 2/2557 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.2% ซึ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังจมอยู่กับอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาสสองจะขยายตัว 0.1% จากไตรมาสแรก สำหรับสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 18 ประเทศต้องประสบกับภาวะชะงักงันในไตรมาสที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะการหดตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในภูมิภาค โดยจีดีพีเยอรมนีปรับตัวลง 0.2% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 ขณะที่ฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซน มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 0% ในไตรมาสสอง คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (15-08-14 | 09:32)

Fri, 08/15/2014 - 16:34
Today Strategy: Gold เคลื่อนไหวเป็น sideway แต่ดีดตัวขึ้นยังไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,322 ส่งสัญญาณลบเล็กน้อย แนะนำ Trading ในกรอบ SET50 เงินไหลเข้า, trigger fund และปันผลระหว่างกาล ยังหนุนหุ้นใหญ่ดันดัชนี แต่ควรระวังความผันผวน ยังคงแนะนำให้ trading long เมื่ออ่อนตัว โดยเน้นเล่นรอบสั้นและเก็งกำไรเร็ว Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีราคาปิดเพิ่มขึ้น 0.38 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,312.74 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปทำ high ที่บริเวณ 1,319 USDต่อออนซ์ หลังจากการประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ออกมาที่ 311,000 รายเพิ่มขึ้น 21,000 ราย เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด แต่ราคาได้อ่อนตัวลงในช่วงท้ายตลาด หลังจากถ้อยแถลงของปธน.ปูตินของรัสเซีย กล่าวว่าจะปกป้องตนเองแต่จะไม่ปะทะกับโลกภายนอก ซึ่งแสถงถึงท่าที่ที่ประนีประนอมในสถานการณ์ของยูเครน แนวโน้มของราคาทองคำยังคงเป็น sideway โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,300 เหรียญ ปริมาณการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าในตลาด COMEX อยู่ในช่วงซบเซาขาดแรงหนุนที่จะทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้แรง World Gold Council รายงานอุปสงค์รวมของทองคำลดลงในไตรมาสที่ 2 ลดลง 16% YoY เนื่องจากความต้องการจากจีนลดลง 52% YoY อย่างไรก็ตามความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 4% สำหรับคืนนี้มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมีออกมาจำนวนมาก แต่ที่สำคัญและควรต้องติดตามคือ ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรม • ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 61.78 จุด หลังจากความเห็นของปธน.ปูตินของรัสเซียในเชิงประนีประนอมต่อสถานการณ์ในยูเครน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวล และช่วยบดบังการเปิดเผยผลประกอบการที่ออกมาน่าผิดหวัง • USD/THB ปิดที่ 31.84 บาทต่อUSD เงินบาทแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ค่าเงิน USD ฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากที่ลดลงในช่วงเปิดตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของตลาดหุ้น • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex และ Brent ลดลงแรง โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และอุปทานสน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,312.74 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,308.69 – 1,319.10 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,310.96 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,304/1,296 แนวต้านบริเวณ 1,322/1,330 • USD/THB ปิดที่ 31.84 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 31.87 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.0/32.1 ให้แนวรับบริเวณ 31.8/31.7 • ICE Brent ปิดที่ 102.01 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 104.0/105.0 และให้แนวรับบริเวณ 102.0/101.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,240 – 1,370 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,180 –1,425 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,180 – 1,485 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในราย 240 นาที ราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,322 ทำให้มีการแรงเทขายและอ่อนตัวลงมาอีก indicator MACD และ RSI ดูอ่อนแรง ทำให้มีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงอีก แต่อย่างไรก็ตามตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 1,300 เหรียญได้ภาพทางทคนิคยังคงเป็น sideway ในกรอบ วันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,304/1,296 แนวต้านบริเวณ 1,322/1,330 • Strategy : Trading ในกรอบ Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • คาด Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 2.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE และลดดอกเบี้ยลงอีก • ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตาม • สถานการณ์ความใม่สงบในตะวันออกกลาง USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. แข็งค่าขึ้นหลังไม่ผ่านแนวต้านที่ 32.3 แนวโน้มยังเป็น sideway ในกรอบ จึงควรรอซื้อเมื่อราคาทดสอบแนวรับ ให้แนวต้านบริเวณ 32.0 / 32.1 ให้แนวรับบริเวณ 31.8 / 31.7 Strategy: trading ในกรอบ Exclusive News เศรษฐกิจสหรัฐ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. เพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 311,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 295,750 ราย เศรษฐกิจสหรัฐ ราคานำเข้าสินค้าเดือน ก.ค.ปรับตัวลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวลดลง 1.2% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ราคานำเข้าอาหารปรับตัวขึ้น 1% และราคาสินค้าผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 0.1% เศรษฐกิจยุโรป อัตราเงินเฟ้อรายปีเดือน ก.ค.ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 0.4% จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 0.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีของ 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป(EU) ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.6% จาก 0.7% ในเดือน มิ.ย. โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีปรับตัวลงใน 13 ประเทศ ขณะที่ 6 ประเทศ ทรงตัว และสูงขึ้นใน 8 ประเทศ เศรษฐกิจยุโรป ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ของยูโรโซน ไม่ขยายตัวในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.2% ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังจมอยู่กับอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูงและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป เศรษฐกิจยุโรป ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ของเยอรมนี ในไตรมาส 2 หดตัวลง 0.2% เทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.7% โดยมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน เศรษฐกิจยุโรป ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ของฝรั่งเศส ยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับเดิมเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า GDP ของฝรั่งเศสในไตรมาส 2 ของปีนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวได้สร้างผลกระทบต่อแผนลดการขาดดุลของรัฐบาลที่ตั้งเป้าให้ GDP ขยายตัว 1% และลดยอดขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3.8% ของ GDP ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศยกเลิกเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณแล้ววานนี้ และเรียกร้องให้ยุโรปผ่อนคลายกรอบวินัยทางการคลังมากขึ้น เศรษฐกิจยุโรป ผู้นำรัฐบาลฟินแลนด์และรัสเซีย จะหารือด้านการค้ากันในวันนี้ เพื่อรักษาความเป็นคู่ค้าทางเศรษฐกิจ หลังจากที่รัสเซียประกาศไม่นำเข้าอาหารจากยุโรป เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและสหภาพยุโรป(EU) ซึ่งรัสเซียเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ ขณะที่ฟินแลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ EU ต้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจากมาตรการดังกล่าว เศรษฐกิจเอเชีย คำสั่งซื้อเครื่องจักรภาคเอกชนของญี่ปุ่นในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.ปรับตัวลง 10.4% จากไตรมาสก่อนหน้า แตะที่ 2.2824 ล้านล้านเยน นับเป็นการลดลงเร็วที่สุดในรอบกว่า 5 ปี และเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ไม่มุ่งเน้นด้านการลงทุน หลังการขึ้นภาษีบริโภคเมื่อ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ตลาดทองคำ สภาทองคำโลก(WGC) เผยว่า อุปสงค์ทองคำทั่วโลกร่วงลง 16% ในไตรมาสที่ 2 จาก 1,148 ตันในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ลงมาอยู่ที่ 964 ล้านตัน เนื่องจากแรงซื้อของประเทศผู้ใช้ทองคำรายใหญ่อย่างจีนและอินเดียเริ่มกลับสู่ระดับที่ทรงตัวมากขึ้น โดยอุปสงค์ทองคำของจีนและอินเดียในช่วงไตรมาส 2 อยู่ที่ 193 และ 204 ตัน ตามลำดับ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางได้ซื้อทองคำสุทธิ 118 ตัน เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว โดยธนาคารกลางรัสเซียและคาซัคสถานเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด บ่งชี้ว่า กลุ่มประเทศเกิดใหม่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากอิทธิพลของสกุลเงินดอลลาร์ และการลงทุนในทองคำปรับตัวขึ้น 4% แตะที่ 235 ตัน โดยนักลงทุนมีความต้องการซื้อกองทุน ETF เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ WGC ปรับลดการคาดการณ์อุปสงค์ทองคำของจีนในปีนี้ลงเหลือ 900-1,000 ตัน จาก 1,275 ตันในปีที่แล้ว หลังจากที่อุปสงค์ทองคำในจีนร่วงลง 52% ในไตรมาสที่ 2 ส่วนอุปสงค์ทองคำของอินเดียจะอยู่ที่ 850-900 ตัน เนื่องจากการปราบคอร์รัปชั่นในจีน ทำให้ผู้มีฐานะร่ำรวยไม่กล้าแสดงออกถึงความมั่งคั่ง และการใช้นโยบายคุมเข้มการนำเข้าทองคำหลังอินเดียประสบภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (15-08-14 | 09:21)

Fri, 08/15/2014 - 16:28
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ • นักลงทุนระยะสั้น(เล่น 1-2 วัน) ให้ถือสถานะซื้อที่มีเพื่อไปขายทำกำไรในกรอบ $1,317-1,325/Oz • นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ให้ถือสถานะขายที่มีไว้โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ $1,325/Oz ภาพรวมตลาดทองคำคืนวานนี้ Gold – ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลง $0.25/Oz หรือ 0.02% มาอยู่ที่ $1,312.20/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในรอบวันอยู่ที่ $1,308.70-1,318.90) นักลงทุนเข้าซื้อทองคำหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 311,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับเพียง 295,000 ราย อย่างไรก็ตาม แรงบวกของสัญญาทองคำถูกสกัดลงในระหว่างวันจากสภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยในรายงานประจำไตรมาสว่า อุปสงค์ทองคำทั่วโลกร่วงลงในไตรมาสที่ 2 รวมทั้งหมดอยู่ที่ 964 ล้านตัน ปรับตัวลง 16% จากระดับ 1,148 ตันในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว โดยรายงานของ WGC ระบุว่า ธนาคารกลางในหลายประเทศได้ซื้อทองคำสุทธิ 118 ตัน เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว โดยธนาคารกลางรัสเซีย และคาซัคสถานเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่า กลุ่มประเทศเกิดใหม่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากอิทธิพลของสกุลเงินดอลลาร์ แนวโน้มตลาดวันนี้ Gold – ราคาทองคำปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวต้านที่ $1,300/Oz ทำให้หักล้างแนวโน้มขาลงแต่โดยในระยะสั้นยังเป็นการสร้างฐานออกข้างในขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยต่างๆ เริ่มรวมตัวกันอีกครั้ง ในวันนี้มองกรอบราคาทองคำที่ $1,297-1,325/Oz ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประจำวันนี้ • ผลผลิตมวลรวมอังกฤษ เวลา 15.30 น. • ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ เวลา 19.30 น. • ดัชนีภาคการผิลิต สาขาเอ็มไพร์ เวลา 19.30 น. ปัจจัยบวก • สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 21,000 ราย สูงกว่าคาดการณ์ • หุ้นยุโรปปิดบวก จากคาดการณ์อีซีบีใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ • ดอลล์อ่อนค่า หลังผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐเพิ่ม ปัจจัยลบ • ดาวโจนส์ปิดบวก 61.78 จุด เหตุตลาดคลายกังวลยูเครน,กาซา • น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.01 หลังสถานการณ์ยูเครนเริ่มคลี่คลาย Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 19,860 จำนวน 50 บาท (ณ เวลา 15.00 14/8/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 20,040 บาท (ณ เวลา 15.00 14/8/57) ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำ ปัจจัยบวก สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 21,000 ราย สูงกว่าคาดการณ์ (+)กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. เพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 311,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับเพียง 295,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 295,750 ราย (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) หุ้นยุโรปปิดบวก จากคาดการณ์อีซีบีใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ (+)ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากมีรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนไม่มีการขยายตัวในไตรมาส 2 ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดวันทำการล่าสุดที่ 9,225.10 จุด เพิ่มขึ้น 26.22 จุด, +0.29% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดที่ 4,205.43 จุด เพิ่มขึ้น 10.64 จุด, +0.25% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันทำการล่าสุดที่ 6,685.26 จุด เพิ่มขึ้น 28.58 จุด, +0.43%(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดอลล์อ่อนค่า หลังผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐเพิ่ม (+)ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) จากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองทั่วโลกที่ผ่อนคลายลง ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3367 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3369 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ปรับลงที่ 1.6686 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6688 ดอลลาร์(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ปัจจัยลบ ดาวโจนส์ปิดบวก 61.78 จุด เหตุตลาดคลายกังวลยูเครน,กาซา (-)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในต่างประเทศ หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในยูเครนและฉนวนกาซาเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,713.58 จุด เพิ่มขึ้น 61.78 จุด หรือ +0.37% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,453.00 จุด เพิ่มขึ้น 18.87 จุด หรือ +0.43% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,955.18 จุด เพิ่มขึ้น 8.46 จุด หรือ +0.43% (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.01 หลังสถานการณ์ยูเครนเริ่มคลี่คลาย (-)สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนและฉนวนกาซาเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 2.01 ดอลลาร์ ปิดที่ 95.58 ดอลลาร์/บาร์เรล (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (15-08-14 | 09:20)

Fri, 08/15/2014 - 16:22
- ทองปิดตลาดทรงตัวหลังแกว่งตัวแคบในระหว่างวัน - ผู้ขอรับสวัสดิการสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด - ทองยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ  ราคาทองคำปิดตลาดทรงตัวใกล้ระดับปิดของวันพุธ โดยในระหว่างวันราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบ ประเด็นปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองในหลายประเทศยังเป็นประเด็นบวกที่ทำให้ราคาทองอ่อนตัวลงในกรอบจำกัด ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังคงส่งผลลบต่อราคาทองในประเทศ  รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐประจำสัปดาห์นี้ มีจำนวน 3.11 แสนราย มากกว่าผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 2.95 แสนราย ส่งผลให้ราคาทองอ่อนตัวลงในกรอบจำกัด แม้มีรายงานข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในหลายประเทศที่เริ่มคลี่คลาย  ค่ำวันนี้จะมีการรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตซึ่งเป็นดัชนีวัดเงินเฟ้อชนิดหนึ่งของสหรัฐ โดยผลสำรวจประเมินว่าดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนกรกฎาคมของสหรัฐจะขยายตัวขึ้น 0.1% หลังจากขยายตัว 0.4% ในเดือนก่อน ซึ่งระดับการขยายตัวดังกล่าวยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ดอกเบี้ยใกล้ 0% ของธนาคารกลางสหรัฐ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมผลสำรวจประเมินไว้ที่ 82.7 จุด  ภาพการเคลื่อนไหวทางเทคนิคของราคาทองยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวรับและแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 1,300 ดอลลาร์ และ 1,325-1,330 ดอลลาร์ ตามลำดับ หากราคาทองสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,330 ดอลลาร์ ได้ การฟื้นตัวของราคาทองก็จะมีความต่อเนื่องมากขึ้น แต่กรณีไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,300 ดอลลาร์ ก็จะเป็นสัญญาณขายกดดันให้ราคาทองกลับอ่อนตัวลงไปยังแนวรับบริเวณ 1,280 ดอลลาร์ ต่อไป  ราคาโลหะเงินยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับและแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 19.70 และ 20.20 ดอลลาร์ หากอ่อนตัวลงไปต่ำกว่าแนวรับบริเวณ 19.70 ดอลลาร์ ยังคงต้องระวังแรงขายที่คาดว่าจะมีกลับออกมา โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.57 Close chg. Support Resistance 19,920 -40 19,900/19,800 20,100/20,250 การเก็งกำไรในระหว่างวันสามารถเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรจากแนวรับบริเวณ 1,300-1,305 ดอลลาร์ และ 1,290 ดอลลาร์ ตามลำดับ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,280 ดอลลาร์ ตลาดโลหะ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับขึ้น 38 เซนต์ สู่ 1,312.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดีท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง อย่างไรก็ดี ราคาทองได้รับแรงกดดันจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐ เพราะตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ราคาทองยังได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มในการประนีประนอมกันในเรื่องยูเครน ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดขยับขึ้น 0.1 % สู่ 1,315.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,310.00-1,321.80 ดอลลาร์ โดยมีวอลุ่มการซื้อขายอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 วันราว 35 % จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐปรับขึ้นสูงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานยังคงบ่งชี้ว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ 311,000 รายในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค.ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 295,000 ราย ส่วนค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ขยับขึ้น 2,000 ราย สู่ 295,750 ราย ปธน.ปูตินกล่าวต่อรัฐมนตรีรัสเซียและสมาชิกรัฐสภาในไครเมียว่า รัสเซียจะยืนหยัดปกป้องตนเอง แต่จะไม่ปะทะกับโลกภายนอก และเขากล่าวว่า รัสเซียจะทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครนโดยเร็วที่สุด ปธน.ปูติน กล่าวว่า "เราจะต้องสร้างประเทศของเราอย่างสงบ, อย่างมีเกียรติ และอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่การกีดขวางประเทศของเราจากโลกภายนอก เราจำเป็นต้องสร้างความเป็นปึกแผ่นและระดมพลเพื่อการทำงานหนักในนามของรัสเซีย แต่ไม่ใช่เพื่อสงครามหรือเพื่อการเผชิญหน้ากันในรูปแบบใดๆ" คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (15-08-14 | 09:10)

Fri, 08/15/2014 - 16:18
สรุปเศรษฐกิจประจำวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ • กระทรวงแรงงานสหรัฐที่ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. เพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 311,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับเพียง 307,000 ราย • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ราคานำเข้าสินค้าเดือนก.ค.ปรับตัวลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวลดลง • ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวในวันนี้ว่า รัสเซียจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยยุติความขัดแย้งในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครนอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ • สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนไม่ขยายตัวในไตรมาส 2/2557 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.2% ซึ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังจมอยู่กับอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป • นายเบ็น โรดส์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐอยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกด้านการทหารต่างๆในการช่วยเหลือพลเมืองชาวอิรักจำนวนหลายพันคน ซึ่งถูกกองกำลังรัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ (ISIL) ปิดล้อมอยู่ที่ภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิรัก • ตลาดหุ้นยุโรปได้รับปัจจัยบวกจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า อีซีบีอาจจะตัดสินใจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังากสำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนไม่ขยายตัวในไตรมาส 2/2557 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.2% ซึ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังจมอยู่กับอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป • สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีเดือนก.ค.ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 0.4% จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 0.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีของ 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.6% ในเดือนก.ค. จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 0.7% ข่าวเศรษฐกิจในประเทศ • นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถาบันการเงินยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อปีนี้ขยายตัว 6-8% แม้ว่าในไตรมาสที่ 2 ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้าจากผลของสถานการณ์การเมืองที่กระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชน ส่งผลให้สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวชะลอลงต่อเนื่องอยู่ที่ 7.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยชะลอลงทั้งสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่ออุปโภคบริโภค • พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงคมนาคมว่า วันนี้ได้พิจารณากรอบโครงสร้างคมนาคมและขนส่งที่ได้รับมอบหมายจาก คสช. ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ 5 แผนงาน โดยได้จัดทำแผนงานเร่งด่วนการใช้งบประมาณในปีงบประมาณ 58 วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาทที่จะพัฒนาทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ Highlight ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญวันนี้ คือ เวลา 19.30 น.สหรัฐประกาศดัชนีกิจกรรมในภาคการผลิต(นิวยอร์ค)ประจำเดือน ก.ค.คาดเพิ่มขึ้น ส่งผลลบต่อทองคำ Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -เสี่ยงย่อซื้อที่ราคาทอง1305$/ozเป้า 1320$/ozตัดขาดทุน(S/L)1295$/oz Market Summary เมื่อวานราคาทองคำขึ้นไปทดสอบที่ 1318$/oz หลังจากมีรายงาน• กระทรวงแรงงานสหรัฐที่ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. เพิ่มขึ้น 21,000 ราย สู่ระดับ 311,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับเพียง 307,000 รายปัจจัยนี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าและราคาทองคำปรับขึ้น สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในวันนี้เรามองจากปัจจัยพื้นฐานต้องจับตามองปัจจัยของทางสหรัฐฯและปัจจัยต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.เวลา 19.30 น.สหรัฐฯประกาศดัชนีกิจกรรมในภาคการผลิต(นิวยอร์ค)ประจำเดือน ก.ค. มองว่าจากการที่ GDP ไตรมาสที่ 2/2557 ขยายตัวแตะ 4% จะส่งผลให้ดัชนีกิจกรรมในภาคการผลิต(นิวยอร์ค)ประจำเดือน ก.ค.ขยายตัว และทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าทองคำร่วง 2.เวลา 20.15 น.สหรัฐฯประกาศยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯประจำเดือน ก.ค. มองว่าจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวมากขึ้นจะทำให้ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯประจำเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้นปัจจัยนี้จะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและทองคำขึ้น Market Focus 19.30 น. สหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้ผลิตประจำเดือน ก.ค.สหรัฐฯ 19.30 น. สหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้ผลิต(ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน)สหรัฐฯประจำเดือน ก.ค. 19.30 น. สหรัฐฯ ดัชนีกิจกรรมในภาคการผลิต(นิวยอร์ค)ประจำเดือน ก.ค. 20.00 น. สหรัฐฯ ยอดสุทธิเงินลงทุนระยะยาวของต่างชาติประจำเดือน ก.ค. 20.15 น. สหรัฐฯ อัตราการใช้กำลังการผลิตประจำเดือน ก.ค. 20.15 น. สหรัฐฯ ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯประจำเดือน ก.ค. 20.55 น. สหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค(เบื้องต้น)สหรัฐฯประจำเดือน ก.ค.โดย ม.มิชิแกน 20.55 น. สหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (เบื้องต้น)สหรัฐฯประจำเดือน ก.ค.โดย ม.มิชิแกน คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

ทำกำไรจากทองคำด้วย Geopolitical risks : By Darth Sidious's blog

Fri, 08/15/2014 - 11:31
           ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาผมเคยเขียนบทความชิ้นหนึ่งเพื่อเล่าถึงความเสี่ยงที่สำคัญประเภทหนึ่ง นั่นคือ Geopolitical risks ซึ่งคำนี้ได้ถูกนางเจเน็ต เยลเลนนำมาใช้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่คอยฉุดเศรษฐกิจไว้ไม่ให้เติบโต โดยอธิบายเพียงที่มาของความเสี่ยงและผลที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมาตลอด แต่ก็ไม่คิดที่จะหยิบมันขึ้นมาเล่าต่อ เพราะ “คิดว่า” ได้อธิบายทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่ลืมสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งไป นั่นคือ ท่ามกลางความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือ Geopolitical risks นี้ นักลงทุนทองคำอย่างเราๆท่านๆจะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไร?             ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น ความหมายของ Geopolitical risks ก็คือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของประเทศ 2 ประเทศขึ้นไป ยกตัวอย่างก็รัสเซียกับยูเครนที่ถูกหนุนหลังโดยยุโรปและสหรัฐฯ, อิสราเอลและปาเลสไตน์ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากพื้นหลังทางประวัติศาสตร์ที่ความขัดแย้งได้ฝังรากลงมาจนถึงปัจจุบันเมื่อคู่กรณีมีการกระทบกระทั่งกันก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดความขัดแย้งกันขึ้น ซึ่งสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีนักต่อเศรษฐกิจโลก (อ่านเพิ่มเติมได้จาก Link http://www.gold.in.th/node/4630 )              ลักษณะสำคัญของความเสี่ยงนี้ที่มีต่อสินทรัพย์การลงทุน โดยเฉพาะทองคำตามที่ผู้เขียนสังเกตเห็นนั่นคือ “คาดเดาไม่ได้” เพราะส่วนใหญ่ในช่วงที่ราคาทองคำกำลังปรับตัวลงใกล้หลุดหรือหลุดแนวรับสำคัญไปแล้ว มักจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมา ผลที่ตามมาก็คือราคาทองคำปรับตัวขึ้นแบบพรวดพราดและขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้อีกครั้ง ตัวอย่างที่เห็นได้ค่อนข้างชัดและเกิดขึ้นได้ไม่นานมานี้ก็คือ ราคาทองคำปรับตัวหลุดแนวรับที่ $1,300 ไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อ แต่วันต่อมามีเหตุการณ์ที่ทหารรัสเซียเข้าประชิดชายแดนยูเครนเป็นจำนวนมากซึ่งเพิ่มความกังวลที่จะเกิดการเผชิญหน้ามากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นและผ่านระดับ $1,300 ได้อีกครั้ง ซึ่งการปรับขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ราคาทองคำได้ประโยชน์จาก Geopolitical risks นั่นเอง             ข้อสำคัญก็คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาและราคารับข่าวไปแล้ว ราคาจะกลับมานิ่งอีกครั้งหากไม่มีเหตุการณ์ใดๆเพิ่มเติม โดยจุดนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อ และเข้าซื้อตรงช่วงที่ราคาปรับขึ้นมาแล้วเสียมาก หากเหตุการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลงไป อาจได้เห็นการพักฐานอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนขาดทุนมากหากเข้าลงทุนผิดจังหวะ             วิธีการลงทุนและทำกำไรจาก Geopolitical Risks นั้นอาจ เราจำเป็นต้องติดตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยดูว่าในระยะนั้น ความขัดแย้งในบริเวณไหนกำลังคุกรุ่น แต่ขณะเดียวกัน ด้วยความที่เป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดเดาได้ จึงต้องกำหนดจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจนและติดตามปัจจัยพื้นฐานอื่นๆควบคู่ไปด้วย เช่น หากความขัดแย้งในยูเครนกำลังถูกพูดถึงอยู่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังดีวันดีคืนจนกดดันราคาทองคำให้ดิ่งลงอย่างหนักและหากหลุดแนวรับสำคัญมามากพอสมควรแล้ว เราอาจต้องทยอยตัดขาดทุนเพื่อลดความเสียหายไป แต่หากได้กำไรจากเหตุการณ์ดังกล่าวควรอาจต้องพิจารณาขายทำกำไรออกไปและไม่ควรเข้าซื้อเพิ่มหากการเพิ่มขึ้นของราคานั้นมาจากความเสี่ยงดังกล่าว เพราะเมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง ราคาจะปรับตัวลงมาค่อนข้างแรงนั่นเอง             ปิดท้ายบทความนั้นก็ขอฝากเป็นคำเตือนไว้ดีกว่าครับ ดังที่ผมย้ำมาตลอดว่าความเสี่ยงดังกล่าว เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ และไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นจึงไม่ควรหวังกับการทำกำไรแบบนี้มากจนเกินไปจนละเลยปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง เรียกว่า นานๆทีและโอกาสพอเหมาะ ค่อยหาจังหวะจะดีกว่าครับ     ที่มารูปภาพ http://www.egeomate.com/political-risk-map/  

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 15 Aug 2014

Fri, 08/15/2014 - 06:32
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1307.58   1319.17   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนที่ผ่านมาปิดตลาดที่ระดับ 1314 โดยได้เกิดรูปแบบกราฟ Doji เป็นครั้งที่ 4 ในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำได้เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1300 - 1320 อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำไม่สามารถยืนอยู่เหนือระดับ 1316.50 ได้ แม้ว่าเราดัชนีชี้วัดจะเป็นทิศทางขาขึ้นทั้ง MACD , RSI และการที่เส้นค่าเฉลี่ย 9 วันตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 21 วัน เราต้องติดตามราคาทองคำหากปิดตลาดเหนือ 1316.50 ได้สำเร็จ จะเป็นการยืนยันการเปลี่ยนเป็นทิศทางขาขึ้น   …  Forex Pros   1296,1300,1306   1316,1320,1326   Moving Averages:STRONG BUY,Technical Indicators:STRONG BUY   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (14-08-14 | 17:14) รอบค่ำ

Thu, 08/14/2014 - 18:06
Strategic Review ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มเป็นเชิงบวก หลังจากที่ปรับตัวขึ้นต่อในช่วงบ่าย โดยมีแนวต้านสำคัญที่ US$1,325 ซึ่งเป็นจุด High ก่อนหน้า ซึ่งหากผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ US$ 1,345 ซึ่งเป็นจุด High เดิม ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ US$1,300 ซึ่งเป็นแนวรับจิตวิทยาและ US$1,295 ที่ Retracement 61.8% ด้าน Indicator อย่าง MACD ใกล้ปรับตัวขึ้นผ่านระดับ 0 อีกครั้ง และ RSI ที่ยังไม่เข้าเขต Overbought กลยุทธ์ข้าง Long หาจังหวะปิดสถานะทำกำไร News Update ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงบ่ายก่อนพักฐานลงมาเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ US$1,315 ต่อออนซ์ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างยอดค้าปลีกที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด ซึ่งช่วงบ่ายได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปอย่าง GDP ไตรมาส 2 ครั้งที่ 1 ที่ออกมาไม่มีการเติบโต เพิ่มความกังวลต่อการฟื้นตัวของยุโรปมากขึ้นหลังจากที่ถูกรัสเซียตอบโต้โดยการงดนำเข้าสินค้า บวกกับความกังลวลต่อสถานการณ์ในยูเครนเป็นอีกปัจจัยหนุนราคาทองคำ แต่สถานการณ์ในอิรักที่เริ่มคลี่คลายลงหลังได้ผู้นำใหม่จะเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะที่คืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯที่หากออกมาต่ำกว่าที่คาดจะหนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้นต่อ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังบวกกับมีแรงซื้อเข้ามาในตลาดหุ้นและพันธบัตรอีกครั้ง คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (14-08-14 | 16:31)รอบค่ำ

Thu, 08/14/2014 - 18:03
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Spot Gold) วิเคราะห์ทางเทคนิค-ตามวิธีเส้นค่าเฉลี่ย ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วันที่ $1,311.03/Oz และ $1,307.32/Oz ตามลำดับโดยราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน กลยุทธ์ ให้ขายทำกำไรบางส่วนที่แนวต้าน $1,325/Oz และมีจุดตัดขาดทุนที่ $1,297/Oz สรุปราคาทองคำระหว่างวัน ราคาทองคำในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ $3.62/Oz หรือ 0.27% มาอยู่ที่ $1,315.92/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศอยู่ที่ $1,310.30-1,317.36/Oz) ทองคำปรับตัวขึ้นแม้ว่าเยอรมนีเปิดเผยเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาสที่ 2 หดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนอาจต้องประสบกับภาวะชะงักงัน ขณะที่มีผลกระทบจากวิกฤตยูเครนและเงินเฟ้อที่ชะลอตัว โดยสำนักงานสถิติระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ หดตัวลง 0.2% จากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.7% โดยหดตัวรุนแรงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะหดตัว 0.1% สำหรับแนวโน้มราคาทองคำคืนนี้ หลังราคาทองคำสามารถสร้างฐานเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นได้และเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้งหากผ่านแนวต้านที่ $1,325/Oz ไปได้มีโอกาสเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง ในคืนนี้มองกรอบราคาทองคำที่ $1,297-1,340/Oz Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 19,860 จำนวน 50 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 14/8/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 20,040 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 14/8/57) อัตราผลตอบแทน 0.11% ต่อปี (อัตราผลตอบแทนนี้คำนวณจากทองคำแท่ง Globlex) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

MTS : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย เอ็มทีเอส โกลด์ฯ (14-08-14 | 10:00)

Thu, 08/14/2014 - 14:25
สรุปราคาซื้อขายทองคำ และ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 9.00 น. ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,308 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,309 เหรียญ/ออนซ์ (22.30 น.) ค่าเงินบาทปิด 31.99 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 19,800 บาท กับ 19,900 บาท และกลับมาปิดที่ 19,750 บาท กับ 19,850 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 113 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 850 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท ลดลง 8.48 % แบบ 10 บาท ลดลง 9.5 % GFQ14 ปิด 19,970 บาท และ GFV14 ปิด 20,020 บาท GF10Q14 ปิดที่ 19,960 บาท GF10V14 ปิดที่ 20,020 บาท สัญญา Comex เพิ่มขึ้น 3.9 เซนต์ ปิดที่ระดับ 1,314.5 ดอลลาร์/ออนซ์ NYMEX เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ ปิดตลาดที่ระดับ 97.59ดอลลาร์/บาร์เรล SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 795.60 ตัน (ขายออก 0.26 ตัน) ข่าวที่สำคัญ เมื่อคืนนี้ทองคำได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ส่งผลให้ทองคำสามารถทำจุดสูงสุดได้ที่ระดับ 1,315 เหรียญ/ออนซ์ นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า จากข้อมูลยอดค้าปลีกประจำเดือนกรกฎาคมที่ซบเซาของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เฟดยังไม่พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ยอดค้าปลีกที่อ่อนแอของสหรัฐฯ บ่งชี้ให้เห็นว่า อุปสงค์ของผู้บริโภคเริ่มเปราะบาง และอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงครึ่งปีหลัง นักลงทุนจับตาไปยังข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯในคืนนี้ได้แก่ Jobless Claims และ Import Prices โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะออกมาแย่ลงทั้งคู่ อาจส่งผลบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงเฝ้าติดตามสภาวะความตึงเครียดทางการเมืองหลายๆประเทศยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ SPDR เทขายทองคำเพิ่ม 0.26 ตัน ปัจจุบันคงทองที่ระดับ 795.6 ตัน นักเศรษฐศาสตร์ จับตาข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนในวันนี้ อันได้แก่ การประกาศจีดีพีของเยอรมนีที่คาดว่าจะออกมาแย่ลงอย่างมาก รวมถึงจีดีพีประจำไตรมาสที่ 2 ที่คาดว่าจะออกมาลดลงสู่ระดับ 0.1% เพราะถ้าหากผลที่ออกมาเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อาจบ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์จากรอยเตอร์ ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในหลายๆประเทศจะเป็นปัจจัยที่กลับมากดดันสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวของยูโรโซน ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรที่ระดับ 1.3369 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับ 1.3368 ดอลลาร์/ยูโร เพราะได้รับแรงกดดันจากยอดค้าปลีกสหรัฐฯที่ออกมาแย่ลง เมื่อวานนี้รัฐบาลอาร์เจนติน่าไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือต่อสหรัฐฯ ในการแก้ไขเรื่องการผิดนัดชำระหนี้สินได้ ส่งผลให้ค่าเงินอาร์เจนออนค่าลงอย่างมากและรัฐบาลยังคงต้องการขอเจรจาอีกครั้ง หลังจากกองกำลังกลุ่มไอซิล (ISIL) สามารถยึดแหล่งน้ำมัน 5 แห่งและเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในอิรักได้ และตอนนี้ได้ขยายการเข้ายึดครองแหล่งทางการเกษตร ในพื้นที่ปลูกข้าวสาลีที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอิรักด้วย สำนักข่าว CNN รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเรื่องการส่งที่ปรึกษาทางการทหารเพิ่ม 100 คนไปยังอิรัก เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความลำบากในพื้นที่ หลังจากกลุ่มหัวรุนแรงไอซิล(ISIL) ทำการปิดล้อมเทือกเขาทางเหนือของอิรัก เมื่อคืนนี้อิสราเอลและปาเลสไตน์มีข้อตกลงขยายการหยุดยิงชั่วคราวเพิ่มอีก 5 วัน แต่ข้อตกลงดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเป็นโมฆะในวันนี้ หลังจากที่มีการยิงจรวดจากบริเวณฉนวนกาซาเข้าใส่อิสราเอล ส่งผลให้อิสราเอลยิงตอบโต้ด้วยยุทธวิธีทางอากาศ เจ้าหน้าที่ยูเครน ระบุว่า รัสเซียได้ขนส่งสิ่งของช่วยเหลือไปยังบริเวณพรมแดน แสดงให้เห็นว่ารัสเซียเป็นผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏรัสเซีย ขณะที่ นายปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยว่า จะไม่นำส่งก๊าซผ่านยูเครนเพื่อไปยังสหภาพยุโรปที่ยังต้องเพิ่งพิงก๊าซจากรัสเซีย อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์กลับมองว่าเป็นไปได้ยากในเวลานี้ เพราะมาตรคว่ำบาตรและการเจรจายุติระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่เรียบร้อยดี นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะยื่นเรื่องคัดค้านรัสเซีย เพื่อให้ยุติการซ้อมรบ หลังจากรัสเซียดำเนินการซ้อมรบบริเวณหมู่เกาะนอกชายฝั่งของฮอกไกโด จีนต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการปล่อยกู้ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ภาคการลงทุนปรับตัวลดลง ส่งผลให้ตลาดกำลังจับตาดูขั้นตอนนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนต่อไป หลังจากที่จีนสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองเร็วที่สุดในบรรดา 20 ประเทศในเรื่องการพัฒนาระบบของประเทศ ตลาดหุ้นดาวโจนส์ ปิดปรับตัวสูงขึ้น 0.55% เพราะได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ซบเซาในสัปดาห์นี้ นักบริหารเงิน คาดการณ์ว่า ในวันนี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.85-32.10 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทยังคงสวนทางกับภูมิภาค จึงต้องจับตาดู Flow ในวันนี้ว่าจะขายหมดเมื่อไหร่ เพราะถ้าหากมีการขายได้หมดอาจส่งผลให้เงินบาทดีดกลับได้บ้าง นักวิเคราะห์ คาดว่า ตลาดหุ้นยังคงได้รับปัจจัยบวก จากแรงหนุนจากทริกเกอร์ ฟันด์ หลังได้เสนอขายในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงอาจส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าตั้งแต่สัปดาห์นี้จนถึงปลายเดือนสิงหาคม รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้หลังการประกาศผลกำไรในไตรมาสที่ 2/2557 ส่งผลให้นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในอีก 12 เดือนข้างหน้า ดัชนี SMEs เดือนมิถุนายนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นต่อเนื่อง หลังค สช. สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งผลให้มีการจับจ่ายเพิ่มขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืน - Core Retail Sales m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.4% คาดการณ์ออกมาที่ระดับ 0.4% ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ 0.1% - Retail Sales m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.2% คาดการณ์ออกมาที่ระดับ 0.2% ตัวเลขจริงอยู่ที่ระดับ 0.0% ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญคืนนี้ -Unemployment Claims ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 289K คาดการณ์ออกมาอยู่ที่ระดับ 307K -Import Prices m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.1% คาดการณ์อยู่ที่ระดับ -0.2% ทิศทางราคาทองคำ โดยภาพรวมราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 1,310 เหรียญ ในขณะที่ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้น หลุดต่ำกว่าระดับ 32.00 บาท/ดอลลาร์ลงมา ณ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 31.94 บาท/ดอลลาร์ โดยที่จะเห็นการแกว่งของเงินบาทและราคาทองคำค่อนข้างมาก แต่ไปในทิศทางสวนกัน เมื่อวานตัวเลขเศรษฐกิจออกมาโดยส่วนใหญ่แย่กว่าที่คาด Retail Sales ปรับตัวดลดลง ขณะที่ SPDR ขายทองออกมาเล็กน้อย 0.26 ตัน เหลือการถือครอง 795.6 ตัน ตัวเลขสำคัญคืนนี้ได้แก่ Jobless Claims ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 18,000 ราย สู่ระดับ 307,000 ราย ขณะที่ภาพรวมทางด้านตะวันออกกลางดูท่าจะไม่มีอะไรรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ตลาดเริ่มกลับมาจับตาตัวเลขเศรษฐกิจทางฝั่งยูโรและอเมริกา วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำยังเป็นลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นค่อนข้างมากในกรอบ 1,300-1,320 เหรียญตามเดิม โดยที่ยังคงแนะนำให้นักลงทุนเล่นเก็งกำไรในการแกว่งตัวของราคาในระยะสั้นๆ กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ ยังคงแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายเมื่อราคาสูงขึ้นที่ระดับ 1,318 เหรียญ - นักลงทุนที่ถือ Long Position และ นักลงทุนที่ถือ Short Position ยังคงเป็นการเข้าออกเร็ว ตามสภาพการแกว่ง ตลาดค่อนข้างจับตาไปยังทิศทาง Sideways กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading ยังเป็นลักษณะการทำกำไร เมื่อราคาดีดตัวเท่านั้น Gold Futures Q14 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,870 บาท และแนวต้านที่ระดับ 20,070 บาท Gold Futures V14 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,900 บาท และแนวต้านที่ระดับ 20,100 บาท คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.mtsgold.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (14-08-14 | 09:48)

Thu, 08/14/2014 - 14:20
ข้าง Long ตามแนะนำรอปิดทำกำไร Strategy Today ตัวเลขค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอหนุนราคาทองคำ ด้านการสถานการณ์ในอิรักอาจจคลี่คลายในทางที่ดีขึ้นหลังได้ผู้นำคนใหม่ทางเทคนิคแนวโน้มฟื้นตัวตามกรอบแนวต้าน US$1,320-25 แต่ถ้าขึ้นไม่ผ่านกรอบนี้อาจจะมีการย่อตัวอีกครั้งแนวรับ US$1,300-1,295 แนวต้าน แนวต้านที่ 1 US$1,325 ใกล้บริเวณ high เดิม แนวต้านที่ 2 US$1,330 แนวต้านเดิม แนวรับ แนวรับที่ 1 US$1,300 Retracement 50% แนวรับที่ 2 US$1,295 Retracement 61.8% สรุปกลยุทธ์ :ข้าง Long ตามแนะนำ รอปิดทำกำไร US$1,320-25 ถ้าไม่ผ่าน US$1,325 หาจังหวะสะสม Short จุดตัดขาดทุน US$1,330 Fundamental Summary ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯต่ำกว่าคาด โดยราคา Gold Spot ปิดเพิ่มขึ้น 4.02 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ มาอยู่ที่ระดับ 1,312.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ราคาได้รับแรงหนุนหลังการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐฯซึ่งสะท้อนการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดโดยยอดค้าปลีกทั่วไปไม่มีการเติบโตจากเดือนก่อนหน้าตัวเลขนี้หนุนให้มีการเข้าเก็งกำไรในตลาดทองคำ ด้านปัจจัยหนุนเดิมอย่างการสู้รบในอิรักที่ท่าทีที่อาจจะผ่อนคลายมากขึ้นหลังได้ผู้นำประเทศคนใหม่ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ โดยลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 795.60 ตัน ลดลง0.26 ตัน Technical Summary ราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังทรงตัวเหนือ US$1,300 ช่วงต้นสัปดาห์ อย่างที่เรียนเมื่อวานราคายังมีแนวโน้มเชิงบวกและมีโอกาสขึ้นทดสอบใกล้แนวต้านเดิม US$1,320-25 ใกล้บริเวณ high เดิม ส่วนแนวรับยังให้มองที่ระดับ US$1,300 และ US$1,295สัญญาณ Indicator เครื่องมือ MACD ตัดขึ้นผ่านเหนือเส้น signal line ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวก แต่ถ้าไม่ผ่าน US$1,325 อาจจะมีการย่อพักตัวอีกครั้ง คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (14-08-14 | 09:26)

Thu, 08/14/2014 - 14:16
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ • นักลงทุนระยะสั้น(เล่น 1-2 วัน) ให้ถือสถานะซื้อที่มีเพื่อไปขายทำกำไรในกรอบ $1,317-1,325/Oz • นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ให้ถือสถานะขายที่มีไว้โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ $1,325/Oz ภาพรวมตลาดทองคำคืนวานนี้ Gold – ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวขึ้น $3.80/Oz หรือ 0.29% มาอยู่ที่ $1,312.45/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในรอบวันอยู่ที่ $1,304.75-1,314.84) ทองคำได้รับแรงหนุนหลังสหรัฐเผยยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนก.ค. เนื่องจากชาวอเมริกันชะลอการซื้อรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าตามห้างสรรพสินค้า แม้ว่ายอดขายอาหารและเสื้อผ้าจะเพิ่มขึ้นก็ตาม นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงอุปสงค์ของผู้บริโภคที่อ่อนแอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ทรงตัว หลังจากที่ขยายตัว 0.2% ในเดือนมิ.ย. แต่ถ้าไม่นับรวมยอดขายรถยนต์ ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน อย่างไรก็กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า อิสราเอลได้สั่งโจมตีเป้าหมายในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้การยิงจรวดจากฝั่งกาซาที่ยิงสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล การโจมตีครั้งล่าสุดนี้มีขึ้นแม้ว่าได้มีการประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 120 ชั่วโมงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในกรุงไคโรยังเป็นตัวหนุนต่อราคาทองคำ แนวโน้มตลาดวันนี้ Gold – ราคาทองคำปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวต้านที่ $1,300/Oz ทำให้หักล้างแนวโน้มขาลงแต่โดยในระยะสั้นยังเป็นการสร้างฐานออกข้างในขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยต่างๆ เริ่มรวมตัวกันอีกครั้ง ในวันนี้มองกรอบราคาทองคำที่ $1,297-1,325/Oz ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประจำวันนี้ • ผลผลิตมวลรวมเยอรมนี เวลา 13.00 น. • ผลผลิตมวลรวมยูโรโซน เวลา 16.00 น. • ยอดผู้ขอรับสวัสดิการสหรัฐ เวลา 19.30 น. ปัจจัยบวก • สหรัฐเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ทรงตัว หลังยอดขายรถยนต์ลดลง • ผลประกอบการเอกชนสดใส หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก • แรงซื้อเก็งกำไร หนุนน้ำมัน WTI ปิดบวก 22 เซนต์ • ดอลล์ปรับตัวลง หลังยอดค้าปลีกสหรัฐอ่อนแรง • อิสราเอลส่งเครื่องบินโจมตีกาซาเพื่อตอบโต้ฮามาส แม้มีการประกาศหยุดยิง 5 วัน ปัจจัยลบ • ดาวโจนส์ปิดบวก 91.26 จุด จากคาดการณ์เฟดยังไม่ขึ้นดบ. Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 19,830 จำนวน 50 บาท (ณ เวลา 15.00 13/8/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 20,040 บาท (ณ เวลา 15.00 13/8/57) ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำ ปัจจัยบวก สหรัฐเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ทรงตัว หลังยอดขายรถยนต์ลดลง (+)ยอดค้าปลีกสหรัฐทรงตัวในเดือนก.ค. เนื่องจากชาวอเมริกันชะลอการซื้อรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าตามห้างสรรพสินค้า แม้ว่ายอดขายอาหารและเสื้อผ้าจะเพิ่มขึ้นก็ตาม นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงอุปสงค์ของผู้บริโภคที่อ่อนแอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ทรงตัว หลังจากที่ขยายตัว 0.2% ในเดือนมิ.ย. แต่ถ้าไม่นับรวมยอดขายรถยนต์ ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ผลประกอบการเอกชนสดใส หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก (+)ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทเอกชน รวมถึงบริษัทอีออน เอสอี ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,198.88 จุด พุ่งขึ้น 129.41 จุด หรือ +1.43% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,194.79 จุด เพิ่มขึ้น 32.63 จุด หรือ +0.78% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,656.68 จุด เพิ่มขึ้น 24.26 จุด หรือ +0.37%(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) แรงซื้อเก็งกำไร หนุนน้ำมัน WTI ปิดบวก 22 เซนต์ (+)สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร แม้มีรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ ปิดที่ 97.59 ดอลลาร์/บาร์เรล (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดอลล์ปรับตัวลง หลังยอดค้าปลีกสหรัฐอ่อนแรง (+)ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) หลังจากมีรายงานว่ายอดค้าปลีกของสหรัฐในเดือนก.ค.ออกมาย่ำแย่กว่าคาดการณ์ของตลาด ค่าเงินยูโรแทบไม่เปลี่ยนแปลงเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3369 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3368 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ปรับลงที่ 1.6688 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6811 ดอลลาร์(อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) อิสราเอลส่งเครื่องบินโจมตีกาซาเพื่อตอบโต้ฮามาส แม้มีการประกาศหยุดยิง 5 วัน (+)แถลงการณ์จากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า อิสราเอลได้สั่งโจมตีเป้าหมายในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้การยิงจรวดจากฝั่งกาซาที่ยิงสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า "หลังจากที่มีการปล่อยจรวดโดยมีเป้าหมายที่อิสราเอล ทาง IDF ก็สั่งโจมตีเป้าหมายตามแหล่งก่อการร้ายต่างๆทั่วฉนวนกาซา" (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ปัจจัยลบ ดาวโจนส์ปิดบวก 91.26 จุด จากคาดการณ์เฟดยังไม่ขึ้นดบ. (-)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ๆนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่ซบเซาในเดือนก.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,651.80 จุด เพิ่มขึ้น 91.26 จุด หรือ +0.55% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,434.13 จุด เพิ่มขึ้น 44.88 จุด หรือ +1.02% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,946.72 จุด เพิ่มขึ้น 12.97 จุด หรือ +0.67% (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (14-08-14 | 09:32)

Thu, 08/14/2014 - 14:12
Today Strategy: Gold ภาพความเคลื่อนไหวเป็น sideway แต่การดีดตัวขึ้นยังไม่ทำ high ใหม่ส่งสัญญาณลบเล็กน้อย แนะนำ Trading ในกรอบ SET50 หุ้นใหญ่ได้แรงหนุนจาก trigger fund และต่างชาติซื้อดักหน้ารัฐบาลใหม่ แต่ควรระวังความผันผวนที่เพิ่มขึ้น แนะนำ trading long เมื่ออ่อนตัว Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีราคาปิดเพิ่มขึ้น 4.02 USDต่อออนซ์ ปิดที่ 1,312.36 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นหลังจากการประกาศยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มของราคาทองคำยังคงเป็น sideway โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,300 เหรียญ การดีดตัวขึ้นไม่สามารถทำ high ใหม่ได้ส่งสัญญาณลบ รวมถึงปริมาณการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าในตลาด COMEX อยู่ในช่วงซบเซาขาดแรงหนุนที่จะทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้แรง สำหรับคืนนี้มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญที่ควรต้องติดตามคือ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาสินค้านำเข้า • ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 91.26 จุด จากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มไบโอเทค โดยนักลงทุนไม่สนใจข้อมูลยอดค้าปลีกที่ออกมาน่าผิดหวัง • USD/THB ปิดที่ 31.93 บาทต่อUSD เงินบาทแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของตลาดหุ้น • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex และ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากเหตุการณ์วุ่นวานในลิเบียและอิรัก Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,312.36 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,304.40 – 1,315.10 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,310.96 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,304/1,300 แนวต้านบริเวณ 1,315/1,322 • USD/THB ปิดที่ 31.93 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 31.89 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.0/32.1 ให้แนวรับบริเวณ 31.8/31.7 • ICE Brent ปิดที่ 104.28 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 104.0/105.0 และให้แนวรับบริเวณ 103.0/102.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,240 – 1,370 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,180 –1,425 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,180 – 1,485 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในราย 240 นาที การดีดตัวขึ้นไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้จึงเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก แต่อย่างไรก็ตามตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 1,300 เหรียญได้ภาพทางทคนิคยังคงเป็น sideway ในกรอบ วันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,304/1,300 แนวต้านบริเวณ 1,315/1,322 • Strategy : Trading ในกรอบ Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • คาด Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 2.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE และลดดอกเบี้ยลงอีก • ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตาม • สถานการณ์ความใม่สงบในตะวันออกกลาง USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. แข็งค่าขึ้นหลังไม่ผ่านแนวต้านที่ 32.3 แนวโน้มยังเป็น sideway ในกรอบ จึงควรรอซื้อเมื่อราคาทดสอบแนวรับ ให้แนวต้านบริเวณ 32.0 / 32.1 ให้แนวรับบริเวณ 31.8 / 31.7 Strategy: trading ในกรอบ Exclusive News เศรษฐกิจสหรัฐ ยอดค้าปลีกเดือน ก.ค.ทรงตัว หลังจากที่ขยายตัว 0.2% ในเดือน มิ.ย. แต่ถ้าไม่นับรวมยอดขายรถยนต์ ยอดค้าปลีกเดือน ก.ค.ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน เศรษฐกิจสหรัฐ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน มิ.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน พ.ค. สำหรับยอดขายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน มิ.ย. เท่ากับอัตราการขยายตัวในเดือนก่อนหน้า และด้วยอัตราดังกล่าว จะต้องใช้เวลา 1.29 เดือน ในการระบายสินค้าออกจากสต็อก เท่ากับในเดือน พ.ค. เศรษฐกิจเอเชีย ยอดขายบ้านของจีนในเดือน ก.ค.ปรับตัวลง 28% เมื่อเทียบรายเดือน และเป็นอัตราการลดลงที่มากที่สุดของปี เนื่องจากการปล่อยกู้จำนองที่ตึงตัว แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะพยายามผ่อนคลายการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม เศรษฐกิจเอเชีย ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 2.25% ในการประชุมวันนี้ ตลาดน้ำมัน สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 ส.ค. ทะยานขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล แตะ 367 ล้านบาร์เรล พุ่งขึ้น หนือความคาดหมาย และถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ ด้านสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึง heating oil และน้ำมันดีเซล ร่วงลง 2.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 122.5 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล แตะ 212.7 ล้านบาร์เรล ด้านอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.8% สู่ระดับ 91.6% อื่น ๆ เยอรมันเรียกยุโรปร่วมประชุมหารือแก้วิกฤติอิรัก ข้าหลวงใหญ่ด้านนโยบายต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป(EU) เรียกประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในวันศุกร์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบโต้กลุ่มก่อการร้ายในอิรัก โดย แฟรงค์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมัน ได้เรียกร้องให้ทุกชาติในยุโรปให้ความร่วมมืออย่างเร่งด่วน ขณะที่ฝรั่งเศสเตรียมจัดส่งอาวุธให้ชาวเคิร์ดในเขตปกครองตนเองตามคำร้องขอเพื่อใช้ตอบโต้กองกำลังติดอาวุธซุนนีย์(ISIS) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (14-08-14 | 09:14)

Thu, 08/14/2014 - 12:56
- ทองปิดบวกนักลงทุนกังวลสถานการณ์ยูเครน - SPDR ถือทองลดลง 0.26 ตัน - ทองแกว่งตัวแคบ แต่ยังมีแนวโน้มฟื้นตัว  ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบในการซื้อขายระหว่างวัน ก่อนที่จะปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันอังคารได้เล็กน้อย สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนยังเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองหลังมีรายงานว่ารัสเซียส่งกำลังเข้าสู่แนวพรมแดนระหว่างยูเครนและรัสเซีย  วันนี้จะมีการรายงานข้อมูลการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศในกลุ่มยุโรปซึ่งคาดว่าจะมีการฟื้นตัวที่ค่อนข้างเปราะบาง ส่งผลให้เงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ และเป็นปัจจัยลบต่อการเคลื่อนไหวของราคาทอง เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศซึ่งวานนี้กลับมามียอดซื้อสุทธิด้วยปริมาณมากในตลาดหุ้นไทย  ค่ำนี้จะมีการรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งผลสำรวจประเมินว่าจะมีผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราว 3.07 แสนราย เทียบกับสัปดาห์ก่อนที่มีผู้ขอรับสวัสดิการราว 2.89 แสนราย รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐโดยรวมยังมีแนวโน้มฟื้นตัว นักลงทุนจึงยังคงมีมุมมองต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่ช้า  ราคาทองดีดตัวขึ้นจากแนวรับบริเวณ 1,300 ดอลลาร์ และกลับขึ้นมาปิดทรงตัวใกล้ระดับปิดของวันอังคาร ภาพเทคนิคของราคาทองยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 1,330 ดอลลาร์ หากผ่านขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณนี้ได้ การฟื้นตัวของราคาทองก็จะมีความต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนแนวรับสำหรับซื้อเก็งกำไรในระหว่างวันยังคงอยู่ที่บริเวณ 1,300 ดอลลาร์  ราคาโลหะเงินอ่อนตัวลงสู่แนวรับบริเวณ 19.70 ดอลลาร์ ก่อนที่จะดีดตัวกลับลดช่วงติดลบในระว่างวันลง หากราคาโลหะเงินไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 19.60-19.70 ดอลลาร์ ควรระวังแรงขายที่จะมีออกมามากขึ้น โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนส.ค.57 Close chg. Support Resistance 19,970 +10 19,900/19,800 20,100/20,250 การเก็งกำไรในระหว่างวันสามารถเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรจากแนวรับบริเวณ 1,300-1,305 ดอลลาร์ และ 1,290 ดอลลาร์ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,280 ดอลลาร์ ตลาดโลหะ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 4.02 ดอลลาร์ สู่ 1,312.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธหลังจากยอดค้าปลีกที่อ่อนแอของสหรัฐบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง และส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์กันว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดปรับขึ้น0.3 % สู่ 1,314.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,306.00-1,316.40 ดอลลาร์ โดยมีวอลุ่มการซื้อขายอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 วันราว 40 % กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนก.ค. โดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกันของยอดขายในบริษัทตัวเแทนจำหน่ายรถยนต์ อย่างไรก็ดีราคาทองยังคงเคลื่อนตัวในกรอบแคบ ในขณะที่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า สถานการณ์ในยูเครนและอิรักอาจลดความตึงเครียดลง และปัจจัยนี้ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปในวันพุธ นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาทองมีแนวโน้มเคลื่อนตัวในกรอบแคบในระยะใกล้ นอกจากว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง หรือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก กองกษาปณ์ของสหรัฐแถลงในวันพุธว่า ทางกองกษาปณ์จะหันมาใช้ราคาอ้างอิงแบบใหม่ของโลหะเงินที่เรียกว่า "London Silver Price" เพื่อใช้สำหรับการขายเหรียญของกองกษาปณ์, การซื้อโลหะเงิน และโครงการจัดการราคา หลังจากมีการยุติกลไกกำหนดราคาโลหะเงินแบบเดิมที่ใช้มานาน 117 ปี กลไกกำหนดราคาแบบใหม่นี้จะบริหารโดยบริษัทซีเอ็มอี กรุ๊ปและบริษัทธอมสัน รอยเตอร์ โดยจะเริ่มต้นในวันศุกร์นี้ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (14-08-14 | 08:32)

Thu, 08/14/2014 - 12:50
สรุปเศรษฐกิจประจำวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ • กระทรวงเศรษฐกิจอินเดียเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 7.96% จากปีที่แล้ว ขณะที่ตัวเลขเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 7.46% • สำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบรายเดือน และ 0.8% เทียบรายปี หลังจากที่ได้ขยายตัว 1.0% ในเดือนมิ.ย.เทียบรายปี • ธนาคารกลางจีนเผยยอดเงินฝากสกุลเงินหยวนในเดือนก.ค.ร่วงลง 1.98 ล้านล้านหยวน หรือ 3.21 แสนล้านดอลลาร์ แตะ 111.62 ล้านล้านหยวน จากระดับเดือนมิ.ย. • ทางการยูเครนได้กำหนดเงื่อนไขใหม่สำหรับการรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากรัสเซีย โดยระบุว่า ยูเครนจะไม่อนุญาตให้ขบวนรถบรรทุก 280 คันของรัสเซียข้ามเข้ามายังพรมแดนของยูเครน • สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนก.ค.ขยายตัว 9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอลง 0.2% จากอัตรา 9.2% ในเดือนมิ.ย. • สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของอังกฤษในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ลดลง 132,000 ราย สู่ระดับ 2.08 ล้านรายส่วนอัตราว่างงานในช่วงไตรมาสดังกล่าวก็ลดลงเช่นกัน สู่ระดับ 6.4% สำหรับค่าจ้างเฉลี่ย รวมถึงโบนัส ปรับตัวลง 0.2% • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบรายปี แตะ 25.9 ล้านล้านหยวน (4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนก.ค. • สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส จัดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้ที่มีทรัพย์สินค้ำประกันที่ระดับ B3 และอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากที่ระดับ B2 ของธนาคารโนโว บังโค ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ของโปรตุเกส และอาจจะทบทวนเพื่อปรับลดอันดับลง • สถานการณ์ในอิสราเอลและปาเลสไตน์นั้น รายงานล่าสุดระบุว่า กองกำลังทหารอิสราเอลกำลังเตรียมการเพื่อเปิดการสู้รบรอบใหม่ หลังจากที่เมื่อต้นสัปดาห์ทางการอิสราเอลยอมรับข้อเสนอจากอียิปต์ที่จะหยุดยิงอีก 72 ชั่วโมง • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ที่0% หลังจากที่ขยายตัว 0.2% ในเดือนมิ.ย. แต่ถ้าไม่นับรวมยอดขายรถยนต์ ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ข่าวเศรษฐกิจในประเทศ • ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่ คสช.อนุมัติขยายเวลาการยกเว้นอากรขาเข้าถังบรรจุก๊าซธรรมชาติอัดประเภทถังเหล็ก ซึ่ง คสช.เห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา12 แห่ง พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 โดยขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรขาเข้าแก่ถังบรรจุก๊าซธรรมชาติอัดประเภทถังเหล็ก จากเดิมที่อัตราอากรเรียกเก็บร้อยละ 17 โดย Highlight ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญวันนี้ คือ เวลา 19.30 น.สหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์คาดเพิ่มขึ้น ส่งผลลบวกต่อทองคำ Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -เสี่ยงย่อซื้อที่ราคาทอง1305$/ozเป้า 1320$/ozตัดขาดทุน(S/L)1295$/oz Market Focus 12.30 น. ยุโรป ประมาณการณ์ GDP ไตรมาสของฝรั่งเศส 13.00 น. ยุโรป ประมาณการณ์ GDP ไตรมาสของเยอรมนี 16.00 น. ยุโรป ดัชนีราคาผู้บริโภคยุโรปประจำเดือน ก.ค. 16.00 น. ยุโรป GDP ไตรมาส 2 ยูโรโซน 16.00 น. ยุโรป ดัชนีราคาผู้บริโภค(ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน)ยุโรปประจำเดือน ก.ค. 19.30 น. สหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ 19.30 น. สหรัฐฯ ดัชนีราคาสินค้านำเข้าสหรัฐฯประจำเดือน ก.ค. Market Summary เมื่อวานราคาทองคำขึ้นไปทดสอบที่ 1314$/oz หลังจากมีรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกประจำเดือน ก.ค.ของสหรัฐฯลดลงแตะระดับ 0.0%จาก0.2%.ในมิ.ย.ปัจจัยนี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าและราคาทองคำปรับขึ้น สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในวันนี้เรามองจากปัจจัยพื้นฐานต้องจับตามองปัจจัยของทางสหรัฐฯและปัจจัยต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.เวลา 16.00 น.ยุโรปประกาศ GDP ไตรมาส 2ของยูโรโซน มองว่าจะการที่เศรษฐกิจเยอรมนีมีการชะลอตัว ซึ่งสังเกตุได้จาก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ลงทุนสถาบันของเยอรมนีประจำเดือน ก.ค.ที่ 8.6 ลดลงจากเดือน มิ.ย.ถึง 9.6 จากปัจจัยดังกล่าวจะส่ง GDP ไตรมาสที่ 2 ของยูโรโซนจะลดลง ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อน ดอลลาร์สหรัฐแข็งและราคาทองคำลดลง 2.เวลา 19.30 น.สหรัฐฯประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์เรามองว่าจากการที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นที่ 6.2% จะทำให้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาเพิ่มขึ้นปัจจัยนี้จะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและทองคำขึ้น คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

Pages

Gold Spot

ForexProsThe Forex Charts Powered by Investing.com - The Leading Financial Portal.

2013 © Copyright information viewpoint