<br /><div style="background-color: #c7c7ff;"></div> <p></p>

ข่าวทองคำ

Subscribe to ข่าวทองคำ feed
Updated: 55 min 52 sec ago

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (06-10-14 | 09:33)

Mon, 10/06/2014 - 10:07
คำแนะนำ เสี่ยงซื้อเก็งกำไรในโซน $1,180(ตัดขาดทุนหากหลุด) ขณะที่การเปิดสถานะขายรอบริเวณ $1,200-$1,206 ทั้งนี้อาจต้องติดตามค่าเงินบาทประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลง 28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้งในบริเวณ 1,189.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงย้ำถึงการฟื้นตัว โดยเฉพาะตัวเลขในตลาดแรงงาน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯปรับตัวขึ้นไปยืนที่ 248,000 ตำแหน่ง จากครั้งก่อนที่ 180,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 5.9% เป็นจุดต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี การปรับตัวของตัวเลขดังกล่าวผลักดันให้เงินสกุลดอลลาร์ซึ่งใช้ดัชนีดอลลาร์(Dollar index) เป็นตัวแทน ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่สุดในรอบ 4 ปี กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวจนหลุด 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทค่อนอ่อนตัวค่อนข้างมากช่วยชะลอการปรับตัวลงของราคาทองคำในประเทศไปได้บ้าง ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำหลุดแนวสำคัญทางจิตวิทยาในบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมาแล้ว หากวันนี้ไม่สามารถกลับขึ้นยืนได้ มีโอกาสที่ราคาทองคำจะทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากหลุดลงมาจะเกิดแรงขายตามมาอีกครั้ง กลยุทธการลงทุน หากราคาไม่หลุด 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ(ตัดขาดทุนหากหลุดลงมา) ขณะที่หากเกิดแรงดีด ให้พิจารณาโซน 1,200-1,206 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะขาย (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงแตะ 5.9% กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง หลังจากปรับตัวขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ 142,000 ตำแหน่ง สำหรับอัตราว่างงานนั้นลดลงต่ำกว่าระดับ 6% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2551 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 6.1% • (+)สื่อรัสเซียปูดสหรัฐชักใยม็อบฮ่องกง สื่อรัสเซียประโคมข่าว สหรัฐชักใยอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง พร้อมย้ำการประท้วงใหญ่ในมอสโกและยูเครนช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นฝีมือชาติตะวันตกที่ต้องการบ่อนทำลายความมั่นคงรัฐบาลรัสเซีย บรรดาสื่อของรัฐบาลรัสเซีย รวมถึง รัสซียา 24 และ เฟิสต์ แชนเนล ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับชมข่าวสารของประชาชนในประเทศ ต่างนำเสนอข่าวการประท้วงฮ่องกงว่าเป็นฝีมือขององค์กรต่างๆ ที่สหรัฐจัดตั้งขึ้นมา เพื่อทำการปฏิวัติรัฐบาลจีน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเคียฟของยูเครน • (+)สหรัฐขาดดุลการค้าต่ำสุดในรอบ7เดือน พาณิชย์สหรัฐ เผยยอดขาดดุลการค้าสหรัฐเดือนส.ค.ลดลง0.5% ระบุต่ำสุดในรอบ7เดือน เหตุส่งออกขยายตัวมากกว่านำเข้า กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ รายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนส.ค. ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557 หรือในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลการค้าเดือนส.ค.จะอยู่ที่ 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับระดับ 4.03 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ค. • (+/-)กสิกรฯชี้บาทสัปดาห์เคลื่อนไหว32.35/.65 กสิกรไทยคาดเงินบาทสัปดาห์เคลื่อนไหว 32.35-32.65 บาท/ดอลลาร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดแนวโน้มสัปดาห์ (6-10 ต.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องติดตามทิศทางเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งน่าจะยังอยู่ในช่วงรับข่าวตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ขณะที่ ตลาดคงจับตาบันทึกการประชุมเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เพื่อประเมินสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดการเงินอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่ตัวเลขภาคการเงินเดือนก.ย. ของจีนเช่นกัน คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (06-10-14 | 09:21)

Mon, 10/06/2014 - 10:03
Today Strategy : Gold ราคาร่วงลงแรงมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 แนะนำ เก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้น SET50 หุ้นโลกฟื้นช่วงสั้น ขณะที่กูรูกังวลดาวโจนส์ปรับฐานใหญ่ จึงยังกดดันหุ้นไทย แนะให้ long เก็งกำไรการ rebound Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวันศุกร์มีราคาปิดลดลง 22.60 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,190.70 USDต่อออนซ์ ราคาทองร่วงลงแรงหลังจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 248,000 รายและอัตราการว่างงานลดลง 0.2% มาที่ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2008 เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มทีแข็งแกร่งขึ้นทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลง และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2015 แนวโน้มราคาทองคำในช่วงนี้ลงมาใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 – 1,185 ที่เคยลงไปทำ low ในวันที่ 28 มิ.ย. 2013และในเดือนธ.ค. 2013 หากว่าหลุดแนวรับบริเวณนี้อาจลงไปทำ low ใหม่บริเวณ 1,157 อย่างไรก็ตามแนวรับบริเวณ 1,180 ถ้าไม่หลุดมีโอกาสดีดกลับได้เหมือนกับที่เคยลงไปทดสอบใกล้บริเวณนี้ในเดือนธ.ค.แล้วมีการดีดกลับ สำหรับกรอบความเคลื่อนในสัปดาห์นี้มีแนวรับบริเวณ 1,180/1,157 แนวต้านบริเวณ 1,200/1,220 แนะนำ นักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้น wait & see หรือเก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้น • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 208.64 จุด หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดีกว่าคาด แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวสดใส • USD/THB ปิดที่ 32.62 บาทต่อUSD เงินบาทอ่อนค่าลง และเงินดอลล่าร์แข็งค่าทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ดัชนีค่าเงินดอลล่ารพุ่งขึ้นแตะระดับ 86.74 ในระหว่างการซื้อขาย • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปรับลดลง เมื่อค่าเงินดอลล่ารแข็งค่าขึ้น และมีสัญญาณชี้ว่าอุปทานน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูง Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,190.70 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,189.64 – 1,215.40 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,187 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,180/1,170 แนวต้านบริเวณ 1,200/1,208 • USD/THB ปิดที่ 32.62 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.60 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.6/32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3/32.1 • ICE Brent ปิดที่ 92.31 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 93.0/94.0 และให้แนวรับบริเวณ 92.0/91.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,170 – 1,250 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,150 –1,350 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,100 – 1,450 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในรายวัน ราคาทองคำร่วงลงแรงเข้ามใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 ซึ่งเคยลงมาทำ low ในเดือนมิ.ย.2013 และธ.ค. 2013 ภาพกราฟในรายเดือนมีแนรวรับที่เส้น MA 100 บริเวณ 1,178 หากถึงบริเวณนี้มีโอกาสดีดกลับจากบริเวณนี้ RSI ในรายวันอยู่ในเขต over sold แต่ถ้าหากหลุดจะลงไปทำ low ใหม่บริเวณ 1,157 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,200/1,208 ส่วนแนวรับมีที่บริเวณ 1,180/1,170 • Strategy : แนะนำ นักลงทุนระยะยาว ทยอยสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้น wait & see หรือเก็งกำไรฝั่ง Short เมื่อดีดตัวขึ้น โดยมีจุด Stop loss บริเวณ 1,240 Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 1.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS • ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตาม • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. เคลื่อนไหวแบบ sideway up moving average และ MACD บ่งบอกว่าราคายังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้แนวต้านบริเวณ 32.6 / 32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3 / 32.1 Strategy: trading long Exclusive News เศรษฐกิจสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง ในเดือน ก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งนี้ ตัวเลขจ้างงานเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีภาคบริการ เดือน ก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน(ISM) ร่วงลงแตะ 58.6 จากระดับ 59.6 ในเดือน ส.ค. และดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจร่วงลงแตะ 62.9 ลดลงจากระดับ 65.0 ในเดือน ส.ค. ในขณะที่ดัชนีการจ้างงานเพิ่มขึ้นแตะ 58.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.2548 และสูงขึ้นจากระดับ 57.1 ในเดือน ส.ค. ทั้งนิ้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เศรษฐกิจสหรัฐ ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการในเดือน ส.ค.ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า โดยยอดการส่งออกโต 0.2% สู่ระดับ 1.985 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งยอดส่งออกสินค้าทุน สินค้าอุปโภคบริโภค และวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรม ล้วนปรับตัวดีขึ้น แต่ยอดส่งออกอาหารและยานยนต์ปรับตัวลดลง ขณะที่ยอดการนำเข้าโต 0.1% แตะ 2.386 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งยอดนำเข้าปิโตรเลียมและยานยนต์ปรับตัวลดลง แต่ยอดนำเข้าสินค้าทุนพุ่งทำสถิติสูงสุด เศรษฐกิจยุโรป ยอดค้าปลีกยูโรโซนในเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือน ก.ค. และยอดค้าปลีกของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป(EU) เพิ่มขึ้น 1.4% ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการขยายตัวของความต้องการบริโภค และเมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกในยูโรโซนเพิ่มขึ้น 1.9% และใน EU เพิ่มขึ้น 2.5% ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากยอดขายเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 1.7% และยอดขายนอกภาคธุรกิจอาหารที่เพิ่มขึ้น 1.5% เศรษฐกิจยุโรป ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนในเดือน ก.ย. ปรับตัวลงแตะ 52.0 จากระดับ 52.5 ในเดือน ส.ค. และต่ำกว่าตัวเลข 52.3 เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. บ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคเอกชนของยูโรโซนเดือน ก.ย.ชะลอตัวลงมากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้เบื้องต้น เนื่องจากฝรั่งเศสและอิตาลีที่ยังคงอ่อนแรงลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เยอรมนีเป็นเพียงประเทศเดียวที่ขยายตัวเร็วขึ้น เนื่องจากภาคบริการที่แข็งแกร่งช่วยชดเชยการชะลอตัวในกลุ่มผู้ผลิตได้ ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการ ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 52.4 จากระดับ 53.1 ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 52.8 ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิต ปรับตัวลงแตะ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน จากระดับ 50.7 ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 50.5 เศรษฐกิจเอเชีย ธนาคารจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีกำไรสุทธิชะลอลงในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีกำไรสุทธิ 6.759 แสนล้านหยวน (1.1080 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 10.67% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ชะลอลง 2.86% เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ ธนาคารจีนชั้นนำ 5 ใน 16 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกรวมกัน 5.137 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.32% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ชะลอลง 3.53% เมื่อเทียบรายปี คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (06-10-14 | 09:19)

Mon, 10/06/2014 - 09:42
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ • นักลงทุนระยะสั้น(เล่น 1-2 วัน) ให้ทยอยเปิดสถานะขายเมื่อราคารีบาวด์ทดสอบแนวต้านที่ $1,200-1,210/Oz หรือหากราคาปิดต่ำกว่า $1,178/Oz ก็ให้เปิดสถานะขายตาม • นักลงทุนระยะกลาง-ยาว หลังปิดสถานะซื้อไปแล้วให้หาจังหวะเปิดสถานะขายเมื่อราคาหลุดแนวรับที่ $1,178/Oz ภาพรวมตลาดทองคำคืนวานนี้ Gold – ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลง $24.05/Oz หรือ 1.98% มาอยู่ที่ $1,190.85/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในรอบวันอยู่ที่ $1,-1,) ทองคำปรับตัวลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในเดือนก่อนที่ระดับ 142,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นกดดันทองคำ แม้ว่าดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ร่วงลงแตะระดับ 58.6 จากระดับเดือนส.ค.ที่ 59.6 ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM จะขยายตัวในช่วง 56 - 60.2 แต่นักลงทุนเชื่อว่าตัวเลขจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้นจะส่งผลให้เฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ภายในปีหน้าที่จะถึงนี้ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าในระยะกลางและเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำเพิ่มเติม แนวโน้มตลาดวันนี้ Gold – ราคาทองคำปรับตัวลงสร้างจุดต่ำใหม่ของปีและเป็นการสร้าง Lower Low หากราคาปิดต่ำกว่า $1,178/Oz ให้ระวังแรงขายเพิ่มเติมจากผู้ที่มีสถานะอีกทั้งเส้นค่าเฉลี่ยก็เรียงตัวในลักษณะ Bearish เป็นการกดดันราคาเพิ่มเติมในระยะกลาง ในวันนี้มองกรอบราคาทองคำที่ $1165,-1,200/Oz ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประจำวันนี้ • คำสั่งซื้อโรงงานเยอรมนี เวลา 13.00 น. • ความเชื่อมั่นนักลงทุนยูโรโซน เวลา 15.30 น. ปัจจัยบวก • ดัชนีภาคบริการของสหรัฐของ ISM ร่วงแตะ 58.6 ในเดือนก.ย. ปัจจัยลบ • สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงแตะ 5.9% • ดาวโจนส์ปิดบวก 208.64 จุด ขานรับยอดจ้างงานสหรัฐ • น้ำมัน WTI ลบ 1.27 ดอลลาร์ จากคาดการณ์อุปทานสูงเกินไป • ดอลล์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร • หุ้นยุโรปปิดบวก รับยอดจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 18,590 จำนวน 50 บาท (ณ เวลา 15.00 3/10/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 18,790 บาท (ณ เวลา 15.00 3/10/57) ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำ ปัจจัยบวก ดัชนีภาคบริการของสหรัฐของ ISM ร่วงแตะ 58.6 ในเดือนก.ย. (+)ดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ร่วงลงแตะระดับ 58.6 จากระดับเดือนส.ค.ที่ 59.6 ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM จะขยายตัวในช่วง 56 - 60.2 ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 นี้ บ่งชี้ถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจ (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ปัจจัยลบ สหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงแตะ 5.9% (-)กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง หลังจากปรับตัวขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ 142,000 ตำแหน่ง (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดาวโจนส์ปิดบวก 208.64 จุด ขานรับยอดจ้างงานสหรัฐ (-)ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) ทั้งดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ต่างก็ทำสถิติปรับตัวขึ้นสูงสุดในการซื้อขายระหว่างวันในรอบ 7 เดือน หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 208.64 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 17,009.69 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 21.73 จุด หรือ 1.12% ปิดที่ 1,967.90 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 45.43 จุด หรือ 1.03% ปิดที่ 4,475.62 จุด (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) น้ำมัน WTI ลบ 1.27 ดอลลาร์ จากคาดการณ์อุปทานสูงเกินไป (-)สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) เนื่องจากตลาดคาดว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่าอุปสงค์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 1.27 ดอลลาร์ ปิดที่ 89.74 ดอลลาร์/บาร์เรล (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) ดอลล์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (-)สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) หลังสหรัฐรายงานอัตราว่างงานที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ในขณะที่ตลาดแรงงานเพิ่มตำแหน่งงานสูงเกินคาดการณ์ ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ค่าเงินยูโรปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2511 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2674 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ลดลงแตะ 1.5967 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6145 ดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) หุ้นยุโรปปิดบวก รับยอดจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง (-)ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ต.ค.) หลังจากมีแรงเทขายสูงสุดในรอบ 15 เดือนก่อนหน้านี้ หลังจากรายงานของสหรัฐบ่งชี้ถึงการจ้างงานที่สูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้อัตราว่างงานของประเทศ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1% ปิดที่ 335.19 จุด หลังจากที่ร่วงลง 2.4% เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกที่ว่า โครงการซื้อทรัพย์สินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจยุโรปให้กลับมาขยายตัว (อ้างอิงจาก อินโฟเควสท์) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (06-10-14 | 09:01)

Mon, 10/06/2014 - 09:35
- ทองร่วงหลุด 1,200 ดอลลาร์ - คนว่างงานสหรัฐต่ำสุดรอบ 6 ปี - บาทอ่อนค่าลดแรงกดดันราคาทองในประเทศ  มีแรงขายทองคำกลับออกมามากในการซื้อขายวันศุกร์หลังจากมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในตลาดแรงงานของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด กดดันให้ราคาทองปรับตัวลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวรับบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแนวรับที่ใช้เป็นจุดดีดตัวกลับในการซื้อขายช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเกิดเป็นสัญญาณขายในทางเทคนิคกดดันให้ราคาทองยังมีแนวโน้มอ่อนตัว  รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนกันยายนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.48 แสนตำแหน่ง มากกว่าผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 2.13 แสนราย หลังจากปรับตัวขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานเบื้องต้นที่ 142,000 ตำแหน่ง ในขณะที่อัตราการว่างงานเดือนกันยายนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 5.9% เทียบกับผลสำรวจที่ประเมินว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 6.1% โดยอัตราการว่างงานเดือนกันยายนเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี  ภาพเทคนิคของราคาทองหลังจากไม่สามารถทรงตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ได้ เกิดเป็นสัญญาณขายกดดันให้ราคาทองคำยังมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยคาดว่าราคาทองจะปรับตัวลงไปยังแนวรับบริเวณ 1,180 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่ทำไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของปีก่อน และด้วยราคาทองที่ปรับตัวลงมามาก จึงคาดว่าน่าจะเริ่มมีการดีดตัวกลับในทางเทคนิคในช่วงที่ราคาทองอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณนี้ โดยมีแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 1,200 ดอลลาร์  ราคาโลหะเงินอ่อนตัวลงมาปิดที่แนวรับบริเวณ 16.80 ดอลลาร์ หลังจากมีการดีดตัวเกิดขึ้นในระหว่างวัน การเคลื่อนไหวของราคาโลหะเงินในกรณีที่ไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 16.80 ดอลลาร์ คาดว่าจะมีแรงขายกลับออกมามากกดดันให้ราคาปรับตัวลงไปยังแนวรับบริเวณ 16.50 ดอลลาร์ ต่อไป โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนต.ค.57 Close chg. Support Resistance 18,590 -170 18,500/18,350 18,750/19,800 ราคาทองอ่อนตัวลงต่ำกว่าจุดปิดสถานะซื้อตัดขาดทุนบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มอ่อนตัว หากราคาทองยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,200-1,205 ดอลลาร์ สามารถเลือกเปิดสถานะขายเก็งกำไรโดยมีแนวรับของวันอยู่ที่บริเวณ 1,180 ดอลลาร์ ตลาดโลหะ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐดิ่งลง 22.60 ดอลลาร์ หรือ 1.86 % สู่ 1,190.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ โดยร่วงผ่านระดับ 1,200 ดอลลาร์ลงไปเป็นครั้งแรกในปีนี้ ในขณะที่ดอลลาร์พุ่งขึ้น หลังจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2015 ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดดิ่งลง 1.83 % สู่ 1,192.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,190.30-1,215.70 ดอลลาร์ ราคาทองดิ่งลงมาแล้ว 11 % จากจุดสูงสุดของเดือนก.ค.ที่ 1,345ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับว่าราคาทองได้เข้าสู่ช่วงของการปรับฐานแล้ว เนื่องจากการปรับฐานคือการที่ราคาดิ่งลง10 % จากจุดสูงสุดในระยะนี้ นอกจากนี้ ราคาทองยังอยู่ใกล้กับจุดต่ำสุดรอบ 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 1,180 ดอลลาร์ด้วย ราคาพลาตินั่มดิ่งลง 3 % พร้อมกับราคาโลหะมีค่าประเภทอื่นๆและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 4 ปีที่ 86.746 ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.12 % หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรในสหรัฐเพิ่มขึ้น 248,000 รายในเดือนก.ย. และอัตราการว่างงานดิ่งลง 0.2 % สู่ 5.9 % ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2008 นักลงทุนกล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้ทองลดความน่าดึงดูดลงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงแม้เศรษฐกิจเอเชียและยุโรปเติบโตอย่างไม่ราบรื่น ราคาพลาตินั่มในตลาดสปอตดิ่งลงเกือบ 3 % สู่ 1,216.40 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2009 คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (06-10-14 | 08:45)

Mon, 10/06/2014 - 09:28
สรุปเศรษฐกิจประจำวันที่ 06ตุลาคม พ.ศ. 2557 ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ • รัฐสภาตุรกีได้ลงคะแนนเสียงอนุมัติให้ใช้กองกำลังทหารกับกลุ่มรัฐอิสลามในประเทศซีเรียและอิรัก ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้ตุรกีร่วมมือกับกองกำลังร่วมภายใต้การนำของสหรัฐ ภายหลังจากที่กลุ่ม ISIS ได้ยึดพื้นที่ในเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ทางตอนใต้ของชายแดนจุรกี(+ทองคำ) • กระทรวงการจ้างงานและสวัสดิการสังคมของสเปนรายงานว่า จำนวนผู้ว่างงานในสเปนเพิ่มขึ้น 19,720 คนในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น 0.45% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทำให้ผู้ว่างงานในประเทศมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4,447,650 คน(-ทองคำ) • ผลสำรวจของมาร์กิตแสดงให้เห็นว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนในเดือนก.ย. ปรับตัวลงแตะ 52.0 จาก 52.5 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นเดือนก.ย.ที่ 52.3(-ทองคำ) • สหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) และสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนก.ย. อยู่ที่ 54 ลดลง 0.4 จุด จากเดือนส.ค.(-ทองคำ) • กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี(-ทองคำ) • กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐรายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนส.ค. ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557 หรือในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า(-ทองคำ) • ดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ร่วงลงแตะระดับ 58.6 จากระดับเดือนส.ค.ที่ 59.6 ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM จะขยายตัวในช่วง 56 - 60.2(+ทองคำ) • นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวเตือนว่าเศรษฐกิจโลกอ่อนแอกว่าที่ได้ประเมินไว้ในช่วงต้นปีนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการลงทุน 6 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกในช่วง 15 ปีข้างหน้า(+ทองคำ) • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 208.64 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 17,009.69 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 21.73 จุด หรือ 1.12% ปิดที่ 1,967.90 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 45.43 จุด หรือ 1.03% ปิดที่ 4,475.62 จุด(-ทองคำ) • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 1.11 ดอลลาร์ ปิดที่ 92.31 ดอลลาร์/บาร์เรล(-ทองคำ) ข่าวเศรษฐกิจในประเทศ • บอร์ดบีโอไออนุมัติ18โครงการใหญ่ เม็ดเงินลงทุนเฉียด9หมื่นล้าน(+SET/เงินบาทแข็งค่า) Highlight สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุน SPDR ได้ลดการถือรวมทั้งสัปดาห์ที่ -4.78 ตัน และถือรวมที่ 767.47ตัน Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -ราคาทองคำที่น่าเสี่ยงซื้อที่โซน 1183-1186$/ozลุ้นรีบาวด์ที่ 1193/1198$/oz จุดตัดขาดทุน 1179$/oz Market Summary ภาพรวมราคาทองคำในช่วงต้นสัปดาห์แนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนตามปัจจัยบวกกับลบที่ค้านกันอยู่ระหว่างปัจจัยบวกต่อทองคำ คือ กองทัพยูเครนเผยทหารของยูเครนเสียชีวิต 9 รายในเหตุปะทะกับกลุ่มกบฎที่ฝักใฝ่รัสเซีย แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงสงบศึกกันแล้วก็ตาม โดยการปะทะที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้เกิดขึ้นวันที่ 30/09/14 โดยหนึ่งในการปะทะเกิดขึ้นใกล้กับสนามบินของเมืองโดเนทสค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบ ขณะที่ปัจจัยลบต่อทองคำ คือ กระแสคาดการณ์ที่ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ บวกกับการที่กระแสคาดการณ์ ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ราคาทองคำปรับขึ้นที่ 1219 $/oz เนื่องจากมีรายงานว่ารัฐบาลเยอรมนีกล่าวเรื่องที่รัสเซียเสี่ยงที่จะถูกสหภาพยุโรปคว่ำบาตรเพิ่มเติม หากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียได้รับชัยนะเพิ่มในการสู้รบกับกองกำลังของรัฐบาลยูเครนส่วนปลายสัปดาห์ราคาทองคำลดลงที่ 1189 $/oz ซึ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2553 เนื่องจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 248,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งนี้การที่นักลงทุนนำเม็ดเงินที่อยู่ในทองคำออกมาไปที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะการที่อัตราการว่างงานลดลงที่ 5.9% เป็นเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดจะเกิดเร็วขึ้น หลังจากการประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 ก.ย. เฟดที่กล่าวว่า ถ้าอัตราการการว่างงานสหรัฐฯลดลงที่ 5.2%-5.5% จะปัจจัยที่ทำให้เฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์นี้เรายังมองว่าเป็นขาลงระยะสั้นๆจากการที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น จากการที่ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯนอกจากนี้ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง คือตำแหน่งงานใหม่ที่เปิดรับสมัครเดือน ก.ย.สหรัฐดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน ก.ย.โดย IBD/TIPPนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป พูดถึงการพัฒนาของธนาคารกลางทั่วโลกดัชนีราคาสินค้านำเข้าสหรัฐฯเดือน ก.ย.สหรัฐ Market Focus 13.00 น. ยุโรป ยอดคำสั่งซื้อโรงงานเยอรมนีเดือน ก.ย. 15.10 น. ยุโรป ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคค้าปลีกเดือน ก.ย. 15.30 น. ยุโรป ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนยุโรปเดือน ก.ย. คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 06 Oct 2014

Sat, 10/04/2014 - 11:40
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1180.61   1213.39   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงหลุดแนวรับสำคัญ 1200 ปิดตลาดที่ระดับ 1193 โดยการปิดต่ำกว่าระดับ 1200 ทำให้ราคาทองคำมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 1182.57 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเมื่อ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา และเป็นระดับต่ำสุดเมื่อเดือน มิ.ย. 2013 ที่ระดับ 1180.57 โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ไฮไลท์อยู่ที่การปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าแม้ว่าจะเกิดสัญญาณ bearish shooting star ในกราฟแท่งเทียน เมื่อพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์แล้วพบว่าดัชนีแนวโน้มและดัชนีโมเมนตัมยังคงเป็นทิศทางขาลงต่อเนื่อง    …  Forex Pros   …   …   …   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (03-10-14 | 19:45) รอบค่ำ

Sat, 10/04/2014 - 11:23
ข่าวสารสำคัญประกอบการลงทุน สรุป นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โครงการซื้อพันธบัตรรอบที่ 3 ของเฟดส่งผลดีเกินคาดต่อตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งทำให้มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่เฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในแดนลบ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อาจจะแข็งค่าขึ้นอีก เมื่อกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานประจำเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางวายแอลจีแนะนำว่าหากราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำทดสอบโซนดังกล่าวยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งขายบางส่วนในลักษณะทยอยขายออกมา โดยในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวอีกครั้ง ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยทางเทคนิค แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังสามารถไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้งโดยราคายังคงแกว่งตัวในทิศทางที่อ่อนตัวลง กลยุทธ์ Gold Futures: Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,190-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำรจากการแกว่งตัวในทิศทางทางขาลง โดยรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,215-1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความผันผวนของราคา ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์แนะขึ้นดบ.เร็วขึ้น ขณะ QE3 ส่งผลดีเกินคาดต่อตลาดแรงงาน นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า โครงการซื้อพันธบัตรรอบที่ 3 ของเฟดส่งผลดีเกินคาดต่อตลาดแรงงาน ของสหรัฐ ซึ่งทำให้มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่เฟดจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น นายบูลลาร์ดระบุว่า เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตสูงเกินตัวเลขคาดการณ์ที่เฟดได้ ระบุไว้ในเดือนก.ย.2012 นายบูลลาร์ดระบุ เขากล่าวว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ มาตลอดทั้งปีนี้ ได้ล่าช้ากว่าที่นโยบายการเงินมาตรฐานได้บ่งชี้ไว้ นายบูลลาร์ดไม่ได้เป็นกรรมการที่มีสิทธิลงมติในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของเฟด (FOMC) และเขากล่าวด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% ของ FOMC เขายังกล่าวว่า FOMC จะต้องเปลี่ยนแปลงถ้อยคำในการชี้แนะอัตราดอกเบี้ยในการประชุม ครั้งต่อไป นับตั้งแต่เดือนมี.ค. FOMC ระบุว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ "ต่อไปอีกระยะหนึ่ง" หลังจากโครงการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลง โดยโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือนนี้ • (-)สถาบันวิจัยเผยแรงกดดันเงินเฟ้อยูโรโซนพุ่งสูงสุดรอบ 29 เดือนในส.ค. แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 29 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่า มาตรการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจป้องกันภาวะเงินฝืดได้ ทั้งนี้ ดัชนีประเมินภาวะเงินเฟ้อในอนาคตของยูโรโซน (EZFIG) ของสถาบัน วิจัยวัฏจักรเศรษฐกิจ (ECRI) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 97.7 ในเดือนส.ค. จาก 97.5 ในเดือนก.ค. ตัวเลขคาดการณ์ขั้นต้นพบว่า อัตราเงินเฟ้อลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่ 0.3% ในเดือนก.ย. ซึ่งต่ำกว่าอย่างมากจากเป้าหมายของอีซีบีที่ต่ำกว่าระดับ 2% เล็กน้อย และต่ำกว่าระดับ 1% ที่อีซีบีเตือนว่าเป็น "เขตอันตราย" เมื่อวานนี้ นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี กล่าวว่า อีซีบีจะเข้าซื้อสินเชื่อ และหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ตั้งแต่กลางเดือนหน้าเป็นต้นไป • (-)ผลสำรวจดัชนี PMI ชี้ภาคธุรกิจยูโรโซนร่วงต่ำสุดในปีนี้ในเดือนก.ย. ผลสำรวจพบว่า ภาคธุรกิจในยูโรโซนขยายตัวในอัตราต่ำสุดในปีนี้ในเดือนก.ย. ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลงในภูมิภาค ซึ่งยอดสั่งซื้อใหม่อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ทั้งนี้ ดัชนีคอมโพสิตผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) แบบรวมของมาร์กิต ซึ่งอ้างอิง ตามผลสำรวจความเห็นบริษัทหลายพันแห่งทั่วสหภาพยุโรป และถือเป็นดัชนีวัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 52.0 ลดลงมากจากระดับ 52.5 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าข้อมูลขั้นต้นที่ 52.3 แต่ก็ยังคงสูงกว่า ระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัว และการหดตัวเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน บริษัทต่างๆได้ลดราคาลงในอัตราที่เร็วขึ้นในเดือนที่แล้ว ซึ่งตอกย้ำความยากลำบากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะเผชิญในการหนุนให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น หลังจาก อยู่ในระดับต่ำมานาน โดยเฉพาะภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวสำหรับสินค้าและบริการ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะงักงัน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 0.3% เท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจของยูโรโซนประสบภาวะหยุดชะงักในไตรมาส 2 • (+)บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายอ่อนค่าสุดกว่า 3 เดือน เหนือ 32.50,หลายกลุ่มเข้าซื้อดอลล์ บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบกว่า 3 เดือนที่ 32.525โดยถูกกดดันจากการเข้าซื้อดอลลาร์ ของทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการหลังมองว่า ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐจะออกมาดี และสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เผยว่าในช่วง 2 สัปดาห์นี้ เงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว 0.6% โดยปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศไม่ได้มีผลมากนัก แต่เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับภูมิภาค 17.13 น. บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 32.51/54 จาก 32.44/47 ช่วงเช้า ขณะที่ใน offshore อยู่ที่ 32.51/53 จาก 32.415/485 ช่วงเช้า " ดีลเลอร์ กล่าวว่า เงินบาทในวันนี้แกว่งตัวในทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากขาดปัจจัยบวกเข้ามาในช่วงนี้ ทำให้ตลาดมุ่งความสนใจไปที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งแม้เป็นที่คาดการณ์ของตลาดอยู่แล้ว แต่ในภาวะที่ตลาดขาดปัจจัยใหม่ ก็ทำให้เรื่องดังกล่าวยังเป็นตัวชี้นำ และกดดันเงินบาทต่อไป คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (03-10-14 | 17:02) รอบค่ำ

Fri, 10/03/2014 - 17:19
Strategic Review ราคาทองคำมีการย่อตัวลงมาใกล้ทดสอบแนวรับสำคัญที่ US$1,200 อีกครั้ง แต่ยังมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากที่ MACD มีการตัดเส้น Signal ขึ้นโดยหากยังไม่หลุดแนวรับดังกล่าว ราคามีโอกาส Rebound ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ US$1,222 บริเวณ Retracement 23.6% และแนวต้านถัดไปที่ US$1,240 บริเวณ Retracement 38.2% แต่หากหลุด US$1,200 จะมีแนวรับที่ US$1,180 กลยุทธ์ จุดตัดสินใจ US$1,200 หากไม่หลุด เปิด Long หรือเปิด Short หากหลุดแนวรับดังกล่าว News Update ราคาทองคำมีการย่อตัวลงในช่วงบ่าย กลับมาเคลื่อนไหวใกล้บริเวณ US$1,205 ต่อออนซ์(Gold Spot) หลังจากที่ดัชนี PMI ภาคบริการของยุโรปที่ประกาศในช่วงบ่ายออกมาต่ำกว่าที่คาดเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโรแข็งค่าขึ้นมา กดดันราคาทองคำ และในคืนนี้ยังมีประเด็นสำคัญให้ต้องติดตามกันต่ออย่างตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ในอนาคต โดยหากออกมาดีกว่าที่คาด อาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด เป็นผลลบต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าในประเด็นการตรวจพบผู้ติดเชื้ออีโบล่าในสหรัฐฯ ด้านค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ อ่นอค่าลงอย่างต่อเนื่อง หนุนราคาทองคำในประเทศ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (03-10-14 | 17:01) รอบค่ำ

Fri, 10/03/2014 - 17:17
Night Trade Report ค่ำนี้ติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐ ตลาดคาดว่าออกมาดี คาดราคาทองคำคืนนี้ผันผวนในกรอบ 1,190-1,225 ดอลลาร์/ออนซ์ • ราคาทองคำในช่วงการซื้อ-ขายกลางวันของวันศุกร์นี้เริ่มปรับตัวลงในช่วงบ่ายเข้าใกล้ระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเคลื่อนไหวกรอบระหว่าง 1,206 – 1,215 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเมื่อเย็นวานนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.05% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ประธาน ECB กล่าวว่า ECB จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมถ้าหากมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี มาตรการเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสินทรัพย์ (ABS) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพียงไม่กี่อย่างที่ ECB ยังคงเหลืออยู่ ก่อนที่ ECB อาจจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอนาคต ECB จะเริ่มซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ (covered bonds) ในช่วงกลางเดือนนี้ และจะซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ( ABS- Asset-backed securities) ก่อนสิ้นปีนี้ แนวโน้มนโยบายการเงินของ ECB ที่ผ่อนคลายลงมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของยูโรโซน ยังเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่อค่าเงินยูโรและราคาทองคำให้เคลื่อนไหวในทิศทางขาลง (bearish) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจะผลักดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (bullish) ได้ต่อไป • ค่ำนี้สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสำคัญภาคแรงงานของสหรัฐ ซึ่งน่าติดตามว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.จะออกมาเพิ่มขึ้นสูงถึง 216,000 ตำแหน่ง ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ จากที่ตัวเลขการจ้างงานเดือนส.ค.ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 142,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานเดือนก.ย. ตลาดประเมินว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 6.1% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน นอกจากนี้แล้วยังมีดัชนี ISM ภาคบริการเดือนก.ย.ของสหรัฐ ซึ่งจากผลสำรวจประเมินว่าจะออกมาลดลงกว่าเดือนก่อน ซึ่งตัวเลขที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จะกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงได้ต่อไป หรืออาจฟื้นตัวปรับตัวขึ้นได้ในกรอบที่จำกัดเท่านั้น • คาดว่าราคาทองคำคืนนี้จะผันผวนในกรอบระหว่าง 1,190 – 1,225 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนำเข้าซื้อที่แนวรับสำคัญบริเวณ 1,180-1,190 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุน (cut loss) ที่ 1,175 ดอลลาร์/ออนซ์ กรณีที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาที่แนวต้านแรกที่ระดับ 1,225-1,235 ดอลลาร์/ออนซ์ ยังแนะนำให้ขายทำกำไรหรือเปิดสถานะขายเก็งกำไร โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุน (cut loss) ที่ 1,240 ดอลลาร์/ออนซ์ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

GBX : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย โกลเบล็กฯ (03-10-14 | 16:53)รอบค่ำ

Fri, 10/03/2014 - 16:57
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Spot Gold) วิเคราะห์ทางเทคนิค-ตามวิธีเส้นค่าเฉลี่ย ราคาทองคำปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วันที่ $1,212.19/Oz และ $1,216.34/Oz ตามลำดับโดยราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลงเนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน กลยุทธ์ ให้เล่นในกรอบ $1,202-1,233/Oz โดยเน้นที่สถานะขายหรือหากราคาหลุดแนวรับให้เปิดสถานะขาย สรุปราคาทองคำระหว่างวัน ราคาทองคำในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศปรับตัวลงประมาณ $7.45/Oz หรือ 0.62% มาอยู่ที่ $1,207.45/Oz (จุดต่ำสุด-สูงสุดในระหว่างชั่วโมงการซื้อขายในประเทศอยู่ที่ $1,206.15-1,215.20/Oz) ราคาทองคำถูกกดดันในช่วงเช้าหลังสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนก.ย. อยู่ที่ 54 ลดลง 0.4 จุด จากเดือนส.ค. และถูกกดดันเพิ่มเติมในช่วงบ่ายตามเงินยูโรที่อ่อนค่าลงหลังยูโรโซนเผยดัชนีภาคบริการประจำเดือน ก.ย. ออกมาที่ 52.4 ซึ่งลดลง 0.4 จุดและเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนตอกย้ำถึงสภาพเศรษฐกิจยูโรโซนที่ชะลอตัวและต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากธนาคารกลาง สำหรับแนวโน้มราคาทองคำคืนนี้ ราคาทองคำเริ่มสร้างฐานได้โดยยังคงเป็นการสร้างฐานในกรอบ $1,202-1,233/Oz ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์การซื้อที่แนวรับและขายออกที่แนวต้านจนกว่าจะสามารถทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่งได้ Arbitrage ทองคำแท่ง-Gold futures ทองคำแท่ง-ซื้อ(Long)ทองคำแท่งที่ราคา 18,590 จำนวน 50 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 3/10/57) Gold Futures-ขาย(Short) GFZ14 1 สัญญาที่ราคา 18,790 บาท (อ้างอิง ณ เวลา 15.00 3/10/57) อัตราผลตอบแทน 0.62% ต่อปี (อัตราผลตอบแทนนี้คำนวณจากทองคำแท่ง Globlex) คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.globlex.co.th www.gold.in.th

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (03-10-14 | 10:56)

Fri, 10/03/2014 - 16:55
คำแนะนำ เสี่ยงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นในโซน $1,204(ตัดขาดทุนหากหลุด) ขณะที่การเปิดสถานะขายรอบริเวณ $1,220-$1,227 ทั้งนี้อาจต้องติดตามตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ และค่าเงินบาทประกอบการลงทุน ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,204-1,223 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลง 7 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสภาวะแวดล้อมในตลาดทองคำยังดูไม่สดใสนัก เนื่องจากยังคงถูกกดดันจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ วานนี้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานออกมาลดลงช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งวันนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม โดยมีการประเมินว่าตัวเลขจะออกมาดีกว่าครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงเดือนก่อนได้ปรับตัวลดลงไปค่อนข้างมาก นอกจากนี้กองทุน SPDR ยังเดินหน้าลดการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่องทั้งสัปดาห์นี้ถึง 4.78 ตัน ขณะที่ค่าเงินบาทนั้นค่อนข้างอ่อนค่าจะแนวโน้มการแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์ได้ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศได้บ้าง ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำแม้จะมีการดีดตัวขึ้นแต่ยังไม่สามารถยืน 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากวันนี้ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าบริเวณดังกล่าว มีโอกาสที่จะเกิดแรงขายลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมได้ เบื้องต้นประเมินแนวรับระยะสั้นที่ 1,208 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลยุทธการลงทุน รอจังหวะเปิดสถานะขายในบริเวณ 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาอ่อนตัวลงก่อน รอเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,204 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ข่าวสารประกอบการลงทุน • (+)ดรากิเผยอีซีบีเตรียมซื้อตราสารหนี้กลางเดือนต.ค. มุ่งหนุนศก.ยูโรโซนฟื้นตัว นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมในวันนี้ว่า อีซีบีจะเริ่มซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ (COVERED BONDS) จากธนาคารพาณิชย์ในช่วงกลางเดือนต.ค. และจะซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ( ABS- AASSET-BACKED AECURITIES) ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซน ทั้งนี้ นายดรากิคาดว่า โครงการซื้อสินทรัพย์ซึ่งจะใช้เวลาในการดำเนินการอย่างน้อย 2 ปีนั้น จะช่วยกระตุ้นสินเชื่อและสนับสนุนการปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจยูโรโซน พร้อมกับกล่าวว่า มาตรการต่างๆที่อีซีบีนำมาใช้นั้น จะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อเคลื่อนไหวใกล้ระดับเป้าหมายของอีซีบี • (-)สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง 8,000 ราย สะท้อนศก.กำลังฟื้นตัว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 27 ก.ย. ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 287,000 ราย สวนทางกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ซึ่งคาดการณ์ว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นแตะ 297,000 รายส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ลดลง 4,250 ราย สู่ระดับ 294,750 ราย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ปรับตัวลงเป็นการสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในระยะฟื้นตัว ซึ่งทำให้นายจ้างปลดพนักงานน้อยลงยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลง ยังสอดคล้องการเปิดเผยของออโตเมติค ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เมื่อวานนี้ โดย ADP รายงานว่า ภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานเพิ่ม 213,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. เนื่องจากการจ้างงานที่แข็งแกร่งในภาคการผลิต • (+)สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค.หดตัวลง 10.1% มากกว่าการคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค.หดตัวลง 10.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 9.3% หากไม่นับรวมยอดสั่งซื้อในอุตสาหกรรมการขนส่ง ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค.ปรับตัวลง 0.1% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง โดยก่อนหน้านี้มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงแตะ 57.5 ในเดือนก.ย. จากระดับ 57.9 ในเดือนส.ค. ขณะที่ทางการสหรัฐเปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.8% จากปีก่อน แตะที่ 9.6096 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 0.5% • (+/-)ธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.05% สอดคล้องคาดการณ์ ธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.05% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่นักลงทุนรอดูการแถลงข่าวของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรปว่า จะเปิดเผยรายละเอียดของแผนการซื้อสินทรัพย์ประเภทใดบ่าง รวมทั้งในวงเงินเท่าใด และระยะเวลาในการซื้อสินทรัพย์นั้น จะยาวนานเพียงใด นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรปยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ระดับติดลบ 0.2% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ระดับติดลบ 0.3% คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

GTWM : สรุปภาวะ Precious Metals Futures (03-10-14 | 10:30)

Fri, 10/03/2014 - 10:39
สรุปภาวะ Gold Futures By GT Wealth Management 3 ต.ค. 57 (ภาคเช้า) ราคาทองคำทรงตัวการรายงานตัวเลขการจ้างงานกดดันก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญ โดยราคาทองคำปรับตัวลดลง US$0.09 ต่อออนมาปิดที่ระดับ US$1,213.30 ต่อออนซ์(Gold Spot) ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากการอ่อนตัวของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง ECB ไม่ได้สร้างความแปลกใจใหม่ให้ตลาดประกอบกับความเสี่ยงจากเชื้ออีโบลาและการประท้วงในฮ่องกง แต่การรายงานผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ลดลง 8,000 กดดันราคาทองคำเพราะทำให้การคาดการณ์การรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญวันนี้อาจจะออกมาดี ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.43 บาทต่อดอลลลาร์ ทรงตัวเทียบวันก่อน ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง 1.19 ตันสู่ระดับ 767.47 ตัน ราคาทองคำโลกเช้านี้ (Gold Spot) เคลื่อนไหวบริเวณ US$1,215 โกลด์ฟิวเจอร์สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนตุลาคม 2557 (GFV14) ราคาเปิดใกล้ระดับ 18,740 บาท ส่วนราคาทองคำที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ราคาเสนอซื้อ 18,600 บาท ราคาเสนอขาย 18,700 บาท แนวโน้มทองคำ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัดและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำทรงตัวเมื่อวานเนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและลบที่เข้ามากระทบราคาทองคำ โดยปัจจัยบวกยังเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงและการลุกลามของเชื้ออีโบลา ด้านปัจจัยลบยังเป็นการจับตาที่ตัวเลขการจ้างงานสำคัญของสหรัฐฯ ในระยะสั้นแนวต้าน US$1,222 และแนวรับ US$1,200 โดยถ้าผ่านขึ้นเหนือ US$1,222 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

GTWM : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย จีทีเวลธ์ฯ (03-10-14 | 10:09)

Fri, 10/03/2014 - 10:16
จุดตัดสินใจ US$1,222 Strategy Today ราคาทองคำยังมีแรงหนุนจากความเสี่ยงจากเชื้ออีโบลาและการประท้วงในฮ่องกง แต่การรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ กดดัน ขณที่ปัจจัยทางเทคนิคส่งสัญญาณ Rebound หลังไม่หลุดแนวรับสำคัญ แนวรับสำคัญ US$1,200 ระดับเป้าหมาย Rebound US$1,222-1,240 สรุปกลยุทธ์ :ถ้าผ่าน US$1,222 Long ตาม ไม่ผ่านรอย่อตัว Fundamental Summary ราคาทองคำทรงตัวการรายงานตัวเลขการจ้างงานกดดันก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญ โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงUS$0.09ต่อออนมาปิดที่ระดับUS$1,213.30ต่อออนซ์(Gold Spot) ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากการอ่อนตัวของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง ECB ไม่ได้สร้างความแปลกใจใหม่ให้ตลาดประกอบกับความเสี่ยงจากเชื้ออีโบลาและการประท้วงในฮ่องกง แต่การรายงานผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ลดลง 8,000 กดดันราคาทองคำเพราะทำให้การคาดการณ์การรายงานตัวเลขการจ้างงานสำคัญวันนี้อาจจะออกมาดี ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.43 บาทต่อดอลลลาร์ ทรงตัวเทียบวันก่อน ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง 1.19ตันสู่ระดับ 767.47ตัน Technical Summary ราคาทองคำย่อตัวไม่หลุดต่ำกว่า US$1,200 เมื่อวานทำให้เริ่มมีการฟื้นตัว ขณะที่เครื่องมือ RSI เริ่มส่งสัญญาณ Bullish divergence ทำให้เกิดสัญญาณคล้องกันแนวการฟื้นตัวอยู่ในกรอบ US$1,222-40 เป็นระดับแรกเนื่องจากเป็นระดับ Retracement 23.6% และ 38.2% ตามลำดับด้านแนวรับกรอบเดิม US$1,200-1,205 โดยแนวโน้มหลักยังอยู่ในกรอบขาลง คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.gtwm.co.th www.gold.in.th

MTS : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย เอ็มทีเอส โกลด์ฯ (03-10-14 | 09:58)

Fri, 10/03/2014 - 10:10
สรุปราคาซื้อขายทองคำ และ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 9.00 น. ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,217 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,213 เหรียญ/ออนซ์ (22.30 น.) ค่าเงินบาทปิด 32.47 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 18,600 บาท กับ 18,700 บาท และกลับมาปิดที่ 18,600 บาท กับ 18,700 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 562 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 4,915 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท ลดลง 0.58% แบบ10 บาท ลดลง 5.47% GFV14 ปิด 18,770 บาท และ GFZ14 ปิด 18,850 บาท GF10V14 ปิดที่ 18,760 บาท GF10Z14 ปิดที่ 18,830 บาท สัญญา Comex ลดลง 40 เซนต์ ปิดที่ระดับ 1,215.1 ดอลลาร์/ออนซ์ NYMEX เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ ปิดตลาดที่ระดับ 91.01 ดอลลาร์/บาร์เรล SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 767.47 ตัน (ขายออก 1.19ตัน) ข่าวที่สำคัญ -ทองคำได้รับแรงกดดันหลังจากที่อีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำและประกาศแผนการเข้าซื้อสินทรัพย์เมื่อวานนี้ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานสหรัฐฯที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ -SPDR ลดการถือครองทองคำติดต่อกัน 3 วันทำการ โดยเมื่อวานนี้ลดการถือครองลง 1.19 ตัน ปัจจุบันเหลือการถือครองที่ระดับ 767.47 ตัน นับเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2008 -นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯในวันนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 73,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 215,000 ตำแหน่ง ซึ่งหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งจะส่งผลต่อการพิจารณานโยบายการเงินของเฟด -แม้จะเป็นช่วงวันหยุดยาวของจีน แต่ปริมาณการเข้าซื้อทองคำของจีนก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยหนุนให้ทองคำกลับมาฟื้นตัวได้ -ร้านค้าทองคำปลีกในซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า การซื้อทองมาขายในช่วงการประกอบพิธีแสวงบุญฮัจญ์ประจำปีที่นครเมกกะ อาจจะไม่สามารถทำได้เนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ดีตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิทำให้มีร้านขายทองปิดไปหลายร้านในปีนี้ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สู่ระดับ 1.2674 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับ 1.2609 ยูโร/ดอลลาร์ หลังอีซีบีเปิดเผยโครงการซื้อสินทรัพย์วานนี้ -จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 287,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าภาคแรงงานสหรัฐฯยังคงอยู่ในระยะฟื้นตัว ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงานประจำเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯปรับตัวลดลงสู่ระดับ -10.1% จากเดิมที่ระดับ 10.5% แสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง -อีซีบี มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับต่ำ 0.05% ต่อไป และยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ระดับ -0.2% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังคงยู่ที่ระดับ -0.3% -นายมาริโอ ดรากี้ ระบุว่า อีซีบีจะเริ่มซื้อตราสารหนี้ค้ำประกันสินเชื่อคุณภาพ (Cover Bonds) จากธนาคารกลางพาณิชย์ประมาณกลางเดือนนี้ รวมถึงเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS) ในช่วงไตรมาสที่ 4/2014 โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการ 2 ปี เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซน -นอกจากนี้ อีซีบียังมีเป้าหมายจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบด้วยการขยายงบดุลของอีซีบให้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงต้นปี 2012 -อย่างไรก็ดี สภาพเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงมีข้อมูลบ่งชี้ว่า ยูโรโซนกำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืด ขณะที่ภาคการผลิตของยูโรโซนก็เผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างมาก -เมื่อวานนี้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียและธนาคารกลางรัสเซีย ปฏิเสธข่าวการใช้มาตรการต่างๆเพื่อยับยั้งเม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ หลังมีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางรัสเซียอาจใช้มาตรการควบคุมเงินลงทุน จึงส่งผลให้ค่าเงินรูเบิลร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ -กองทัพยูเครน เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนยังคงเดินหน้าโจมตี โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดสนามบินโดเนสก์ แม้ว่าจะมีข้อหยุดยิงเกิดขึ้นตั้งแต่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาก็ตาม -เมื่อวานนี้ กลุ่มก่อการร้าย IS บุกยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของอิรักได้สำเร็จ หลังปะทะกับกองทัพอิรักและกลุ่มพันธมิตรชาวสุหนี่ ขณะเดียวกัน กลุ่มกบฎ ISIL ได้กวาดต้อนผู้หญิงและเด็กชาวยาซิดิส (Yazidis) ทางตอนเหนือของอิรักจำนวน 500 คน เพื่อเอาไปเป็นรางวัลให้กับนักรบของตัวเองในซีเรียเเละนำไปขายตัวเพื่อเเลกกับเงิน -รัฐสภาของตุรกีอนุมัติให้รัฐบาลปฏิบัติการทางการทหารเพื่อต่อต้านกลุ่ม IS ที่กำลังบุกรุกเข้าสู่พื้นที่บริเวณพรมแดนซีเรีย -ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบร่วมกับสหรัฐฯอเมริกา -ตลาดหุ้นดาวโจนส์ ปิด -0.02% โดยเป็นการปิดปรับตัวลง 4 วันทำการ ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนต่างเฝ้ารอการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯในคืนนี้ -ตลาดหุ้นยุโรปปิด -2.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) ของอีซีบี อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสนับสนุนให้เงินเฟ้อของยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับเป้าหมายของอีซีบีได้ -นักบริหารเงิน ประเมินว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.50 บาท/ดอลลาร์ และมีโอกาสแข็งค่าในระยะสั้น แต่ในช่วงปลายปีอาจอ่อนค่าแตะระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์ โดยต้องจับตาตัวเลขการส่งออก หลังเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว -นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทย คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม TIP ที่ปรับตัวลงค่อนข้างมาก เพราะได้รับแรงกดดันหลักจากหลักจากเศรษฐกิจยุโรปไม่ดี, การเมืองในฮ่องกงยังเป็นปัญหา และธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ที่จะปรับลดขนาด QE ลง หรือสิ้นสุด QE ในเดือนนี้ -สรท. กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณออกมาให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้ยอดส่งออกติดลบมากกว่าระดับที่ปรับคาดการณ์ขณะนี้ -0.25% โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 58 รัฐบาลควรเร่งรัดใช้งบประมาณให้ได้ 30% หรือ 750,000 ล้านบาท รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืน - Unemployment Claims ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 295K ตัวเลขจริงปรับตัวลดลงสู่ระดับ 287K - Factory Orders ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 10.5% ตัวเลขจริงปรับตัวลดลงสู่ระดับ -10.1% ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในคืนนี้ -Non-Farm Employment Change ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 142K คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 216K - Trade Balance ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ -40.5 Bคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสู่ระดับ-41.0 B - Unemployment Rate ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 6.1%คาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ระะดับ 6.1% - ISM Non-Manufacturing PMI ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 59.6 คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 58.5 ทิศทางราคาทองคำ ราคาทองคำมีการแกว่งตัวค่อนข้างมากเมื่อวานนี้ จากข่าวเรื่องอีซีบีอัดฉีดเม็ดเงินรวมถึงเรื่องของอิสราเอลกับกลุ่มก่อการร้าย IS รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนักในอันได้แก่ คำสั่งซื้อภาคการผลิต ทำให้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1,200-1,220 เหรียญ แต่ในที่สุดในตลาด COMEX ก็กลับมารปิดใกล้เคียงที่เดิมที่ระดับ 1,215.1 เหรียญ เมื่อวานนี้ SPDR ยังคงขายทองคำต่อเนื่องอีก 1.19 ตัน เหลือการถือครองทองคำที่ระดับ 767.47 ตัน ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯคืนนี้คาดว่าจะออกมามีการจ้างงานที่ดีขึ้นจากระดับ 142,000 ตำแหน่ง โดยคาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานสูงขึ้นสู่ระดับ 216,000 ตำแหน่ง แต่ในส่วนของภาคการผลิต ISM Non-Manufacturing คาดการณ์ว่าจะออกมาแย่ลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าโดยภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โตขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งภาคการผลิตโดยภาพรวมยังมีการเติบโตขึ้นน่าจะไม่มากนัก ราคาทองคำจึงน่าจะมีการแกว่งตัวตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำในระยะสั้นยังคงมีความผันผวน และคาดว่าวันนี้จะคงผันผวนในกรอบ 1,205-1,220 เหรียญเช่นเดิม ขณะที่แนวต้านด้านบนที่สำคัญอยู่บริเวณ 1,230 เหรียญ และแนวรับด้านล่าง 1,200 เหรียญตามลำดับ กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ ยังคงเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นตามการแกว่ง และยึดหลักการลงทุนในทิศทางขาลง - นักลงทุนที่ถือ Long Position ทยอยลดสถานะ Long Position - นักลงทุนที่ถือ Short Position ทำกำไรเป็นช่วงๆ ตามการแกว่งของตลาด กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading ยังคงให้หาจังหวะลดสถานะ Long Position และทำกำไรโดยการหาจังหวะเปิด Short Position ยึดหลักการลงทุนในทิศทางขาลง Gold Futures V14 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,670 บาท และแนวต้านที่ระดับ18,870 บาท Gold Futures Z14 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,750 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,950 บาท คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.mtsgold.co.th www.gold.in.th

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (03-10-14 | 09:15)

Fri, 10/03/2014 - 09:39
Today Strategy : Gold ราคาแกว่ง side way แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน SET50 ร่วงตามตลาดโลกจากข่าวอีโบล่า แต่ไม่กระทบเศรษฐกิจไทย จึงแนะให้ long เก็งกำไรการ rebound Key Factors • Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานมีราคาปิดลดลง 0.09 USDต่อออนซ์ปิดที่ 1,213.30 USDต่อออนซ์ ราคาทองแกว่งตัว side way โดยมีปัจจัยกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ที่ลดลง 8,000 รายมาอยู่ที่ระดับ 287,000 ราย แต่ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งทางการเมืองในฮ่องกงที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังประท้วงยืดเยื้อต่อไป ส่วนการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของ ECB ไม่ได้มีผลต่อตลาดเนื่องจากคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม โดยไม่ได้ส่งสัญญาณการซื้อพันธบัตร ABS ส่วนกองทุน SPDR ขายทองคำออก 1.19 ตัน นักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในคืนนี้ • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลดลง 3.66 จุด โดยหุ้นในกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น และนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงมาแรง • USD/THB ปิดที่ 32.43 บาทต่อUSD เงินบาทปิดทรงตัว และเงินยูโรแข็งค่าขึ้น หลังจากที่ ECB ไม่มีมาตรการ QE เพิ่มเติม ส่วนเงิน USD อ่อนค่าลง • Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปรับขึ้น โดยได้ร่วงลงมาแรงหลุด 90 USDต่อบาร์เรลลงมาทำ Low ที่ 88.18 USDแต่ดีดกลับมาปิดที่ 91.01 USDต่อบาร์เรลได้ โดยได้รับแรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิงลดลง และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดีกว่าคาด Market Movement • Gold ราคาทองคำปิดที่ 1,213.30 USDต่อออนซ์ เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,208.49 – 1,221.64 เช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,211 USDต่อออนซ์ คาดว่าจะมีแนวรับบริเวณ 1,208/1,204 แนวต้านบริเวณ 1,216/1,221 • USD/THB ปิดที่ 32.43 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.44 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.5/32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3/32.1 • ICE Brent ปิดที่ 93.42 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 94.0/95.0 และให้แนวรับบริเวณ 93.0/92.0 Recommendations ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,190 – 1,285 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,180 –1,350 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,100 – 1,450 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว Technical Commentary • ภาพกราฟทางเทคนิค ราคาทองคำในราย 120 นาที ราคาแกว่ง side way ออกทางด้านข้าง ราคาแกว่งตัวใกล้เส้น MA 9 วันแต่ยังไม่สามารถปิดเหนือบริเวณ 1,216 ได้ มีโอกาสปรับตัวลงได้อีก แต่ได้ก็ได้แรงหนุนจาก MACD ที่เป็นบวก ทำให้คาดว่าจะแกว่ง side way ต่อไป วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,216/1,221 ส่วนแนวรับมีที่บริเวณ 1,208/1,204 • Strategy : Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน Key Point Positive View( + ) • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั่วโลก • ความต้องการทองคำในตลาด Physical • อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการนำเข้าทองคำ Negative View( - ) • Fed เดินหน้าลดมาตรการ QE ลงต่อเนื่องการประชุมละ 10,000 ล้านUSDต่อเดือน ล่าสุดเหลือ 1.5 หมื่นล้านUSD • ECB พร้อมใช้มาตรการ QE ซื้อพันธบัตร ABS • ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตาม • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ USD/THB เงินบาทในกราฟราย 4 ชม. มีโอกาสเปลี่ยนจากแนวโน้มแบบ sideway เป็น sideway up โดยมีแนวรับอยู่ที่ 32.3 ให้แนวต้านบริเวณ 32.5 / 32.7 ให้แนวรับบริเวณ 32.3 / 32.1 Strategy: trading ในกรอบ Exclusive News เศรษฐกิจโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) เรียกร้องให้นานาประเทศกำกับดูแลระบบธนาคารเงา(shadow banking) มากขึ้น โดยร้องขอให้รวมไว้ในนโยบายรักษาความปลอดภัยของระบบการเงินโดยรวม ทั้งนี้ รายงาน Global Financial Stability Report ฉบับล่าสุดของ IMF เผยว่า มูลค่าการทำธุรกรรมของระบบธนาคารเงาในสหรัฐอยู่ที่ 15-25 ล้านล้านดอลลาร์ ในยูโรโซนมีมูลค่า 13.5-22.5 ล้านล้านดอลลาร์ และในญี่ปุ่นมีมูลค่า 2.5-6.0 ล้านล้านดอลลาร์ เศรษฐกิจสหรัฐ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ก.ย. ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 287,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ลดลง 4,250 ราย สู่ระดับ 294,750 ราย สะท้อนว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในระยะฟื้นตัว ทำให้นายจ้างปลดพนักงานน้อยลง เศรษฐกิจสหรัฐ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน เดือน ส.ค.หดตัวลง 10.1% เป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 และหากไม่นับรวมยอดสั่งซื้อในอุตสาหกรรมการขนส่ง ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน ปรับตัวลง 0.1% สะท้อนให้เห็นว่า ภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว เศรษฐกิจยุโรป ธนาคารกลางยุโรป(ECB) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.05% ตามคาด โดยคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ระดับ -0.2% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ระดับ -0.3% ขณะที่ประธาน ECB มาริโอ ดรากี เผยว่า ECB จะเริ่มซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ(Covered Bonds) จากธนาคารพาณิชย์ในช่วงกลางเดือน ต.ค. และจะซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน(Aasset-backed Securities) ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซน ซึ่งจะใช้เวลาในการดำเนินการรวมกันอย่างน้อย 2 ปี ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการ LTROs และจะทำให้งบดุลของ ECB พุ่งขึ้นเกือบแตะระดับ 3 ล้านล้านยูโร หรือ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับเมื่อช่วงต้นปี 2555 เศรษฐกิจยุโรป ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และธนาคารกลางรัสเซีย ปฏิเสธข่าวลือว่า รัสเซียจะใช้มาตรการยับยั้งไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอาจจะใช้มาตรการควบคุมเงินทุนด้วยการกำหนดเพดานการเคลื่อนไหวของค่าเงิน ส่งผลให้สกุลเงินรูเบิลร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ คาดว่าเงินทุนจะไหลออกจากรัสเซียราว 1 แสนล้านดอลลาร์ ในปีนี้ เทียบกับ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2556 เนื่องจากชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เศรษฐกิจเอเชีย จีนประกาศแผนกำหนดโควต้าการกู้ยืมเงินของหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น และห้ามหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นกู้ยืมเงินเพิ่มเติมจากกลไกทางการเงินทั้งหลาย โดยจะต้องอยู่ภายในโควต้าที่ทางคณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ เพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของประเทศ อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขโควต้าดังกล่าว คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.classicgoldfutures.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (03-10-14 | 09:13)

Fri, 10/03/2014 - 09:25
- ECB เริ่มซื้อตราสารหนี้กลางเดือนนี้ - SPDR ถือทองลดลง 1.19 ตัน - ค่ำนี้ติดตามรายงานจ้างงานสหรัฐ  ผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรปวานนี้ระบุถึงรายละเอียดในการซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพจากธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป และจะเริ่มซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในช่วงไตรมาส 4 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในเขตยูโรโซน โดยโครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาราว 2 ปี ซึ่งมาตรการดังกล่าวโดยรวมไม่ต่างจากที่ตลาดประเมิน และนักลงทุนบางส่วนยังไม่มั่นใจว่าจะเพียงพอสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น  รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐประจำสัปดาห์นี้ปรากฏว่ามีผู้ขอรับสวัสดิการลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 2.87 แสนราย สวนทางกับผลสำรวจที่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 2.97 แสนราย นักลงทุนต่างรอติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐซึ่งผลสำรวจประเมินว่าจะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 2.13 แสนราย จากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้นเพียง 1.42 แสนราย ในขณะที่อัตราการว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ 6.1%  ราคาทองปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากการซื้อขายวันพุธ แต่โดยรวมเป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบ และปิดตลาดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคบางชนิดเคลื่อนไหวในระดับขายมากเกินไป และมีสัญญาณการกลับตัวเกิดขึ้น ดังนั้นหากราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือแนวรับบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ได้ ยังคงมีแนวโน้มที่ราคาทองจะเริ่มมีการฟื้นตัวกลับ โดยมีแนวต้านของวันอยู่ที่บริเวณ 1,220-1,225 และ 1,240 ดอลลาร์ ตามลำดับ  ราคาโลหะเงินอ่อนตัวลงจากระดับปิดของวันพุธ แต่ยังไม่อ่อนตัวลงไปทำจุดต่ำสุดต่ำใหม่ในรอบสัปดาห์ จึงยังเป็นสัญญาณว่าราคาโลหะเงินอาจกำลังเคลื่อนไหวเพื่อสร้างฐานสำหรับการดีดตัวกลับ แนวรับของวันบริเวณ 16.80 ดอลลาร์ ยังเป็นระดับแนวรับที่ควรระวังแรงขายที่อาจมีกลับออกมาหากไม่สามารถประคองตัวยืนเหนือแนวรับบริเวณนี้ได้ โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนต.ค.57 Close chg. Support Resistance 18,760 +10 18,700/18,600 18,900/19,000 แนวรับบริเวณ 1,205-1,210 ดอลลาร์ ยังเป็นระดับแนวรับที่สามารถกลับเข้าเปิดสถานะซื้อเก็งกำไร โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,195-1,200 ดอลลาร์ ตลาดโลหะ ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 9 เซนต์ สู่ 1,213.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดีโดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่น่าพึงพอใจในสหรัฐ อย่างไรก็ดี ราคาทองยังคงได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ราคาสัญญาทองเดือนธ.ค.ปิดตลาดขยับลง 40 เซนต์ สู่ 1,215.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,209.10-1,224.00 ดอลลาร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐลดลง8,000 ราย สู่ 287,000 รายในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ก.ย. ตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่ใกล้เกินคาด และอาจจะปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งเกินคาด และปัจจัยนี้มีส่วนกดดันราคาทองให้ร่วงลง ราคาทองได้รับแรงหนุนจากการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โดยนักลงทุนกังวลว่าเหตุการณ์ไม่สงบในฮ่องกงอาจเป็นการส่งเสริมกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลจีนในประเทศจีนและอาจเป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน นายเอ็ดเวิร์ด เมียร์ นักวิเคราะห์โลหะของบริษัทINTL FCStone กล่าวว่า "เราคาดว่าราคาทองอาจจะได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อชดเชยก่อนช่วงสุดสัปดาห์"ราคาพลาตินั่มในตลาดสปอตดิ่งลง 1 % ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี หลังจากเพิ่งรูดลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 5 ปีที่ 1,256.30 ดอลลาร์ในวันพุธ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

AFC : วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-ทองคำ โดย ออสสิริสฯ (03-10-14 | 08:45)

Fri, 10/03/2014 - 09:21
สรุปเศรษฐกิจประจำวันที่ 03ตุลาคม พ.ศ. 2557 ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ • กลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (IS) รุกคืบเมืองโคบานีของซีเรีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของชาวเคิร์ดที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณชายแดนซีเรียที่ติดกับตุรกี โดยกลุ่มกองกำลังได้ขับรถถังและยิงปืนใหญ่เพื่อยึดหมู่บ้านแห่งสุดท้ายที่ตั้งอยู่ในเมืองโคบานี(+ทองคำ) • กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 27 ก.ย. ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 287,000 ราย สวนทางกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ซึ่งคาดการณ์ว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นแตะ 297,000 ราย(-ทองคำ) • นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมในวันนี้ว่า อีซีบีจะเริ่มซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ (covered bonds) จากธนาคารพาณิชย์ในช่วงกลางเดือนต.ค. และจะซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ( ABS- Aasset-backed Aecurities) ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซน ทั้งนี้ นายดรากิคาดว่า โครงการซื้อสินทรัพย์ซึ่งจะใช้เวลาในการดำเนินการอย่างน้อย 2 ปีนั้น จะช่วยกระตุ้นสินเชื่อและสนับสนุนการปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจยูโรโซน พร้อมกับกล่าวว่า มาตรการต่างๆที่อีซีบีนำมาใช้นั้น จะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อเคลื่อนไหวใกล้ระดับเป้าหมายของอีซีบี นายดรากิยังกล่าวด้วยว่า อีซีบีมีเป้าหมายที่จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ด้วยการขยายงบดุลของอีซีบีให้อยู่ในระดับเดียวกับในช่วงต้นปี 2555(+ทองคำ) • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค.หดตัวลง 10.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 9.3% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง (+ทองคำ) • ธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.05% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ทั้งนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ระดับติดลบ 0.2% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ระดับติดลบ 0.3%(-ทองคำ) • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,801.05 จุด ลดลง 3.66 จุด หรือ -0.02% ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,430.19 จุด เพิ่มขึ้น 8.10 จุด หรือ +0.18% ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 1,946.17 จุด เพิ่มขึ้น 0.01 จุด หรือ +0.00%(+ทองคำ) • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 74 เซนต์ ปิดที่ 93.42 ดอลลาร์/บาร์เรล(-ทองคำ) ข่าวเศรษฐกิจในประเทศ • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.57 อยู่ที่ 79.2 ลดลงจาก 80.1 ในเดือน ส.ค.57 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 69.2 ลดลงจาก 70.1 ในเดือนก่อนหน้าเช่นกัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 72.9 ลดลงจาก 73.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 95.5 ลดลงจาก 96.4 โดยดัชนีฯ ปรับตัวลดลงทุกรายการ และเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.57(-SET/เงินบาทแข็งค่า) Highlight ปัจจัยที่ต้องจับตามองวันนี้ คือ อัตราการการว่างงานสหรัฐฯเดือน ก.ย.ที่จะประกาศในตอน 19.30 น. Strategy Today เรามองทิศทางราคาทองคำวันนี้ -ราคาทองคำที่น่าเสี่ยงซื้อที่โซน 1208-1204$/oz เป้าหมายในการทำกำไรที่ 1218/1221$/oz จุดตัดขาดทุน 1200$/oz Market Summary เมื่อคืนในเวลา 19.00 น.ราคาทองคำปรับขึ้น 1215$/oz เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลจึงหันไปถือทองหลังมีรายงานว่ากลุ่มกองกำลัง IS หลายร้อยคนได้บุกเมืองฮีต ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงแบกแดดราว 160 กม.ไปทางตะวันตก และได้บุกยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองขณะที่เวลา 19.30 น. ราคาทองคำได้ลดลงแตะระดับ 1208$/oz จากการที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 287,000 ราย สวนทางกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ซึ่งคาดการณ์ว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นแตะ 297,000 ราย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขณะที่ราคาทองคำในเวลา 21.00 น. ได้ปรับราคาขึ้นอีกครั้งที่ 1216$/oz เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค.หดตัวลง 10.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 9.3% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในวันนี้เรามองจากปัจจัยพื้นฐานต้องจับตามองปัจจัยของทางสหรัฐฯและปัจจัยต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.เวลา 19.30 น.สหรัฐประกาศการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯเดือน ก.ย.มองว่าการGDP Q2/2557ของสหรัฐ ขยายตัว 4.6% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554จากปัจจัยที่กล่าวมาจะเป็นตัวกระตุ้นให้การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯเดือน ก.ย.ซึ่งจะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งทองร่วง 2.ต้องจับตามองว่าอัตราการการว่างงานสหรัฐฯเดือน ก.ย.ที่จะประกาศในเวลา 19.30 น.จะลดลงหรือไม่ ถ้าลดลงจะสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐส่งมากขึ้นจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามาก เนื่องจากการเริ่มลดอัตราการการว่างงานสหรัฐฯเดือน ก.ย. เป็นการเริ่มเข้าเงื่อนไขที่เฟดได้กล่าวไว้ว่า "อัตราการการว่างงานสหรัฐฯลดลงที่ 5.2%-5.5% จะปัจจัยที่ทำให้เฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น"ส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า Market Focus 08.00 น. จีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคการผลิตจีนเดือน ก.ย. 14.15 น. ยุโรป ดัชนีภาคการบริการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสเปนเดือน ก.ย. 14.45 น. ยุโรป ดัชนีภาคการบริการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้ออิตาลีเดือน ก.ย. 15.00 น. ยุโรป ดัชนีภาคการบริการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อยุโรปเดือน ก.ย. 16.00 น. ยุโรป ยอดค้าปลีกยุโรปเดือน ก.ย. 19.30 น. สหรัฐฯ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯเดือน ก.ย. 19.30 น. สหรัฐฯ ดุลการค้าสหรัฐฯเดือน ก.ย. 19.30 น. สหรัฐฯ อัตราการการว่างงานสหรัฐฯเดือน ก.ย. 21.00 น. สหรัฐฯ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคการผลิตโดย ISM เดือน ก.ย. คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ausirisgroup.com www.gold.in.th

ทิศทางราคาทองคำวันนี้ : Trends Of The Day 03 Oct 2014

Fri, 10/03/2014 - 06:57
 บริษัท    แนวรับ   แนวต้าน   ทิศทาง   แนะนำ  Scotiamocatta   1207.09   1221.20   ราคาทองคำนิวยอร์คเมื่อคืนที่ผ่านมาปิดตลาดที่ระดับ 1214.50 เกิดภาพ Doji ในกราฟแท่งเทียน แสดงถึงความไม่แน่นอนของทิศทางขาลง สัญญาณ ADX ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มยังเป็นขาลง และดัชนีโมเมนตัมก็แสดงเป็นทิศทางขาลงเช่นกัน เรากำลังติดตามการเบรกและปิดเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 9 วัน ซึ่งจะสามารถยืนยันการกลับทิศเป็นขาขึ้น   …  Forex Pros   1203,1207,1210   1217,1222,1224   Moving Averages:STRONG SELL,Technical Indicators:BUY   …  คลาสสิกโกลด์(CGF)   …   …   …   …  ฮั่วเซ่งเฮง(HGF)   …   …   …   …  ออสสิริส(AFC)   …   …   …   …  เอ็มทีเอส(MTS)   …   …   …   …  จีทีเวลธ์(GTWM)   …   …   …   …  โกลเบล็ก(GBX)  …   …   …   …  วายแอลจี(YLG)   …   …   …   … 

YLG : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (02-10-14 | 19:45) รอบค่ำ

Thu, 10/02/2014 - 22:50
ข่าวสารสำคัญประกอบการลงทุน สรุป ผลสำรวจภาคธุรกิจพบว่าภาคการผลิตของยูโรโซนชะลอตัวลงอีกในเดือนกันยานขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี จากอุปสงค์ที่ลดลงในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำภาวะเศรษฐกิจซบเซาของยูโรโซน ส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันเมื่อราคาพยายามขยับขึ้น ขณะที่นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อทองคำเพื่อเตรียมตัวรับข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย.ของสหรัฐ(ADP Employer Services) ที่อาจยืนความแข็งแกร่งของการจ้างงานภาคเอกชนซึ่งเป็นปัจจัยเชิงลบต่อราคาทองคำ ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้จะเห็นการดีดตัวของราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน โดยประเมินแนวรับที่ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเกิดการขยับขึ้นของราคาในลักษณะดีดตัวขึ้นระยะสั้น ประเมินแนวต้านที่ 1,213 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และบริเวณแนวต้าน 1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านสำคัญไป หากราคาไม่สามารถผ่านไปได้น่าจะเห็นการอ่อนตัวลงทำระดับต่ำสุดใหม่ของราคาทองคำอีกครั้ง ปัจจัยทางเทคนิค แนวโน้ม Gold Spot: คาดการณ์ว่าระยะสั้นราคามีการเคลื่อนไหวในกรอบก่อนมีปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำ หากการย่อตัวลงของราคาทองคำยังไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามา และทำให้ราคาทองคำมีโอกาสดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,213-1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลยุทธ์ Gold Futures: Long Position ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำดีดตัวกลับไปทดสอบแนวต้าน 1,213-1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำหลุดจากแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ขายเพื่อตัดขาดทุน Short Position จับตามองบริเวณแนวรับโซน 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีการย่อตัวลงมาและราคาทองคำไม่หลุดจากระดับดังกล่าว แนะนำให้ปิดสถานะทำกำไร Open New รอเปิดสถานะขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,213-1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อคืนเพื่อลงทุนระยะสั้น เมื่อราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 1,204-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง ข่าวสารประกอบการลงทุน • (-)ผลสำรวจชี้ดัชนี PMI ภาคการผลิตยูโรโซนชะลอตัวในเดือนก.ย. ผลสำรวจภาคธุรกิจพบว่า ภาคการผลิตของยูโรโซนชะลอตัวลงอีกในเดือนก.ย. ขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี จากอุปสงค์ที่ลดลงในประเทศ และต่างประเทศ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของมาร์กิตสำหรับภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของ ยูโรโซน อยู่ที่ 50.3 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว และต่ำกว่าระดับ 50.7 ในเดือนส.ค. และข้อมูล PMI ขั้นต้นที่ระดับ 50.5 แต่ดัชนียืนเหนือระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือน ที่ 15 ติดต่อกัน โรงงานต่างๆยังได้ปรับลดราคาสินค้าลงในเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ เดือนเม.ย. ขณะที่ข้อมูลขั้นต้นเมื่อวานนี้พบว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนลดลงอีกในเดือนก.ย. สู่ระดับ 0.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินรุนแรงที่สุด • (-)สหรัฐเตรียมกดดันจีนใช้ความอดกลั้นแก้ปัญหาชุมนุมประท้วงในฮ่องกง จีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐให้แสดงความอดกลั้นระหว่างที่มีการ ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในฮ่องกง โดยประเด็นดังกล่าวจะถูกหยิบยก ขึ้นมาในการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐและจีน เจ้าหน้าที่สหรัฐ กล่าวว่า นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศของสหรัฐ จะหารือในประเด็นนี้กับ นายหวัง ยี่ รมว.ต่างประเทศของจีน ในการประชุมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในวันนี้ ผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาฮ่องกงกำลังเรียกร้องการมีประชาธิปไตย อย่างสมบูรณ์ และให้นายเหลียง ชุน-หยิง ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่ง หลังจีนประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะทำการคัดเลือกผู้สมัคร ที่ต้องการเป็นผู้นำเกาะฮ่องกงในปี 2017 โดยพวกเขาขู่ที่จะยกระดับการประท้วง ในไม่กี่วันข้างหน้านี้ สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันเปิดเผยว่า เป้าหมายอย่างเป็นทางการของการเดินทางเยือน สหรัฐของนายหวัง ซึ่งรวมถึงการประชุมที่ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมนั้น ก็เพื่อเตรียมการประชุมสุดยอดระหว่างนายสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีจีน กับปธน.บารัค โอบามาที่กรุงปักกิ่งในเดือนพ.ย. • (+/-)นักวิเคราะห์เตือนตลาดการเงินอาจผันผวนช่วงปลายปี ขณะเฟด,อีซีบีปรับนโยบาย นักวิเคราะห์กล่าวว่า หลังจากตลาดการเงินโลกสามารถผ่านพ้นช่วงสงคราม และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศได้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ ตลาดก็กำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงอันใหม่ที่เกิดจากภายในตลาดเอง ถึงแม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยุติมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ในเดือนนี้ และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่นักลงทุนก็เชื่อว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะยังคงอัดฉีด เงินทุนเข้าสู่ระบบต่อไป ซึ่งจะช่วยชดเชยเม็ดเงินที่ขาดหายไปจากธนาคารกลางแห่งอื่นๆ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายกังวลว่า ตลาดการเงินอาจจะเผชิญกับอุปสรรคในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยยูโร/ดอลลาร์อยู่ใกล้กับจุดต่ำสุด รอบ 2 ปีในขณะนี้ ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าเงินพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดรอบ 4 ปี และปัจจัยนี้ก็ส่งผลลบต่อราคาน้ำมัน, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดเกิดใหม่ หลายตลาด รวมทั้งส่งผลให้ความผันผวนทางการเงินข้ามพรมแดนพุ่งสูงขึ้นด้วย • (+/-)บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแกว่งใกล้เคียงภาคเช้า, รอประชุมอีซีบี-ตัวเลขจ้างงานสหรัฐ บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับภาคเช้า โดยยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าตามสกุลเงินภูมิภาค ขณะที่ตลาดยังรอปัจจัยใหม่เข้ามาผลักดันทิศทางที่ชัดเจนต่อไป 16.28 น.บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 32.45/48 จาก 32.445/475 ช่วงเช้า ขณะที่ใน offshore อยู่ที่ 32.46/48 จาก 32.43/47 ช่วงเช้า "บาทวันนี้ก็แกว่งตามภูมิภาค แต่ภาพรวมยังทรงๆ คงจะรอดูอีซีบีในวันพรุ่งนี้ และ non-farm(ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ) วันศุกร์ ว่าจะผลักดัน flows ไปทางไหน" ดีลเลอร์ กล่าว เขา กล่าวว่า เงินบาทวันนี้ยังแกว่งตัวอ่อนค่าตามสกุลเงินภูมิภาค หลังจาก ไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุน ขณะที่นักลงทุนจะรอผลการประชุมของอีซีบี ใน วันพรุ่งนี้ และตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐในวันศุกร์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ผลักดันกระแสเงินลงทุนมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.ylgfutures.co.th www.gold.in.th

HGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (02-10-14 | 16:53) รอบค่ำ

Thu, 10/02/2014 - 17:42
Night Trade Report การประชุมธนาคารกลางยุโรปวันนี้คาดไม่ได้ออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ราคาทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อ แนวต้าน 1,220 และ 1,230-1,235 ดอลลาร์/ออนซ์ตามลำดับ • ราคาทองคำวันนี้ในช่วงเช้าฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาจะทะลุ 1,220 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ช่วงบ่ายเริ่มมีแรงเทขายออกมาจนทำให้ราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,220 ดอลลาร์/ออนซ์ เงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลงช่วยหนุนราคาทองคำ หลังจากการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมาค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนก.ย. ทั้งนี้ต้นสัปดาห์ดัชนีค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีและเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโรแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ปีถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต่อราคาทองคำ ดังนั้นเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาทองคำ • วันนี้การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดการณ์ว่าจะมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม 0.05% และไม่มีการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม หลังจากที่การประชุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 4 กันยายนมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.10% เหลือ 0.05% และประกาศแผนซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (asset-backed securities) และตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ (covered bonds) จากภาคเอกชน ซึ่งการประชุมครั้งนี้คาดจะมีการเปิดเผยรายละเอียดแผนซื้อตราสารหนี้ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนนี้ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับคำแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรปภายหลังการประชุม • คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6,000 ราย เป็น 299,000 ราย ดังนั้นคาดราคาทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อในกรณีที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐไม่สดใสและธนาคารกลางยุโรปไม่ได้ออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม โดยมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,220 และ 1,230-1,235 ดอลลาร์/ออนซ์ตามลำดับ กรณีราคาทองคำฟื้นตัวเข้าใกล้แนวต้าน 1,230 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนำเปิดสถานะขายเก็งกำไร โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนฝั่งขายอยู่ที่บริเวณ 1,240 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวรับสำคัญของราคาทองคำยังอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งถ้าหลุดจากแนวรับนี้จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนำเข้าซื้อที่บริเวณ 1,200-1,205 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 1,195-1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5 ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.hghfutures.com www.gold.in.th

Pages

Gold Spot

ForexProsThe Forex Charts Powered by Investing.com - The Leading Financial Portal.

2013 © Copyright information viewpoint